สืบเนื่องจากกรณี 'นายกเฮง' วีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน พรรคประชาชน ได้พูดเชิงประชดประชันโดยระบุว่า
ถ้าอยากรู้ว่าสิ้นสุดเขตลำพูน (บนถนนเลียบทางรถไฟช่วงรอยต่อระหว่างลำพูน-เชียงใหม่) ช่วงไหน ให้ดูว่าเสาไฟฟ้าที่มีไฟส่องสว่างต้นสุดท้ายอยู่ที่จุดไหน โดยลำพูนจะไฟส่องสว่างแต่พอเข้าเชียงใหม่ก็จะมืดทันที
โดยเป็นการพูดคุยกับไอซ์ รักชนก ศรีนอก และทีมงานรายก าร Friend Talk พร้อมมีการแซวกันว่า หาก ไอซ์พูดขึ้นมาว่า รอบหน้าถ้าได้ นายก อบจ.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชนด้วยจะดีกว่านี้ (ปัจจุบันเป็นคนสายพรรคเพื่อไทย)
ซึ่งภายในเวลาต่อมา บี-กรรณิการ์ ลือชา สมาชิก อบจ.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ต้องออกมาตอบโต้พร้อมนำวิดีโอหลักฐานมาแสดงให้ดูว่า ที่นายกเฮง อ้างว่า "เข้าเขตเชียงใหม่แล้วมันมืด" แท้ที่จริงมันยังอยู่ใน "เขตลำพูน" ต่างหาก
เพราะในพื้นที่เชียงใหม่ มีป้ายบอกจุดชัดเจนว่าเข้าเขตเชียงใหม่แล้ว และตรงจุดนั้นก็มีเสาไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ต้นแรก ไล่ไปจนสุดถนน
ล่าสุด ทางนายกเฮง ได้ออกมากล่าวขอโทษทาง อบจ.เชียงใหม่แล้ว โดยอ้างว่า ทีมงานกองช่างของตนเข้าใจเรื่องขอบเขตพื้นที่จังหวัดผิดพลาดไปเอง
---
ทุ กคนครับ จุดตรงที่ผมยืน เป็นจุดที่เสาไฟต้นแรกในเส้นข้างทางรถไฟ ของอบจ. เชียงใหม่ตั้งอยู่ ซึ่งติดตั้งแต่ปี 2567 จากที่ผมได้พูดในไลฟ์สดว่าเข้าเขตมืดเมื่อไหร่ เข้าสู่เขตเชียงใหม่เมื่อนั้น
ก่อนอื่นต้องขอโทษทาง อบจ.เชียงใหม่ด้วยนะครับ ที่อาจจะทำให้ดูแล้วโดนดูหมิ่นตรงนี้กับผมเองต้องขอกล่าวอภัยเป็นอย่างยิ่ง เกิดจากความผิดพลาดของผมเองที่ตอนที่ติดตั้งไฟเส้นข้างทางรถไฟเส้นนี้ครั้งแรกผมขับรถมาพอ จุดติดตั้งของจังหวัดลำพูนปุ๊บมันก็มืดเลย
ตรงนี้ต้องขออภัยทาง อบจ. เชียงใหม่ด้วยจริงๆ เมื่อตอนเช้าผมได้โทรหาท่านรองนายกเชียงใหม่ ได้แจ้งให้ท่านว่าผมลงพื้นที่ตั้งแต่คืนก่อนแล้ว แต่มัวแต่ยุ่งไฟป่าขอให้พี่น้องประชาชนทั้งสองจังหวัดรักใคร่กลมเกลียวกันนะครับยืนยันว่าทั้งสองอบจ. ก็อยากจะพัฒนาเ ส้นติดต่อกัน ที่พ่อแม่พี่น้องได้ใช้สัญจร ได้เป็นจังหวัดที่พัฒนาไปร่วมกันครับ
ซึ่งจะมีระยะทาง 400 เมตร ที่มืด มีคำถามว่าสรุปเป็นเขตเชียงใหม่หรือเขตลำพูน
ประเด็นแรกหลังจากที่ลงพื้นที่ ที่มันมืดตรงนี้ผมได้ถามทางสำนักช่างว่าทำไมเราไม่ติดตรงที่เป็นจุดแรกของลำพูนเหมือนที่เชียงใหม่ ติดตรงป้ายที่ขึ้นว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเสาไฟตัวแรก
เพราะตอนกองช่างลงสำรวจหน้างานเห็นทางเข้าดูโฮมก็เข้าใจว่า ตรงนั้นเป็นเขตเชียงใหม่แล้ว ไม่เอาชัวร์ชัวร์ว่าติดเสาของอบจลำพูน ตรงที่เป็นเขตลำพูนชัวร์ชัวร์ ซึ่งพอลงไปปักหมุด Google ในแผนที่ เลยจากทางเข้าบริษัทดูโฮมไป 200 เมตรก็จะมีป้ายลำพูนฝั่งตะวันออก แล้วอีก 200 เมตร ฝั่งตะวันตกก็จะจะมีป้ายเชียงใหม่
