ลูกชอบเถียง เพราะแบบนี้
เด็กที่ชอบถาม ชอบเถียง
หรือไม่เชื่อง่าย ๆ
อาจไม่ได้มีปัญหา
เขาอาจแค่กำลังใช้สมอง
ในแบบที่ต่างจากคนส่วนใหญ่
ถ้าเราเข้าใจตัวตนของลูก เราอาจมองเห็นมากกว่าพฤติกรรม แต่เป็น
"ศักยภาพ" ที่เป็น "จุดแข็ง"ของลูก
จากประสบการณ์เลี้ยงลูกวัยรุ่นที่ชอบตั้งคำถามและเถียงอยู่บ่อย ๆ พบว่าพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกกำลังใช้ความคิดอย่างจริงจังและพยายามทำความเข้าใจโลกในแบบของเขาเอง เมื่อเราเปลี่ยนมุมมองจากการมองว่าการเถียงคือปัญหา มาเป็นการมองหาศักยภาพและจุดแข็งที่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมนั้น เราจะเห็นว่าเด็กที่ชอบเถียงมักมีความคิดวิเคราะห์สูง สามารถตั้งข้อสงสัยและท้าทายสิ่งที่ได้รับมาอย่างสร้างสรรค์ สิ่งนี้จึงกลายเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แนวทางที่สำคัญคือการเลี้ยงลูกเชิงบวก โดยให้ความเคารพความคิดของลูก เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็นและอธิบายเหตุผลของตนเองอย่างเต็มที่ แทนที่จะปิดกั้นหรือบังคับให้เชื่อฟังทันที การสนทนาอย่างเปิดใจช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและทำให้ลูกมั่นใจว่าความคิดของเขามีค่า นอกจากนี้ การเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนมีวิธีคิดและรับรู้โลกที่แตกต่างกัน จะช่วยให้พ่อแม่และผู้ดูแลสามารถปรับวิธีสื่อสารและสนับสนุนให้เหมาะสมกับศักยภาพเฉพาะตัวของลูก เช่น การให้โจทย์หรือคำถามที่กระตุ้นการคิด เพื่อพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหา สรุปแล้ว การยอมรับและเข้าใจพฤติกรรมชอบเถียงของลูก ไม่ใช่แค่ช่วยลดความขัดแย้งในครอบครัว แต่ยังส่งเสริมให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความมั่นใจ และพร้อมใช้ศักยภาพที่เป็นจุดแข็งในชีวิตต่อไป































ลูกชายค่ะพูดอะไรเขาจะคัดค้านทีต้องมีปากน้ำเสียงอายุแค่ 11 ขวบเหมือนเขาจะเชื่อในสิ่งที่เขาคิด