8 ความเชื่อผิด ๆ ที่ทำให้เราติดอยู่ที่ 64 กิโล

1. ยิ่งกินน้อย ยิ่งผอมเร็ว

เราเคยกินวันล่ะมื้อ คิดว่าจะลดได้ไว สุดท้ายหิวหนัก กินเยอะกว่าเดิม และไม่มีแรงใช้ชีวิต

2. ต้องออกกำลังกายทุกวันถึงจะลดได้

พยายามฝืนออกทุกวันจนเหนื่อยและเลิกกลางทาง ทั้งที่จริงแค่สม่ำเสมอ 2-3 วันต่อสัปดาห์ก็เห็นผลได้

3. กินข้าวตอนเย็นแล้วอ้วน

เราเคยงดมื้อเย็น แต่กลับหิวดึกและกินจุกจิกมากกว่าเดิม ปัญหาไม่ใช่เวลากิน แต่คือกินเกินความต้องการ

4. หลุด 1 มื้อ = พังหมด

เมื่อก่อนกินบุฟเฟต์หรือของหวานแล้วรู้สึกผิด เลยปล่อยเลยตามเลยทั้งวัน ทั้งที่จริงแค่กลับมากินปกติในมื้อต่อไปก็พอ

5. คาร์ดิโอเยอะ ๆ ดีกว่าเวทเทรนนิ่ง

เคยวิ่งหนักเป็นชั่วโมง แต่รูปร่างไม่ค่อยเปลี่ยน พอเริ่มเล่นเวทควบคู่กัน กลับกระชับขึ้นและเผาผลาญดีขึ้น

6. ต้องกินคลีน 100% เท่านั้น

พยายามตัดทุกอย่างที่ชอบ จนสุดท้ายหลุดหนักกว่าเดิม ตอนนี้ยังมีของโปรดได้ แต่รู้จักปริมาณที่เหมาะสม

7. น้ำหนักไม่ลง = ลดไม่สำเร็จ

เคยเครียดทุกครั้งที่ตาชั่งไม่ขยับ ทั้งที่สัดส่วนเล็กลง เสื้อผ้าหลวมขึ้น และร่างกายแข็งแรงขึ้น

8. ต้องมีเวลาเยอะก่อนค่อยเริ่ม

เราทำงานวันละหลายชั่วโมง เลยผลัดวันประกันพรุ่งตลอด จนรู้ว่าการเริ่มจาก 20 นาทีต่อวัน ดีกว่ารอวันที่พร้อม 100%

#ติดเทรนด์ #lemon8ไดอารี่ #Lemon8ฮาวทู #ออกกําลังกาย #ลดน้ําหนัก

6/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เคยติดอยู่กับน้ำหนัก 64 กิโลกรัม บทเรียนสำคัญคือการเข้าใจร่างกายและการปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการเชื่อข้อมูลผิด ๆ ที่พูดกันทั่วไป เช่น การกินน้อยเกินไปจนทำให้ร่างกายขาดพลังงานและส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญ ซึ่งทำให้น้ำหนักลดยากขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างหักโหมทุกวันไม่ได้เป็นคำตอบเสมอไป การพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แค่รักษาความสม่ำเสมอ 2-3 วันต่อสัปดาห์ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว อีกความเชื่อที่ผิดคือการงดมื้อเย็นเพื่อลดน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริง มื้อเย็นที่กินอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความหิวและการกินจุกจิกในช่วงดึกได้ดีกว่า และไม่เพิ่มน้ำหนักถ้าควบคุมพลังงานรวมในแต่ละวันได้ดี สำหรับคนที่เคยรู้สึกผิดกับการกินหลุดในมื้อใดมื้อหนึ่ง ก็ไม่ควรทำให้ตัวเองเครียดจนกินตามใจตัวเองมากขึ้น เพราะการกลับมาคุมอาหารในมื้อต่อไปอย่างสมดุลนั้นสำคัญกว่า และไม่ควรลืมว่าการฝึกเวทเทรนนิ่งควบคู่กับคาร์ดิโอจะช่วยเผาผลาญดีขึ้นและสร้างรูปร่างให้กระชับ มากกว่าการวิ่งหรือทำคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียว สุดท้าย การลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องเริ่มเมื่อมีเวลาว่างมาก ๆ เริ่มจากวันละ 20 นาที ทุกวัน หรือสม่ำเสมอในเวลาที่มี จะได้ผลจริงและทำให้เกิดนิสัยที่ดีต่อเนื่องมากกว่ารอจนครบ 100% ก่อน หากคุณเคยติดอยู่ที่น้ำหนักเดิม การทบทวนความเข้าใจเหล่านี้และลองปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างมีสติจะช่วยให้ผ่านจุดตันนั้นได้ และนำไปสู่ความสำเร็จในการลดน้ำหนักและมีชีวิตที่สดใสและสุขภาพดีขึ้นอย่างแท้จริง

