ความลำบากเป็นเรื่องปกติ
บางคนลำบากกาย..แต่ใจไม่ลำบาก
บางคนลำบากใจ..แต่กายไม่ลำบาก
บางคนลำบากทั้งกายและใจ
คนที่ไม่ลำบากทั้งกายและใจไม่มีในโลก
ครั้งหนึ่งเมื่อ30กว่าปี
มีอาชีพขายรถยนต์
เป็นอาชีพที่หาเงินง่าย
ได้เงินดี
ผมดูเพื่อนร่วมอาชีพเมื่อก่อน
ณ.เวลานี้
ปากกัดตีนถีบกันเหลือหลาย
รอดไม่รอด
ผมเปลื่ยนอาชีพมาทำร้านถ่ายรูป
หลังจากเลิกขายรถ
ธุรกิจร้านถ่ายรูปรายได้ดีมา ก
แต่มาวันนี้..
ยากนะ
วงจรของชีวิต
เมื่อไหรที่ดีๆ
เตรียมตัวไว้เลย
ว่าจะมีสิ่งที่ทำให้ลำบากกำลังมา
เมื่อไหร่ลำบากมากๆ
สิ่งดีๆกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
ความลำบากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความลำบากทางกายหรือทางใจ ซึ่งไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้อย่างแท้จริง จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยขายรถยนต์ซึ่งเป็นอาชีพที่เคยคิดว่าได้เงินง่าย รายได้ดี แต่ภายหลังพบว่าอาชีพนี้ก็มีช่วงเวลาที่ลำบากจนต้องเปลี่ยนอาชีพมาทำธุรกิจร้านถ่ายรูปแทน แม้จะมีรายได้ดีในช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็ยังพบความท้าทายมากมายที่เข้ามาในชีวิต นี่คือวงจรของชีวิตที่ขึ้นลงเสมอ เพราะความลำบากไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีจะไม่มี แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อถึงช่วงเวลาที่ลำบากมาก ๆ มักเป็นสัญญาณว่าความดีหรือโอกาสใหม่ ๆ กำลังใกล้เข้ามาแล้ว เช่นเดียวกับคำพูดที่ว่า "เมื่อไหร่ลำบากมาก ๆ สิ่งดี ๆ กำลังใกล้เข้ามาแล้ว" ความลำบากนี้จึงเป็นเครื่องหมายของการเปลี่ยนผ่าน ที่หากเราเตรียมตัวและปรับตัวไม่ย่อท้อ จะสามารถโตขึ้นและประสบความสำเร็จได้ในอนาคต นอกจากความลำบากทางร่างกาย ยังมีความลำบากทางใจที่ซับซ้อน เช่น ความเครียด ความกังวล หรือความรู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งบางคนอาจมีร่างกายแข็งแรงแต่จิตใจลำบากมาก ส่วนบางคนก็ต้องเผชิญทั้งสองอย่างพร้อมกัน การยอมรับความจริงเหล่านี้และตั้งใจแก้ไขจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้จิตใจรู้สึกสงบและแข็งแรงรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ท้ายที่สุดแล้ว "ATIDIC" ซึ่งเป็นข้อความในภาพที่ปรากฏในบทความ อาจเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้เขียนใช้เตือนใจตัวเองให้เข้มแข็ง (แม้อาจไม่มีความหมายโดยตรง แต่สามารถตีความเป็นคำย่อของการยืนหยัด) ชีวิตมีขึ้นมีลงเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครรอดพ้นความลำบากไปได้ แต่ด้วยความตั้งใจและการเตรียมพร้อม เราจะผ่านพ้นและเติบโตได้อย่างมั่นคง
