รีวิวสอบ TOEIC ทดลองระบบใหม่ครั้งแรก! 🫣 ขอคำแนะนำด้วยค่ะ 🙏🏻

ลองทดสอบระบบสอบ TOEIC แบบใหม่ครั้งแรก แบบฉบับคนไม่มีเวลาและไม่ชอบอ่านหนังสือ 😅

ลองโทรไปสอบถามศูนย์สอบ มีที่ว่างเหลือ 1 ที่ของเดือนนี้ เลยตัดสินใจไปสอบแบบกระทันหัน ถือว่าทดลองสนามสอบ เตรียมตัวแบบเบา ๆ เน้นดู Netflix มากกว่าอ่านหนังสือ รวมแล้วมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 3 วัน

แต่วันสอบเจอปัญหากับระบบใหม่ค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะเรื่อง เสียงในหูฟัง ตั้งแต่ Part 2–4 เสียงขาด ๆ หาย ๆ บางครั้งหายเป็นคำ บางครั้งหายเป็นประโยค ทำให้ฟังไม่ต่อเนื่อง เลยลองไปโพสต์ถามในกลุ่ม TOEIC เผื่อมีใครเจอเหมือนกัน ปรากฏว่ามีหลายคนที่สอบวันเดียวกันเจอปัญหาแบบเดียวกัน คือเสียงในหูฟังมีปัญหาเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ได้แจ้งเจ้าหน้าที่เบื้องต้นไปแล้ว คนที่จะไปสอบแนะนำสอบแบบ Paper ก่อนดีกว่าค่ะ

อีกอย่างที่เพิ่งรู้จากการสอบแบบคอมคือ

❌ ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้คำตอบได้

❌ ต้องเลือกคำตอบภายในเวลาที่กำหนด ถ้าเลือกไม่ทันก็จะไม่ได้คะแนนในข้อนั้น

❌ และไม่สามารถเลื่อนอ่านโจทย์หรือช้อยส์ล่วงหน้าได้

ส่วนตัวปกติไม่ค่อยอ่านหนังสือหนัก ๆ แต่จะชอบดู Reality ฝรั่งใน Netflix มากกว่า ถือเป็นการฝึกฟังไปในตัว เช่น

• Love Is Blind

• Million Dollar Secret

• Next in Fashion

ด้าน Listening เลยพอไหว แต่ Reading คือจุดอ่อนหนักมาก เพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาว ๆ ตอนเตรียมตัวเลยเน้นแค่ Grammar พื้นฐาน เช่น

• Part of Speech

• Gerund

• Participle

สุดท้ายอยากขอคำแนะนำเรื่อง Reading Part หน่อยค่ะ 🥹

ตอนทำข้อสอบอ่านไม่ถึงครึ่งบรรทัดก็เริ่มง่วง ต้องวนอ่านใหม่ตลอด โดยเฉพาะ Part 7 คือดิ่งมาก

จริง ๆ ตั้งเป้าไว้ 800++ และวางแผนจะสอบใหม่อีกครั้งภายในปีนี้

ใครมี ติวเตอร์ดี ๆ หรือเทคนิค Reading แบบไม่ต้องอ่านเยอะมาก ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ 🙏🏻

#TOEIC2026 #TOEICแบบใหม่ #CBT #สอบโทอิค #สอบโทอิคแบบคอม

3/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์สอบ TOEIC แบบ CBT ระบบใหม่ซึ่งพบปัญหาเสียงในหูฟังดังกล่าว ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าการเตรียมตัวแต่ละส่วนต้องปรับอย่างไรให้เหมาะกับรูปแบบการสอบที่เปลี่ยนไป ในช่วง Listening นอกจากจะต้องฝึกฟังจากแหล่งเสียงหลากหลาย เช่น รายการ Reality บน Netflix อย่าง "Love Is Blind" หรือ "Million Dollar Secret" ที่ช่วยเพิ่มความคุ้นเคยกับสำเนียงและจังหวะคนพูดแบบธรรมชาติแล้ว การเตรียมตัวในห้องสอบต้องเตรียมใจรับความไม่สมบูรณ์ของระบบด้วย วิธีที่พบว่าช่วยได้คือ ฝึกฟังและจับใจความจากประโยคที่ได้ยิน เพื่อพัฒนาการเดาคำหรือประโยคที่ขาดหายไปโดยไม่หยุดชะงัก ส่วน Reading ซึ่งเป็นจุดอ่อนหลัก ควรเน้นเทคนิคการอ่านแบบ Skimming และ Scanning คือการอ่านข้าม ๆ เพื่อจับใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้าและหาคำตอบจากคำหลักโดยไม่ต้องอ่านทุกคำละเอียดมาก ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกเบื่อหรือง่วงระหว่างทำข้อสอบได้มาก อีกเคล็ดลับคือ การฝึกทำข้อสอบย้อนหลังและจับเวลาเพื่อเพิ่มความเร็วในการอ่านและตอบคำถาม ที่สำคัญอย่าลืมเน้นทบทวนไวยากรณ์พื้นฐานอย่าง Part of Speech, Gerund และ Participle ที่มักออกสอบบ่อย สุดท้าย สำหรับใครที่ยังลังเลเรื่องระบบสอบแบบใหม่อยากแนะนำให้ลองสอบแบบ Paper ก่อนหากมีโอกาส เพราะแผนการสอบนี้ช่วยให้สามารถแก้ไขคำตอบย้อนหลังได้ แต่ถ้าไม่มีเวลาหรือโอกาส การฝึกทำข้อสอบระบบ CBT โดยใช้เทคนิคข้างต้นจะช่วยเตรียมความพร้อมได้ดีขึ้นมาก และอย่าลืมปรึกษากลุ่มศึกษาภาษาอังกฤษในโซเชียลมีเดียเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และรับคำแนะนำเพิ่มเติมเสมอ การตั้งเป้าหมาย 800++ นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้จริงด้วยการวางแผนอย่างมีระบบและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ขอให้ทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ TOEIC สู้ ๆ และลองปรับเทคนิคให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุดครับ!

ค้นหา ·
สอบ TOEIC แบบไหนดี

8 ความคิดเห็น

รูปภาพของ 𝓅. ♡
𝓅. ♡

Reading เราทำบทความที่ยาวสุดก่อนค่า เสียเวลามากตอนเริ่ม แต่ยอม พอใกล้หมดเวลาจะได้ไม่กดดัน เพราะเหลือแต่บทความกลาง-สั้น

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ 💜 NUT เอง 🔆🖤
💜 NUT เอง 🔆🖤

เราฝึกทำข้อสอบในแอพ memmoread ค่า

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม