Depression is a social hit. Is that what HR looks like?
I was looking for a job, and many places asked me, "Well, see, there's a popular social disease called depression, are you?" or something close to the same meaning.
I'm not okay!!
A hit is to stick to the trend, not to fall into the trend, but to be depressed. Who would make himself?
Suppose if one person is, that is, he is fighting hard, but you underestimate that he is trying not to be alienated from society (a normal person), that he is gardening the trend (because hit = is), do you look at that?
I'm not depressed, but I'm an asperger, also called hypostatic autism.
I believe the atmosphere in the interview room is something he can sense in my irregularities.
1. Very sensitive to sound. Whether the compressor works, the sound of a glass of water hitting the table, the sound of someone opening the door, I'm totally startled.
2. My words may be a little strange.
But in the end, the question of whether there is a psychiatric disease, I said no.
# Special kid # Autism # ADHD # Depression # Depression is no joke
จากประสบการณ์ที่ผมเจอในช่วงหางาน ผมอยากแชร์ความรู้สึกส่วนตัวเกี่ยวกับทัศนคติที่สังคมและ HR มีต่อโรคซึมเศร้า หลายคนมองโรคนี้เป็นแค่ "โรคฮิต" ที่คนเกาะกระแสกันโดยไม่เข้าใจว่าความจริงแล้วซึมเศร้าเป็นโรคทางใจที่ผู้ป่วยต้องต่อสู้และเผชิญความเจ็บปวดอย่างหนัก ผมเองไม่ได้เป็นซึมเศร้า แต่เป็นแอสเพอเกอร์ (ออทิสติกไฮฟังก์ชั่น) ซึ่งทำให้ผมมีความไวต่อเสียงสูง และบางครั้งคำพูดของผมอาจดูแปลกไปจากคนทั่วไป สิ่งเหล่านี้ผมกลัวว่าบรรยากาศในห้องสัมภาษณ์งานจะสะท้อนความแตกต่างนี้ออกมา และอาจถูกมองในแง่ลบ การที่ HR หรือใครก็ตามมองเรื่องโรคซึมเศร้าว่าเป็นเรื่องฮิตหรือ "เทรนด์" นั้น เป็นการลดทอนปัญหาที่ร้ายแรง และสร้างความรู้สึกไม่ปลอดภัยให้ผู้ที่กำลังเผชิญอยู่จริงๆ นอกจากนี้การถามคำถามเกี่ยวกับโรคจิตเวชในใบสมัครงานอย่างตรงไปตรงมานั้น อาจทำให้หลายคนลังเลที่จะตอบ เพราะกลัวถูกตีตราหรือไม่ได้รับโอกาส ผมอยากเน้นย้ำว่าทุกคนที่ต่อสู้กับโรคซึมเศร้าหรือโรคทางจิตเวชอื่นๆ ไม่ได้เลือกที่จะเป็น มันไม่ใช่เรื่องแฟชั่นหรือเทรนด์ และควรได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนอย่างจริงใจ ไม่ใช่ถูกมองข้ามหรือตัดสินจากความเข้าใจผิด สุดท้ายนี้การยอมรับความแตกต่างและสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างในที่ทำงาน จะช่วยให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางด้านจิตใจหรือสมองได้แสดงศักยภาพ และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในทัศนคติของผู้สัมภาษณ์และ HR เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่สังคมที่เข้าใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้มากขึ้น