ถ้าวัดตามแผนที่จริงๆวัดตามหมุด ก็น่าจะม ืดกันคนละ 200 เมตรครับ เพราะเลยทางเข้าดูโฮมมานิดเดียวก็เป็นทางขึ้นบ้านจัดสรรตรงนั้นก็เป็นพื้นที่เชียงใหม่แล้ว
เอาเป็นว่าเจตนาผมไม่ได้ต้องการ ดูหมิ่นดูแคลนจังหวัดเชียงใหม่แต่อย่างใดอย่างที่เค้าปั่นกันตลอดสองสามวันที่ผ่านมา ทางนี้ต้องขออภัยทางอบจ. เชียงใหม่ด้วยนะครับ ยอมรับผิดครั้งนี้แต่เพียงผู้เดียวครับ
---
นอกจากนี้เมื่อมีประชาชนเข้าไปคอมเมนต์ตั้งคำถามว่่า "กองช่างลงสำรวจ ไม่รู้ว่าเขตลำพูนอยู่ตรงไหนเหรอครับ?" ด้านนายกเฮง ก็เข้าไปตอบว่า "อ้าย คนต่างบ้าน อ้ามาเดือดร้อน อย่ามา สติไม่ดีแถวนี้" จนทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการตอบคำถามประชาชนของนายก อบจ.รายนี้ด้วย
จากเหตุการณ์ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับขอบเขตพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ ผมเห็นว่าปัญหาประเด็นเสาไฟฟ้าที่มีการติดตั้งและความมืดในจุดที่กล่าวถึงได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดและสื่อสารขอบเขตพื้นที่อย่างชัดเจนในงานภาครัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่าง อบจ. ในประสบการณ์จริง เรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ที่มีรอยต่อระหว่างจังหวัดหรืออำเภอมักมีความซับซ้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขอบเขตเขตแดนตามภูมิศาสตร์หรือการจัดวางโครงสร้างพื้นฐานเช่นเสาไฟ ถนน หรือระบบสาธารณูปโภคต่างๆ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่มีการวางแผนร่วมและข้อมูลที่ถูกต้อง ก็ง่ายที่จะเกิดความสับสน การถกเถียง หรือแม้กระทั่งความเข้าใจผิดเหมือนกรณีนี้ ที่น่าสนใจคือกรณีของเสาไฟโซลาร์เซลล์ที่ อบจ.เชียงใหม่ติดตั้ง ซึ่งแสดงถึงความพยายามในการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนและทันสมัย แต่การไม่ชัดเจนในจุดที่เป็นเขตจังหวัดจริงทำให้เกิดความกังวลและความไม่สะดวกใจสำหรับประชาชนในพื้นที่ ผมคิดว่าข้อดีจากเหตุการณ์นี้คือการได้เห็นความจริงใจและความพร้อมที่จะรับผิดชอบของนายก อบจ.ลำพูน ที่ออกมาขอโทษและชี้แจงต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย พร้อมทั้งแสดงเจตนาที่จะร่วมมือระหว่างสองอบจ.เพื่อพัฒนาพื้นที่ติดต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากสำหรับการร่วมมือข้ามจังหวัดในระดับท้องถิ่น สุดท้ายผมขอฝากปัจจัยเรื่องการสื่อสารกับประชาชน ต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมและให้เกียรติทุกฝ่าย เพราะประชาชนคือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้อง เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานกับชุมชน รวมถึงป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต


เขาเรียกว่า “พูดโง่ๆ”