การเคลือบภาพสี​ Acrylic​

งานเคลือบภาพสี​ Acrylic​ ลองใช้​ Liquitex Professional Gloss Varnish​ เป็นครั้งแรก​ แต่ก่อนใช้น้ำยาเคลือบของ​ Renaissance​ และ​ Amsterdam​ แต่กลิ่นค่อนข้างแรง​ ส่วน​ Liquitex​ เกรด​ Artist​ ไม่มีกลิ่นเลย ซึ่งเป็นน้ำยาเคลือบเงาขั้นสุดท้ายของงานวาดรูป​ ช่วยให้​ความเงางาม เพิ่มความสดใสและความอิ่มตัวของสี ทำให้สีดูลึกและชัดเจนขึ้น​ ช่วยปกป้องพื้นผิวภาพเขียนจากฝุ่นละออง ความชื้น และรังสียูวี (UV Protection) ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้สีซีดจางเมื่อเวลาผ่านไป​ มี​ความคงทน เมื่อแห้งแล้วจะมีความใส ไม่เหลือง และมีความยืดหยุ่น ไม่แตกร้าว

​การเตรียมพื้นผิว​ ควรให้ภาพวาดแห้งสนิท อย่างน้อย 24-72 ชั่วโมงก่อนเคลือบ​ ภาพที่วาดน่าจะเกินเดือนล่ะ​ ใช้แปรงขนนุ่มทำความสะอาดภาพปัดฝุ่นออกก่อน​ และ​ใช้แปรงขนนุ่มสำหรับทาสี​ Acrylic​ ที่มีขนาดกว้างและสะอาดใช้น้ำยา​ทาไปในทิศทางเดียวกันให้ทั่วทั้งภาพ​ ​ไม่ควรทากลับไปกลับมาหลายรอบขณะที่น้ำยายังไม่แห้ง เพราะอาจทำให้เกิดฟองอากาศหรือรอยคราบได้​ สามารถทาซ้ำได้ 1-2 ชั้น หากต้องการความเงาที่มากขึ้น โดยต้องรอให้ชั้นแรกแห้งสนิทก่อน ประมาณ 3 ชม.​ ไม่ควรเขย่าขวดน้ำยาแรงๆ ก่อนใช้ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศเล็กๆ ในน้ำยา แนะนำให้ใช้วิธีค่อยๆ กลิ้งขวดหรือกวนเบาๆ แทน

ต้องรวบรวมงานมาเคลือบทีเดียว​ เพราะภาชนะและแปรงจะต้องทิ้ง​ เนื่องจาก​ไม่สามารถล้างออกได้​ ส่วนภาพที่เคลือบเสร็จรอให้แห้งสนิทประมาณ​ 2-3​ วัน

น้ำยาเคลือบภาพสำหรับสีอะคริลิก (Acrylic Varnish) หลักๆ จะแบ่งตาม "ระดับความเงา" ของภาพที่ต่างกันไป ดังนี้

​1.​ ​แบบเงา (Gloss Varnish) ช่วยให้สีดูสด อิ่มตัว และมีมิติ เหมาะมากกับภาพที่มีแสงเงาจัดๆ หรือภาพที่ต้องการความแวววาว

2.​ ​แบบด้าน (Matte Varnish) จะไม่มีเงาสะท้อนเลย เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการความนุ่มนวล ลดแสงสะท้อนจากไฟในห้อง (ช่วยให้มองเห็นรายละเอียดภาพได้ชัดจากทุกมุม) แต่มักจะทำให้สีดูดรอปลงหรือดูซีดขึ้นเล็กน้อย

3.​ ​แบบกึ่งเงากึ่งด้าน (Satin Varnish) อยู่ตรงกลางระหว่าง Gloss และ Matte ให้ความเงาเพียงเล็กน้อย ดูเป็นธรรมชาติ

ฝากติดตาม

ig​: Soulart_house​

6/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงการเคลือบภาพสีอะคริลิก การเลือกน้ำยาเคลือบที่เหมาะสมถือเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยให้ผลงานศิลปะของเราคงความสวยงามได้นานและมีคุณภาพดี ในประสบการณ์ของผมเอง การใช้ Liquitex Professional Gloss Varnish เป็นน้ำยาเคลือบสุดท้าย ทำให้ภาพดูมีความเงางามและสดใสขึ้นอย่างชัดเจนโดยไม่มีปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนเหมือนน้ำยาเคลือบบางยี่ห้อก่อนหน้า นอกจากประสิทธิภาพในการเพิ่มความเงางามและป้องกัน UV แล้ว ผมยังพบว่าน้ำยาตัวนี้เมื่อแห้งแล้วไม่เหลืองและไม่แตกร้าว ยิ่งช่วยให้ภาพเก็บไว้ได้นานโดยไม่เสียหาย วิธีการเตรียมพื้นผิวก่อนเคลือบก็สำคัญมาก ต้องแน่ใจว่าภาพแห้งสนิทและปราศจากฝุ่นด้วยการใช้แปรงขนนุ่มปัดเบาๆ ถ้าใช้แปรงหรือฟองน้ำที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดคราบหรือรอยฟองอากาศที่ไม่น่าดูได้ ผมมักทาน้ำยาชั้นแรกไปในทิศทางเดียวกันอย่างเบามือ แล้วรอประมาณ 3 ชั่วโมงให้แห้งสนิทก่อนจะทาซ้ำอีกครั้ง การทำเช่นนี้ช่วยเพิ่มความเงางามและเคลือบภาพได้เนียนขึ้น การหลีกเลี่ยงการเขย่าขวดแรงๆ ช่วยป้องกันฟองอากาศซึ่งอาจทำลายความเรียบเนียนของชั้นเคลือบ สำหรับการเลือกชนิดของน้ำยาเคลือบ ก็ขึ้นกับลักษณะภาพและผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ถ้าต้องการให้ภาพมีความแวววาวสูง ก็เหมาะกับ Gloss Varnish แต่ถ้าต้องการลดแสงสะท้อนเพื่อให้มองเห็นรายละเอียดภาพได้ชัดเจนทุกมุม มี Matte Varnish เป็นทางเลือกดี นอกจากนี้ Satin Varnish ก็เป็นตัวเลือกกลางๆ ที่ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติและมีเงาเล็กน้อย สุดท้าย การเคลือบภาพเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพผลงานศิลปะของเราในระยะยาว ขอแนะนำให้รวบรวมงานหลายชิ้นมาทำน้ำยาเคลือบพร้อมกันเพื่อประหยัดวัสดุและรักษาความสะอาดของอุปกรณ์ เทคนิคที่ถูกต้องและความใส่ใจในรายละเอียดแต่ละขั้นตอนจะสร้างผลงานศิลปะที่สวยงามและคงทนให้กับเราได้อย่างภาคภูมิใจ