8 ความคิดเห็น

รูปภาพของ เก๋แข่งลดน้ำหนักอยู่(-12kg)🧿
เก๋แข่งลดน้ำหนักอยู่(-12kg)🧿

ค้างเลข64มา 4เดือนแล้ว🥺

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Siriwaritsara
Siriwaritsara

ใช้เวลานานแค่ไหนคะ พอดีกำลังลดได้1เดือนละลงมา3กก.ค่ะ เป้าหมาย49

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

อยากลด 20 กิโลง่ายๆ เริ่มจากเป้าหมาย
นันชวนผอม

นันชวนผอม

ถูกใจ 243 ครั้ง

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังลดน้ำหนัก แสดงผู้หญิงคนเดียวกันจาก 65 กก. เหลือ 53 กก. พร้อมหัวข้อ "HOW TO ลดนน. 10+ กิโล ภายใน 6 เดือน"
ภาพถ่ายผู้หญิงในเดือนธันวาคม 2024 พร้อมข้อความระบุว่าใบหน้าบวมและน้ำหนักอยู่ที่ 64-65 กก. ทำให้ไม่มั่นใจ
ภาพผู้หญิง 3 ภาพ พร้อมข้อความเล่าว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 65 กก. จากการกินขนมและชานมไข่มุก หลังเลิกชั่งน้ำหนักเมื่อเกิน 62 กก.
How to ลดนน. 10กิโล+ แบบเห็นผลระยะยาว🔥🙌🏻✨
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราอยากมาแชร์วิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลจริงเป็นครั้งแรกในชีวิต แบบที่ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องอดหนัก และไม่ทำให้โยโย่เลยค่ะ ทั้งหมดนี้มีเพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆ ที่ควรจำ 1. ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร 2. ทำ IF แบบพอดี—กินให้อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่กินจุกจิกตอนกลางคืน 3. นอนเร
Snch.cha

Snch.cha

ถูกใจ 1435 ครั้ง

ลดมา 14 กิโล กินแบบนี้
เชื่อมั้ยว่าผมลดมา 14 กิโล กินแบบนี้เลย จากประสบการณ์ตรง ลดจริงและปัจจุบันก็ไม่กลับไปอ้วนแล้ว โดยเน้นสารอาหาร เน้นโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว เลี่ยงของหวาน ของมัน ของทอด ทำ IF ร่วมได้ และออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 วัน นอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมง กินน้ำ 2-3 ลิตร หลีกเลี่ยงความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้เป็น
เบลล์ เผ็ดสงาด

เบลล์ เผ็ดสงาด

ถูกใจ 177 ครั้ง

เพิ่ม 10 กิโล ใน 3 เดือน
ผมเป็นมนุษย์ผอมมาแต่เด็ก กินเยอะเท่าไหร่ก็ยังผอมอยู่ เป็นคนชอบออกกำลังกาย คิดว่าน่าจะเพราะระบบเผาผลาญดี ไม่ก็ดีเกินไป 😂😂 "ตอนเด็กๆ โดนทักไม่เป็นไร แต่พอเข้ามหาลัยแล้วโดนทักนี่.. แอบเสียความมั่นใจอยู่นะ" 💡 ก็เลยเริ่มศึกษาเรื่องการเพิ่มน้ำหนักแบบจริงๆจังๆ *แต่เงื่อนไขคือ ตอนนั้น ผมมีเง
บุ๊คเองงงง

