"เราเกลียดใครบางคน ก่อนจะรู้จักตัวตนของเขาเสียอีก"
"เราเกลียดใครบางคน ก่อนจะรู้จักตัวตนของเขาเสียอีก"
Side Story : มุมมองปัญหาผ่านเรื่องเล่า จากปากของคนอื่น
1) คุณ #เจนี่เทียนโพธิ์สุวรรณ และ #ไฮโซข้าวโพด ได้ออกมา Live พูดถึงความเข้าใจผิดในกันและกัน ทำให้ไม่ชอบหน้ากัน เพราะถูกปั่นจากเพื่อนคนหนึ่ง ให้เกลียดกัน ทำให้ไม่คุยกัน ด้วยภาพที่ดูเป็นคนแรงๆ ตรงๆทั้งคู่ จึงยิ่งไม่ได้เข้าหากัน จนได้ใกล้ชิดกันและรู้ว่าต่างฝ่ายต่างเป็นคนน่ารัก ไม่ได้มีอะไรที่ไม่ดีเลย กลายเป็นยิ่งสนิทแล้วเข้ากันได้ดีมาก แต่ไฮโซข้าวโพดถูกนำไปเล่านินทาให้คนไม่ชอบ จากเพื่อนคนเดิม ... จาก Live พูดคุยนี้ ทำให้เรากลับมามองชีวิตเราว่าจริงๆ เราก็เจออะไรแบบนี้กันเสมอ แค่เราตั้งรับยังไง และเราใช้ชีวิตแบบไหน
2) อย่างแรกคือ First Impression ของทุกคนรอบตัวที่เราเจอ จงเปิดใจก่อน อย่าเพิ่งเอาอคติความเกลียดที่มาจากการฟังคนรอบข้างมาอยู่ในใจ แม้ฟังอะไรมาก็ตาม ให้แค่เป็นข้อมูลไว้ แต่ไม่ด่วนตัดสินไปก่อน ให้โอกาสตัวเองได้รู้จักคนตรงหน้าจริงๆ จนเรามั่นใจว่าเขาเป็นคนแบบไหน
3) ความไม่ชอบของคนหนึ ่งที่มีต่อใครๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะเจอแบบเดียวกัน หรือรู้สึกแบบเดียวกันกับเขาก็ได้ เพราะคนเราจะดี หรือไม่ดีกับใคร มันขึ้นอยู่กับว่า คนคนนั้นเป็นใคร ก็เหมือนกับชีวิตเรา เราจะทำดีด้วยก็กับคนที่ดีกับเรา และไม่น่ารักกับคนที่ไม่น่ารักกับเรา คนที่ไม่ได้น่ารักในเรื่องเล่าของคนอื่น ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเป็นแบบนั้นกับเรา
4) ไม่ว่าใครก็เป็น "ผู้ร้าย" ในเรื่องเล่าของคนอื่นได้ทั้งนั้น สิ่งที่สังคมต้องการคือ "วิจารณญาณ" เพราะเศษเสี้ยวของความไม่พอใจของใครบางคน ที่ทำให้คนนั้นคนนี้เป็นผู้ร้าย มันเป็นประสบการณ์ของแต่ละคน ที่เจอผู้คนไม่เหมือนกัน ผู้ร้ายในเรื่องเล่าของคนอื่น อาจจะเป็นเพียงเรื่องปกติของคนคนนั้น เพราะคนเรามีทั้งด้านดี และด้านลบในตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีใครสมบ ูรณ์แบบ เพียงแต่ผู้คนจะหยิบเรื่องไหนของคนอื่นมานินทา
5) แม้ตัวตนจริง ชั่ว 10% ดี 90% แต่อาจจะเอามาเล่าว่า ชั่ว 90% แทบหาความดีไม่ได้เลย ก็อาจจะเป็นการปั่น เล่าขยายเรื่องราวให้ใหญ่ ทั้งๆที่ความจริงเป็นคนละเรื่อง การเชื่อคำพูดคนอื่น โดยไม่มีวิจารณญาณของตัวเอง ก็เหมือนกับหลักกาลามสูตร 10 ของพระพุทธเจ้า เราแค่ไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเอง และอาจจะถูกครอบงำด้วยคำนินทาอยู่
6) จริงๆ คนที่เราควรห่างที่สุด คือ "คนที่คอยนินทาคนอื่น" เพราะมันทำให้เราคอยรับพลังลบเข้ามาใส่ตัวเราเสมอ จากวันที่สดใสของเรา ต้องมารับรู้เรื่องปั่น เรื่องแย่ๆของใครต่อใคร อย่างสนุกปาก และมันก็ทำลายนิสัย/ตัวตนของเราให้เป็นคนที่แย่ลงด้วย เพราะขนาดเรายังไม่ชอบถูกนินทา แล้วเราอยู่ในกลุ่มผู้คนที่นินทา เรากำลังทำในสิ่งที่เราเกลียด แล้วเราจะเป็นคนดีได้ยังไงกัน
