5สัญญาณเตือนโรคหัวใจ ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าปกติ แต่ความจริงผิดปกติ
5สัญญาณเตือนโรคหัวใจ ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าปกติ แต่ความจริงผิดปกติ #เภสัชรักบี้ #เภสัชอธิราช
จากที่เคยคุยกับหลายคน (รวมถึงตัวเองด้วย) อาการบางอย่างมัน “ดูปกติ” มาก เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่นเป็นพักๆ หรือเจ็บแน่นหน้าอกแว้บเดียว แล้วก็หาย เลยเผลอปล่อยผ่าน แต่ถ้ามองในมุมโรคหัวใจและหลอดเลือด อาการพวกนี้อาจเป็นสัญญาณว่า “เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ” หรือระบบไฟฟ้าหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ สิ่งที่อยากเติมให้บทความนี้คือ “เช็กลักษณะอาการแบบละเอียด + จุดที่ควรรีบไปโรงพยาบาล” 1) เจ็บ/แน่นหน้าอกเล็กน้อยก็อย่าชะล่าใจ อาการแน่นๆ จุกๆ กลางอก บางคนบอกเหมือนมีอะไรมาทับ อาจเกิดตอนเดินเร็ว เครียด นอนดึก หรือหลังออกแรง แล้วร้าวไปแขนซ้าย ไหล่ คอ กราม หรือหลังได้ ถ้าเป็นลักษณะเดิมซ้ำๆ โดยเฉพาะเวลาออกแรง ให้คิดถึง “โรคหัวใจขาดเลือด” ไว้ก่อน 2) ปวดร้าวแขน ไหล่ คอ กราม แบบหาสาเหตุไม่ได้ หลายคนไปนวด/ทายาเพราะคิดว่าออฟฟิศซินโดรม แต่ถ้าปวดร้าวร่วมกับแน่นหน้าอก เหงื่อแตก หน้ามืด หรือหายใจไม่อิ่ม ควรประเมินหัวใจและหลอดเลือดด้วย 3) ใจสั่นวูบวาบ: อาจเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คำค้นที่คนเจอบ่อยคือ “paroxysmal SVT คืออะไร” (PSVT) แบบเข้าใจง่ายคือ ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ “เป็นๆ หายๆ” อยู่ดีๆ หัวใจเต้นรัวมากๆ แล้วกลับมาปกติเอง บางคนมีอาการหน้ามืด แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม หรืออ่อนเพลียหลังอาการสงบ ตัวกระตุ้นที่เจอบ่อย: เครียด นอนน้อย คาเฟอีน แอลกอฮอล์ บางชนิดของยา/อาหารเสริม แต่ถ้าเป็นบ่อยหรือรุนแรง ควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือใส่เครื่องบันทึก (Holter) 4) หายใจเหนื่อยง่าย/นอนราบแล้วเหนื่อย ถ้าเดินขึ้นบันไดนิดเดียวก็เหนื่อยผิดปกติ หรือกลางคืนต้องหนุนหมอนสูงเพราะนอนราบแล้วหายใจไม่อิ่ม อาจเกี่ยวกับหัวใจทำงานหนัก/ภาวะหัวใจล้มเหลว ไม่ควรคิดว่าแค่อ้วนหรือไม่ฟิตอย่างเดียว 5) เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม โดยเฉพาะถ้าเกิดพร้อมใจสั่น แน่นหน้าอก หรือชีพจรเต้นช้าหรือเร็วผิดปกติ อาจเกี่ยวกับการเต้นผิดจังหวะหรือความดันตก สัญญาณอันตรายที่ควร “เรียกรถพยาบาล/ไปฉุกเฉิน” - แน่นหน้าอกนานเกิน 10–15 นาที หรือปวดร้าวชัดเจน - เหงื่อแตก ตัวเย็น คลื่นไส้ หน้ามืด หายใจลำบากร่วมด้วย - ใจสั่นรัวมากแล้วมีอาการจะเป็นลม หรือมีโรคหัวใจเดิม สุดท้าย เรื่องการป้องกันที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน (ช่วยลดหลอดเลือดเสื่อม/หลอดเลือดแดงแข็งและอุดตัน) - คุมหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้และใยอาหาร - เลิกบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ - ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 3–5 วัน/สัปดาห์ - เช็กความดัน ไขมัน น้ำตาล และรอบเอวสม่ำเสมอ ถ้ามีอาการเข้าข่าย ลองจด “เกิดเวลาไหน นานแค่ไหน ทำอะไรอยู่ ชีพจรประมาณเท่าไหร่” แล้วเอาไปให้แพทย์ดู จะช่วยวินิจฉัยได้เร็วขึ้นมาก










