"เด็กรุ่นใหม่ (บางกลุ่ม) กล้าต่อรองเยอะ แต่ทำงานไม่ได้จริง“
Gen Z มีสองกลุ่มชัดเจน
กลุ่มแรก — ขี้เกียจพัฒนาตัวเอง แต่เสือกต่อรองเยอะ ยังทำอะไรไม่เป็น แต่พอจะสอนให้ เพื่อให้ทำงานอื่น ๆ เพิ่มได้ จากขั้นแรก ก็ขอเงินเดือนเพิ่มทันที = เสียเวลาสอน ฟรี ไม่ได้อะไรกลับมา
กลุ่มที่สอง — ขยันพัฒนาตัวเอง เรียนรู้จนทำได้จริง มีคุณภาพ ไม่ต่อรองมั่ว ส่งงานตร งเวลา (ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์งานประจำ ก็ออกมารับงานฟรีแลนซ์ได้เลย) เผลอ ๆ กลุ่มนี้สอนงานเจ้าของธุรกิจอีก…
สำหรับเจ้าของธุรกิจ
→ ทำไมต้องจ้างกลุ่มแรกที่ต่อรองแต่ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น No Idea!
→ จ่ายเงินให้กลุ่มที่สองที่มีไอเดีย และทำได้จริงดีกว่า
→ จ่ายเกินพนักงานประจำนิดเดียว แต่ได้งานคุณภาพ (งานดีขึ้นทันที)
→ ฟรีแลนซ์จะเจอคนที่ความภูมิใจและใส่เต็มกับงานง่ายกว่า
→ ในกลุ่มพนักงานประจำ จะเจอพวกทำส่ง ๆ ให้ผ่าน ๆ ไปง่ายกว่า
→ ไม่ต้องเทรนนิ่ง ไม่ต้องตาม ไม่ต้อง KPI
→ ทำไม่ได้ก็เปลี่ยน
สำหรับ Gen Z กลุ่มที่สอง…
นี่คือโอกาสของคุณ ตลาดกำลังเปิดกว้าง สำหรับคนพัฒนาตัวเอง ให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน องค์กรกำลังมองหาคนที่ทำได้จริง ไม่ใช่คนที่ต่อรองแต่ไม่มีฝีมือ ยิ่งคุณมี Portfolio หรือคุณเล่น Software tools ต่าง ๆ มาบ้างนะ คุณแย่งงานคนกลุ่มแรกสบายเลย เกรดไม่ต้องดีก็ได้ ขอแค่โชว์ของชัดเจนว่าคุณทำได้ คุณอิน!
ประกอบกับการพัฒนาตัวเอง สร้าง ‘Skill Stack’ ต่อ
แค่นี้คุณก็จะได้ค่าจ้างสูงกว่าพนักงานประจำทั่วไปแล้ว…
ปล. บริษัทใหญ่ ๆ ไม่ค่อยเจอปัญหาพวกนี้หรอก ได้เด็กหัวกะทิ ตั้งใจทำงานไปหมดละ บริษัท SME อย่างพวกเรานี้ละ ตัวรับชะตากรรมเลย ดังนั้น ถ้าเด็กกลุ่มนี้ไม่พร้อมทำงาน อย่าให้การรีบใช้คนของเรา พาเราปวดหัวระยะยาว (อย่าเผลอคิดว่าจะเปลี่ยน หรือพัฒนาใครได้ ถ้าตัวมันเองยังไม่พร้อมรับเลย) ผมโดนมาหลายรอบละ ไม่คุ้มค่าเลยกับความปวดหัวของเรา…
ใช้ฟรีแลนซ์ไปก่อนเถิดเพื่อนเอ๋ยยย…
เริ่มเห็นภาพ Solopreneur และ Gig Economy ชัดขึ้นเรื่อย ๆ









































