พระปอบแห่งดอนปู่ตา
พระปอบแห่งดอนปู่ตา
#เรื่องเล่า #ลี้ลับสยองขวัญ #ผี #เรื่องเลาาจากเงามืด #นิยาย
พ.ศ. 2490 ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางทุ่งนาในภาคอีสาน ชาวบ้านต่างเคารพศรัทธา "หลวงพ่อคำสิงห์" เจ้าอาวาสวัดป่าหนองแสง พระผู้เคร่งครัดในพระธรรมและเป็นที่พึ่งทางใจของทุกคน
แต่แล้วความสงบสุขของหมู่บ้านก็ถูกทำลายลง
คืนหนึ่ง วัวของชาวบ้านตายอย่างประหลาด ท้องถูกผ่า เครื่องในหายไป ต่อมาไม่นาน คนในหมู่บ้านเริ่มล้มป่วยทีละคน บางคนเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ
ชาวบ้านเริ่มร่ำลือกันว่า...
"ปอบกลับมาแล้ว"
ความหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน
มีเพียง "บุญหลาย" อดีตทหารหนุ่มที่เพิ่งกลับจากสงคราม ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง เขาคิดว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้
คืนหนึ่ง ระหว่างเดินกลับบ้าน บุญหลายเห็นเงาคนเดินออกจากวัดในยามดึก เขาจึงแอบติดตามไปอย่างเงียบ ๆ
เงาคนนั้นคือหลวงพ่อคำสิงห์
หลวงพ่อเดินลึกเข้าไปในป่าช้าท้ายหมู่บ้าน ก่อนจะหยุดใต้ต้นไทรใหญ่
สิ่งที่บุญหลายเห็นต่อจากนั้น ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
หลวงพ่อคุกเข่าลงกับพื้น ร่างสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนมีเงาดำคล้ายควันพวยพุ่งออกจากปาก
เงานั้นลอยตรงไปยังกระท่อมหลังหนึ่งของหมู่บ้าน
เช้าวันต่อมา เจ้าของกระท่อมเสียชีวิตอย่างปริศนา
บุญหลายรีบไปหาแม่ใหญ่สี หมอพื้นบ้านผู้เฒ่าที่มีความรู้เรื่องไสยศาสตร์
หลังฟังเรื่องทั้งหมด แม่ใหญ่สีถอนหายใจยาว
"หลวงพ่อบ่ได้อยากเป็นดอก... แต่เพิ่นเป็นปอบ"
แม่ใหญ่สีเล่าว่า ก่อนบวช หลวงพ่อเคยเป็นหมออาคมผู้โด่งดัง และเผลอเรียนวิชาปอบจากอาจารย์สายมืด เมื่อวิชาเข้าตัวจึงไม่อาจถอนออกได้
การบวชช่วยกดอำนาจของปอบไว้หลายสิบปี
แต่ตอนนี้มันกำลังแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
คืนนั้น บุญหลายกับชาวบ้านรวมตัวกันที่วัด
พวกเขาเตรียมจับปอบให้ได้
เมื่อถึงเที่ยงคืน หลวงพ่อเดินออกจากกุฏิอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ท่านรู้ตัวว่าถูกติดตาม
หลวงพ่อหันกลับมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์
"อาตมาฝืนมันมาหลายปีแล้ว"
เสียงท่านสั่นเครือ
"คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้าย"
ทันใดนั้น ร่างของหลวงพ่อก็ชักกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เสียงหัวเราะน่าขนลุกดังออกมาจากลำคอ
เงาดำขนาดมหึมาพุ่งออกจากร่างท่าน
ชาวบ้านต่างแตกตื่น
ปอบพุ่งเข้าใส่ผู้คนราวกับสัตว์ร้าย
หลวงพ่อใช้สติเฮือกสุดท้ายคว้าตะเกียงน้ำมันที่อยู่ใกล้ตัว ทุบลงบนร่างตนเอง
ไฟลุกพรึ่บขึ้นทันที
เปลวเพลิงโหมร่างของท่านอย่างรวดเร็ว
ปอบส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเมื่อร่างที่มันอาศัยกำลังถูกเผา
หลวงพ่อนั่งขัดสมาธิท่ามกลางเปลวไฟ พร้อมสวดมนต์บทสุดท้าย
ไม่นานนัก เสียงกรีดร้องก็ค่อย ๆ เงียบลง
เงาดำสลายหายไปกับเปลวเพลิง
เ ช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านพบเพียงกองเถ้าถ่านและลูกประคำที่ไหม้เกรียม
หลังจากวันนั้น ไม่มีใครล้มป่วยอย่างลึกลับอีก ไม่มีสัตว์ตายประหลาดอีกเช่นกัน
หมู่บ้านกลับคืนสู่ความสงบ
ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลเล็ก ๆ ไว้ข้างวัด เพื่อระลึกถึงหลวงพ่อคำสิงห์ ผู้เสียสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องผู้คน
แม้ท่านจะเคยถูกสาปให้เป็นปอบ
แต่ในวาระสุดท้ายของชีวิต
ท่านได้จากไปในฐานะพระผู้ช่วยชีวิตทั้งหมู่บ้าน
และความลับของ "พระปอบแห่งดอนปู่ตา" ก็ถูกฝังไว้กับกาลเวลา ตลอดไป





































โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