7) สาเหตุที่เราไม่ควรฟังคำนินทาที่เล่าเรื่องคนอื่น และไม่ควรเชื่อ 100% เพราะเราไม่มีทางรู้เจตนาของคนเล่า
- บางคนคอยนินทาคนอื่น เพราะอิจฉาเขา
- บางคนแค่อยากให้ศูนย์กลางของความรักอยู่ที่ตัวเอง ให้คนอื่นถูกเกลียด เพื่อให้คนเชื่อถือตัวเอง ให้คนยอมรับตัวเอง
- บางคนเลือกทำให้คนเกลียดกัน เพื่อให้เขาไม่คุยกัน และหาประโยชน์จากความเกลียดชังนั้น เพราะการที่ไม่มีคนรักเขา ทำให้เขาพูดอะไรก็ไม่ม่ใครเชื่อ ก็ยิ่งใช้จุดอ่อนนี้ ทำร้ายผู้คนง่ายขึ้น
8 ) จงเตือนตัวเองอย่าหูเบา แล้วสัมผัสตัวตนคนคนหนึ่งจากใจ จากประสบการณ์ตัวเอง และตัดสินใจด้วยตัวเองว่า เขา work หรือไม่ work กับความสัมพันธ์กับเรา เขาไม่ดีกับคนอื่น แต่ถ้าเขาดีกับเรา ก็คือจบ และคนที่ดูแรงๆ ตรงๆ อาจจะไม่มีอะไรเลย แค่ look และการนำเสนอภายนอก อาจจะไม่น่าประทับใจ แต่ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คนดีกว่ารีบบอกว่าใครเป็นแบบไหน ทั้งๆที่ไม่รู้จักเขา
9) การฟังเขามา แล้วเราเชื่อ ไม่ใช่เพราะเราโง่ แต่เพราะเราให้คุณค่ากับความไว้ใจ แต่ใจคนเป็นเรื่องอ่านยาก และบางคนมีกลยุทธ์ทางจิตวิทยาขั้นสูง ผู้คนที่เราเห็น อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น และบางคนมีเรื่องเล่าของคนอื่นมากมาย เพื่อให้ตัวเองดูดี แต่กดเหยียดทุกคนรอบข้าง เพื่อให้คนอื่นดูต่ำกว่าตัวเอง อาจจะเป็นปมทางจิตของเขา ที่ต้องการได้รับความสนใจ และต้องการอยู่เหนือคนอื่น ใครบางคนใช้จิตวิทยากับผู้คนเพื่อสร้าง "Lobbying Strategy" ให้ฟังตัวเองคนเดียว เจตนาให้ผู้คนอย่าไปฟังคนอื่น อยากควบคุมคนอื่น สร้า งอำนาจการสื่อสารให้อยู่กับตัวเอง และพยายามสร้างความเชื่อถือให้กับตัวเอง และนั่นคือความไม่จริงใจจากคนที่ชอบนินทา จงระวังที่จะเอามาไว้ใกล้ตัว
10) ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีดีมั่ง เลวมั่งปะปน เชื่อเถอะว่า เราแค่เจอผู้คนแบบที่หันด้านดีๆเข้าหากันก็พอ รับกันได้ก็คบกันต่อ รับไม่ได้ก็แค่แยกย้าย แต่ไม่ต้องฟังใครมาก เพราะมันไม่มีใครดี 100% อยู่แล้ว ถ้าเขาดีกับเรา ต่อให้เขาไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาไม่ได้เป็นพิษเป็นภัย อยู่ใกล้แล้วเรามีความสุข สบายใจ และอยู่ใกล้คนไหนแล้วชีวิตเราดีขึ้น มันจบที่ประสบการณ์ของเราเอง ไม่ใช่ที่ขี้ปากของใคร เอาเราเป็นที่ตั้งว่า "อยู่กับใครแล้วอุณหภูมิในชีวิตเราเป็นยังไง?" ถ้าเราเย็นสบายก็ไปกันต่อ แต่ถ้าเจอทีไรก็ร้อนเป็นไฟ เอาแต่เรื่องแย่ๆมาให้เรา ไม่เป็นสุข ก็แค่ออกห่าง เราตอบตัวเองได้ อย่าให้คำพูดคนอื่นมามีอิทธิพลกับชีวิตเราขนาดนั้น
เราเองก็ไม่ใช่คนดีมาก เราคงถูกนินทาบ้างแหละ แล้วยังจะเชื่อทุกคำนินทาอีกเหรอ?
"ชีวิตจริง ก็เหมือนละคร แต่อาจโหดกว่า ปรับตัวให้ได้ เลือกคนที่แวดล้อมดีๆ คนไหนอยู่ด้วยแล้วไม่สบายใจ ชอบเล่าอะไรที่สร้างขยะในใจ ก็ตัดออกไปบ้าง ชีวิตคงสงบสุขมากขึ้น"













