ความกลัวของเด็กแต่ละวัยเป็นอย่างไร รวมวิธีช่วยลูกรับมือ✅

ความกลัวเป็นเรื่องปกติที่เด็กทุกคนต้องเจอ แต่รูปแบบและสาเหตุของความกลัวจะเปลี่ยนไปตามช่วงวัยของลูก ถ้าเราเข้าใจเราจะช่วยลูกได้ถูกจุด และช่วยให้ลูกผ่านมันไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

#วัยทารก - 1 ขวบ

กลัวการแยกจากพ่อแม่ (Separation anxiety)

เด็กเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องอยู่ห่างจากพ่อแม่ หรือคนที่เขาคุ้นเคย

พ่อแม่ช่วยได้โดย…

● กอด หอม และสัมผัสบ่อย ๆ ให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

● สร้างกิจวัตรประจำวัน เช่น เวลาเล่น เวลากอด เวลานอน

#วัยเตาะแตะ -ก่อนเข้าโรงเรียน (1-5 ขวบ)

กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น ความมืด, เสียงดัง, ตัวการ์ตูนน่ากลัว

พ่อแม่ช่วยได้โดย…

● ฟังอย่างจริงจัง ไม่หัวเราะหรือพูดว่า “ไม่ต้องกลัว”

● เล่นบทบาทสมมติ หรือเล่านิทานที่ช่วยให้ลูกเข้าใจ

● อธิบายเรื่องที่กลัวอย่างง่าย ๆ และสอนวิธีรับมือ เช่น ใช้ไฟฉายตอนกลางคืน

#วัยเรียน (6-12 ขวบ)

กลัวการผิดพลาด การไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวสอบตก ถูกล้อ ไม่มีเพื่อน เล่นกีฬาไม่เก่ง

พ่อแม่ช่วยได้โดย…

● สนับสนุนให้ลูกพูดคุยเกี่ยวกับเพื่อนและกิจกรรมที่โรงเรียน

● สอนให้รู้จักยอมรับความผิดพลาดว่าเป็นเรื่องปกติ และเป็นโอกาสเรียนรู้

● ให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกจะพูดและแสดงความรู้สึกอะไรก็ได้

#วัยรุ่น (13 ปีขึ้นไป)

กลัวเรื่องภาพลักษณ์ การยอมรับจากสังคม และอนาคต เช่น ความสัมพันธ์ เพศศึกษา หรือความกดดันทางการเรียนและเป้าหมายในชีวิต

พ่อแม่ช่วยได้โดย…

● เปิดใจรับฟัง ไม่ตัดสินหรือเร่งรีบให้คำแนะนำ

● ช่วยลูกหาทางออกหรือทางเลือกในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยให้ลูกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

● สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกรู้ว่าเขามีพ่อแม่เป็นที่พึ่งเสมอ

#เคล็ดลับทั่วไปสำหรับพ่อแม่ทุกวัย :

1. อย่าดูถูกหรือมองข้ามความกลัวของลูก

เพราะสำหรับลูกมันจริง และหนักหนากว่าที่เราคิด

2. ใช้คำพูดที่ปลอบโยนและเข้าใจ เช่น “แม่เข้าใจว่าหนูกลัวนะ” แทนที่จะพูดว่า “ไม่ต้องกลัวเลยนะ”

3. ส่งเสริมให้ลูกลองเผชิญหน้ากับความกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีเราอยู่ข้าง ๆ คอยให้กำลังใจ

#เลี้ยงลูกตามคุณหมอประเสริฐ #เลี้ยงลูกเชิงบวก

#เลี้ยงลูกด้วยความรัก

2025/8/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหนึ่งในความกลัวที่พบบ่อยในเด็กวัยทารกคือ "separation anxiety" หรือความกลัวการแยกจากพ่อแม่ ซึ่งทำให้เด็กไม่อยากอยู่ไกลจากคนที่เขาคุ้นเคยและพึ่งพาได้ ในฐานะพ่อแม่ การแสดงความรักผ่านการกอด หอม และสัมผัสบ่อยๆ เป็นวิธีช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น การสร้างกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจนก็ช่วยลดความวิตกกังวล เช่น การมีเวลาเล่น เวลานอน และเวลาที่พ่อแม่อยู่กับลูกอย่างแน่นอน ทำให้ลูกมีความรู้สึกมั่นคง และรับรู้อย่างชัดเจนถึงความรักและการดูแล เมื่อลูกเข้าสู่วัยเตาะแตะ ซึ่งเริ่มกลัวสิ่งที่ไม่สามารถเห็นหรืออธิบายได้ง่าย เช่น กลัวความมืด เสียงดัง หรือแม้แต่ตัวการ์ตูนที่น่ากลัว วิธีช่วยคือการฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ตีความหรือล้อเลียนความกลัวนั้น ให้ลูกรู้ว่าสิ่งที่เขารู้สึกเป็นเรื่องจริงที่เราเข้าใจ พ่อแม่สามารถเล่นบทบาทสมมติหรือเล่านิทานเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกกลัว เพื่อให้ลูกเรียนรู้ที่จะเข้าใจและรับมือกับความกลัวโดยไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียน การกลัวความผิดพลาด ไม่เป็นที่ยอมรับ หรือกลัวการล้มเหลวในกิจกรรมต่างๆ อาจทำให้เกิดความเครียด การสนับสนุนให้ลูกพูดคุยเกี่ยวกับวันของเขา หรือความรู้สึกเกี่ยวกับเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้เขารู้ว่ามีที่ปลอดภัยที่จะเปิดใจ สอนให้ลูกเห็นว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติและเป็นบทเรียนสำคัญ จะช่วยลดความกลัวในใจ และสร้างความมั่นใจที่จะเผชิญกับอุปสรรคในอนาคต ในวัยรุ่น ความกลัวจะเปลี่ยนเป็นความกังวลเรื่องภาพลักษณ์ การยอมรับจากสังคม และอนาคต การเปิดใจรับฟังลูกโดยไม่ตัดสินใจเร็วเกินไป จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคง และให้ลูกมีพื้นที่ปลอดภัยในการแบ่งปันความรู้สึก สุดท้าย เคล็ดลับสำคัญสำหรับพ่อแม่ทุกวัย คือ อย่าดูถูกหรือมองข้ามความกลัวของลูก แม้จะดูเล็กน้อยสำหรับเรา แต่สำหรับลูกคือสิ่งที่หนักหนาและจริงจัง การใช้คำพูดที่ปลอบโยนและส่งเสริมให้ลูกลองเผชิญหน้ากับความกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยที่พ่อแม่อยู่ข้างๆ จะช่วยปลูกฝังความกล้าหาญและความมั่นใจในตัวลูกได้อย่างยั่งยืน

ค้นหา ·
วิธีรับมือกับอารมณ์ลูก