ช่วงเป็นประจำเดือนก็ยังอยากออกกำลังกาย ใช้ชีวิตให้เต็มที่ 🏃🏻‍♀️✨

ช่วงนี้เลยมีตัวช่วยที่ทานเป็นประจำอย่าง “เพ็ญภาคเยลลี่”

สมุนไพรในรูปแบบเยลลี่ ทานง่ายมาก เหมือนขนม 💖

พอทานต่อเนื่องแล้วรู้สึกว่าช่วงเป็นประจำเดือน

ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ออกกำลังกายได้สบายขึ้นมากเลย ✌️

#เพ็ญภาคเยลลี่ #ดูแลผู้หญิง #สายออกกำลังกาย #ดูแลตัวเอง

6/4 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจเคยเห็นคำว่า “cycle syncing คือ” ผ่านตา แล้วสงสัยว่ามันช่วยเรื่องออกกำลังกายช่วงมีประจำเดือนได้จริงไหม จากที่เราลองปรับใช้กับตัวเองแบบง่าย ๆ แนวคิดของ cycle syncing คือ “จัดการกิน-การออกกำลังกาย-การพักผ่อนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในรอบเดือน” เพื่อให้ทำกิจวัตรได้ลื่นขึ้น ไม่ฝืนร่างกายในวันที่พลังงานตก โดยทั่วไปจะแบ่งรอบเดือนเป็น 4 เฟส (อาจคลาดเคลื่อนตามแต่ละคน) และเราสามารถเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะในแต่ละช่วงได้แบบนี้ 1) ช่วงมีประจำเดือน (Menstrual) วัน 1–5 ถ้าปวดท้อง/อ่อนล้า เราจะลดความหนักลง เน้นเดินเบา ๆ ยืดเหยียด โยคะ หรือ mobility 15–30 นาที ก็พอแล้วค่ะ วันไหนไหวค่อยเพิ่มเป็นเวทเบา ๆ (น้ำหนักไม่ต้องสุด) จุดสำคัญคือ “ทำให้สบายตัว” มากกว่า “ต้องเผาผลาญให้เยอะ” 2) ช่วงหลังประจำเดือน (Follicular) ประมาณวัน 6–12 เป็นช่วงที่หลายคนรู้สึกสดชื่นขึ้น เรามักกลับมาทำเวทเทรนนิ่งจริงจังขึ้น หรือคาร์ดิโอแบบจังหวะสนุก ๆ ได้ดี เช่น วิ่งช้า-กลาง, ปั่นจักรยาน, คลาสเต้น เพราะแรงและแรงจูงใจมักกลับมา 3) ช่วงไข่ตก (Ovulatory) ประมาณวัน 13–16 ถ้าร่างกายพร้อม ช่วงนี้เหมาะกับการซ้อมหนัก/ทำสถิติ เช่น HIIT, วิ่งเร็ว, เวทหนักขึ้นนิดหน่อย แต่เราจะเพิ่มการวอร์มอัปและยืดเหยียดให้มากขึ้น เพราะบางคนอาจรู้สึกตึงหรือมีโอกาสบาดเจ็บง่ายขึ้น 4) ช่วงก่อนมีประจำเดือน (Luteal) ประมาณวัน 17–28 หลายคนจะเริ่มบวมน้ำ หิวบ่อย อารมณ์แกว่ง หรือเหนื่อยง่าย เราจะปรับเป็นเวทระดับกลาง เน้นจำนวนครั้ง (reps) มากกว่าน้ำหนักหนัก ๆ และทำคาร์ดิโอโซน 2/เดินเร็วแทน HIIT เพื่อไม่ให้ร่างกายเครียดเกินไป ทริคที่ทำให้ทำได้จริง (แบบไม่เครียด) - ใช้แอปติดตามรอบเดือน แล้วจด “พลังงาน/อาการปวด/คุณภาพการนอน” สั้น ๆ 1 บรรทัด จะเห็นแพตเทิร์นของตัวเองเร็วมาก - ตั้งเป้าเป็นระดับความหนัก (RPE) เช่น วันที่ปวดให้ RPE 4–6 แทนที่จะบังคับให้เท่าเดิมทุกวัน - กินให้พอ โดยเฉพาะโปรตีน และดื่มน้ำ/เกลือแร่ในวันที่บวมง่าย - ถ้ามีอาการปวดมากผิดปกติ เลือดออกเยอะ หรือเวียนหัวบ่อย ควรปรึกษาแพทย์นะคะ สรุปคือ cycle syncing ไม่ใช่กฎตายตัว แต่เป็นวิธี “ฟังร่างกายอย่างมีระบบ” ทำให้เรายังออกกำลังกายได้ต่อเนื่อง แม้ช่วงเป็นประจำเดือนก็ใช้ชีวิตได้เต็มที่และสบายขึ้นค่ะ