เมื่อ "ความหวังดี" กับ "ความคาดหวัง" สวนทางกัน
ผมกับแฟนแต่งงานกันมาประมาณ 10 ปี
ผมทำงานเป็นเซลล์ รายได้ค่อนข้างน้อย
แฟนผมทำงานออฟฟิศมีรายได้ที่สูงกว่าผมพอสมควร
ส่วนตัวผมพยายามแบ่งเบาภาระงานบ้านทุกอย่าง
ทุกอย่างที่ทำได้ผมจะทำเองทั้งหมด
กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำ หรืออะไรก็แล้วแต่ผมจะเป็นคนช่วยจัดบ้านให้เรียบร้อย
ข้อดีของผมที่เป็นเซลล์คือ มีเวล าว่างมากกว่า ผมจึงมีเวลาไปส่งและไปรับแฟนที่ทำงานทุกวัน
เราอาศัยอยู่ด้วยกันที่คอนโด
และผมมีบ้านอีกหลังหนึ่ง ห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบ้านที่แม่ผมพักอยู่
ผมจึงอาสานำเสื้อผ้าของเราทั้งสองคนไปซักสัปดาห์ละครั้ง
เพราะตั้งใจอยากช่วยแบ่งเบาภาระของแฟน (เครื่องฝาหน้า)
ช่วงแรก ผมซักเสื้อผ้าของคนสองคนรวมกัน
แยกแค่เสื้อกับกางเกง
แต่ก็ถูกตำหนิว่าเสื้อสีตก เสื้อขาวหมอง
ผมพยายามแก้ไข
จากซัก 2 รอบ → แยกเป็น 3 รอบ
คือ เสื้อขาว / เสื้อสี / กางเกง
แต่ก็ยังมีปัญหา
เช่น ลายสกรีนเสื้อหลุด กางเกงยีนส์ไปเกี่ยวกับกางเกงเนื้อบาง
ผมจึงปรับอีกครั้ง😥
ซักเป็น 4 รอบ
– เสื้อขาว
– เสื้อสี
– กางเกงยีนส์
– กางเกงบาง
ผมพยายามละเอียดขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งที่ ยอมเสียเวลามากขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้น ปัญหาก็ยังเกิดขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว
และทุกครั้งที่เกิด ผมมักจะถูกตำหนิ
เช่น
– ทำไมไม่เอาเสื้อใส่ถุงก่อนซัก
– ทำไมกระดุมหลุด
– ทำไมผ้าเป็นแบบนี้
แม้ช่วงหลังแฟนจะไม่ได้พูดตรงๆ
แต่ใช้กิริยาอาการ เช่น หยิบเสื้อมาดู สีหน้า หรือท่าทาง
ซึ่งทำให้ผมรู้สึกได้ทันทีว่า “ผมทำไม่ดีอีกแล้ว”
ผมเสียความรู้สึกหลายครั้ง
เพราะในมุมของผม ผมตั้งใจมากจริงๆ
และผมก็คิดว่า การซักด้วยเครื่อง ไม่ใช่การซักมือ
บางอย่าง เช่น สีตก ผ้าเกี่ยวกัน มันอาจเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ควบคุมได้ไม่ 100%
สุดท้าย ผมจึงตัดสินใจคุยกับแฟนตรงๆ ว่า
ต่อไปนี้ผมขอไม่รับหน้าที่ซักผ้าแล้ว
ผมจะซื้อเครื่องซักผ้าอีกเครื่องมาตั้งไว้ที่คอนโด
เพื่อให้แฟนซักเอง
จะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำๆ และไม่ต้องมารู้สึกไม่ดีกัน
แต่เรื่องกลับไม่จบง่ายๆ
แฟนผมหงุดหงิด และมองว่าผม “หนีปัญหา”
ถามว่าทำไมไม่พยายามทำให้ดีกว่านี้
ทำไมไม่ใส่ถุงผ้าก่อนซัก
คิดว่าที่ทำอยู่คือดีที่สุดแล้วจริงหรือ?!
สุดท้าย เรื่องที่ผมตั้งใจช่วย
กลับกลายเป็นว่าผมถูกมองว่าไม่รักษาคำพูด
ทั้งที่เคยบอกว่าจะช่วยแบ่งเบา
แต่วันนี้กลับเลือกถอยออกมา
ผมสับสนมาก
เพราะผมตั้งใจซักผ้าจริงๆ ไม่เคยอยากให้เสื้อผ้าเสียหาย
แต่ผมก็ไม่อยากเผชิญกับการถูกตำหนิซ้ำๆ
และไม่อยากรู้สึกว่า “ความตั้งใจของผมไม่มีค่า”
ผมแค่อยากรู้ว่า
ในสถานการณ์แบบนี้ ผมควรทำยังไงดี

