บุ๊คเองงงง

ถูกใจ 372 ครั้ง

ลดไป 8 กิโล ทำอะไรบ้าง?
1. กินให้น้อยกว่า TDEE 2. กินโปรตีนทุกมื้อ * วันออกกำลังกาย: 1.6–2.0 กรัม/กก. * วันไม่ออกกำลังกาย: 1.0–1.2 กรัม/กก. 3. ทำอาหารกินเองบ่อยขึ้น เพื่อคุมแคลอรีได้ง่าย 4. ไม่อดของหวาน แต่ลดความถี่และปริมาณ 5. เวทเทรนนิ่ง 2-3 วัน/สัปดาห์ 6. เดินให้ได้ 8,000–10,000 ก้าว/วัน 7. เลือกเครื่อ
Pupesarann

Pupesarann

ถูกใจ 55 ครั้ง

ภาพเปรียบเทียบรูปร่างช่วงลำตัวของผู้หญิงคนหนึ่งก่อนและหลังลดน้ำหนัก จาก 74 กก. เหลือ 60 กก. โดยไม่ใช้ยาลดน้ำหนัก ผู้หญิงคนนี้สูง 163 ซม. แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการลดน้ำหนักด้วยตัวเอง
ลดน้ำหนักจาก 74 กิโล เหลือ 60 กิโล แบบไม่ใช้ยา 💖
1/67 เริ่มลดน้ำหนัก 74.8 กิโล ❕เดือนที่ 1 ลดไป 5 กิโล ❕เดือนที่ 2 ลดไปอีก 4 โล เป็น 9 กิโล จากนั้นปล่อยจอย ลดบ้างไม่ลดบ้าง ขึ้นๆลงๆ ❕เดือนที่ 9 ลดรวม 10 กิโล ❕เดือนที่ 10 ปล่อยจอยแบบมาก ไม่IF ติดโซเดียม กินขนม พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย >> ขึ้นมา 5 กิโล ใน 2 อาทิตย์ << 😱 จาก 64 กิโ
MYWORLDP

MYWORLDP

ถูกใจ 156 ครั้ง

ลดมา 14 กิโล กินแบบนี้
เชื่อมั้ยว่าผมลดมา 14 กิโล กินแบบนี้เลย จากประสบการณ์ตรง ลดจริงและปัจจุบันก็ไม่กลับไปอ้วนแล้ว โดยเน้นสารอาหาร เน้นโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว เลี่ยงของหวาน ของมัน ของทอด ทำ IF ร่วมได้ และออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 วัน นอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมง กินน้ำ 2-3 ลิตร หลีกเลี่ยงความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้เป็น
เบลล์ เผ็ดสงาด

เบลล์ เผ็ดสงาด

ถูกใจ 78 ครั้ง

ลดน้ำหนักมาแล้ว33กิโล
#ลดน้ําหนัก #ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง
J3edismind

J3edismind

ถูกใจ 14 ครั้ง

ลดมา 14 กิโล กินแบบนี้
เชื่อมั้ยว่าผมลดมา 14 กิโล กินแบบนี้เลย จากประสบการณ์ตรง ลดจริงและปัจจุบันก็ไม่กลับไปอ้วนแล้ว โดยเน้นสารอาหาร เน้นโปรตีน 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว เลี่ยงของหวาน ของมัน ของทอด ทำ IF ร่วมได้ และออกกำลังกายอาทิตย์ละ 2-3 วัน นอนให้ได้ 7-9 ชั่วโมง กินน้ำ 2-3 ลิตร หลีกเลี่ยงความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้เป็น
เบลล์ เผ็ดสงาด

เบลล์ เผ็ดสงาด

ถูกใจ 165 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม