รักษามะเร็งสมองตอนอายุ 3.8 ขวบ

มาต่อการรักษาของน้องกันค่า

เเม่กับพ่อเลือกให้น้องรับยาเคมีบำบัด 1 เข็ม คุณหมอก็ให้เราแอดมิทเตรียมความพร้อม คุณหมอให้น้องเจาะไขสันหลังเพิ่มเติมเพื่อดูว่าในไขสันหลังมีตัวอ่อนของเชื้อมะเร็งมั้ย สรุปไม่มีนะคะ แม่โล่งใจมากๆค่ะ MRI หลังผ่าตัดเสร็จ ทำหน้ากากสำหรับใช้ครอบตอนฉายแสง และก่อนจะให้เคมีบำบัดคุณหมอให้น้องทานยาถ่ายพยาธิ 3 วัน ให้น้ำเกลืออีก 1 วัน ถึงให้ยาเคมีบำบัดเข็มแรกตามสูตร ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน แม่จำไม่ค่อยได้นะคะ ให้ยาเคมีเสร็จก็ให้น้ำเกลือต่ออีก 1 วัน และน้องต้องตรวจเลือดดูค่าเม็ดเลือด ถ้าเม็ดเลือดขาวต่ำจะได้ฉีดยากระตุ้นค่ะ อาการหลังได้รับยาเคมีบำบัด ปากเป็นแผล กินอะไรไม่ค่อยได้เลย น้ำกับนมก็ไม่ยอมกิน ร้องงอแง มีท้องเสียนิดหน่อย

ให้ยาเคมีบำบัดเสร็จ คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้และให้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวกลับมาฉีดต่ออีกหลายวันค่ะ ก่อนกลับคุณหมอแจ้งผล MRI หลังผ่าตัดเสร็จว่าคุณหมอสามารถผ่าเอาก้อนเนื้องอกขนาด 5 เซ็นออกได้หมดค่ะ คุณหมอเก่งมากๆ

หลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้าน น้องยังคงกินได้น้อย ไม่ค่อยทานอะไรเลย และมีอาการปวดท้อง น่าจะเพราะไม่สามารถทานอะไรได้ ไม่กี่วันน้องก็เริ่มผมร่วงเยอะมากๆจนต้องโกนผมให้น้องค่ะ

1 อาทิตย์ต่อมา กลางเดือน พ.ย.64 คุณหมอโทรมาถามอาการน้องเป็นยังไงบ้าง แล้วเรียกให้น้องไปรับยาเคมีบำบัด อีกเข็ม ก่อนจะฉายแสง แม่ปฏิเสธการรับเคมีบำบัดกับคุณหมอไปคะ เพราะตอนนั้นได้คิวฉายแสงวันที่ 8 ธ.ค.64 ซึ่งตั้งแต่กลับบ้านมากว่าน้องจะฟื้นตัวใช้เวลาพอสมควร แม่กลัวน้องจะไม่ไหว ถ้าถึงวันที่จะต้องฉายแสง แม่เลยปฏิเสธคุณหมอไปค่ะ

เราไปแอดมิทตามนัดฉายแสง คุณหมอตรวจเลือดเตรียมร่างกายน้องให้พร้อม สรุปน้องเลือดจางต้องเติมเลือด 1 ถุง แล้วตรวจเลือดซ้ำจนร่างกายน้องพร้อมทุกอย่างถึงสามารถเริ่มฉายแสงได้

ระหว่างการฉายแสงจะมีการตรวจเลือดอยู่ตลอดถ้าเม็ดเลือดต่ำก็ต้องฉีดกระตุ้นตลอด เพราะถ้าเม็ดเลือดขาวต่ำน้องจะไม่สามารถฉายแสงต่อได้ ต้องกินไข่ต้มบำรุงทุกวัน

น้องได้ฉายแสง จำนวน 33 ครั้ง ทำทุกวัน จ-ศ หยุด ส-ท น้องต้องดมยาสลบเพื่อเข้าเครื่องฉายแสงทุกวัน วันละ2 นาที หลังออกจากห้องฉายแสงต้องขึ้นไปห้องพักฟื้นต่ออีก 1 ชม. จนน้องตื่นดีถึงได้กลับเตียง ทุกวันอังคารแม่ต้องไปพบกับคุณหมอรังสีพูดคุยถึงอาการของน้องค่ะ

อาการช่วงที่ฉายแสงตรงหัวที่ถูกรังสีผิวจะเบรินไหม้ ผิวลอก แม่ใช้ทั้งออยละมอยเจอร์ไรเซอร์ของเซราวีทาให้น้องทุกวัน แต่ก็ยังมีอาการลอกอยู่นิดหน่อยค่ะ (ปัจจุบันผมตรงนั้นไม่ขึ้นอีกเลยค่ะ เซลล์ผมน่าจะถูกทำลายไปหมด)

น้องรักษาจนครบทั้ง 33 แสง ได้กลับบ้านต้นเดือน ก.พ.65

น้องใช้เวลารักษาโรคนี้ประมาณ 4 เดือนกว่าค่ะ หลังจบคอร์สการรักษาคุณหมอนัดมาตรวจซ้ำอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ช่วงแรกๆจะมีหมอโรคเลือดนัดรีเช็คอาการ ทุก4 เดือน แต่ตอนนี้ไม่ได้ตรวจด้วยแล้วค่ะ

อาจารย์หมอระบบประสาทและสมอง นัดMRI ทุก6 เดือน และเริ่มห่างเป็น 8เดือน

แล้วน้องตัวเล็กแม่เลยขอให้คุณหมอช่วยดูแลเรื่องนี้เพิ่มเติมก็มีคุณหมอต่อมไร้ท่อที่ติดตามตรวจฮอร์โมน เช็คการเจริญเติบโตของร่างกาย ติดตาม น้ำหนัก ส่วงสูงของน้องให้ยังอยู่ในเกณฑ์อยู่ ณ ตอนนี้ค่ะ

✅ แม่กับพ่อและน้องได้เข้าร่วมโครงการงานวิจัยของมหาราชเชียงใหม่ซึ่งเป็นการวิจัยเกี่ยวกับการตรวจยีนส์พันธุกรรมระดับDNA ว่ามียีนส์ที่เป็นมะเร็งมั้ย ถ้าพ่อหรือแม่มียีนส์มะเร็งนั้นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องเป็นมะเร็งได้ค่ะ ซึ่งกว่าผลจะออกก็เกือบ 2 ปี แม่และพ่อไม่มียีนส์DNAมะเร็งนะคะ

✅ แล้วทำไมน้องถึงเป็นมะเร็ง คุณหมอให้เหตุผลว่า อาจจะเกิดจากการแบ่งเซลล์ของน้องที่ผิดปกติจึงทำให้เกิดเป็นเซลมะเร็งขึ้นมาได้ค่ะ การตรวจนี้มีประโยชน์หลายอย่าง ทำให้คาดการถึงโรคในอนาคตได้ ถ้าเกิดมะเร็งขึ้นอีก น้องจะสามารถหาทางรักษาที่เหมาะกับน้องได้ ค่ะ

ปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้วค่ะที่น้องหายจากโรคมะเร็งสมองนี้ น้องได้กลับมาเรียน มาใช้ชีวิตอีกครั้งแบบเด็กคนอื่นๆค่ะ แม่ดีใจมากๆค่ะ

✨สำหรับเรื่องสิทธิรักษา น้องใช้สิทธิเบิกตรง (ของข้าราชการ) มีจ่ายส่วนต่างหลังผ่าตัดเสร็จ ประมาณ 11,000+ บาท และต้องซื้อหน้ากากที่ใช้ตอนฉายแสงเองอีก 1900 บาท

ประมาณนี้ค่ะเท่าที่จำได้นะคะ

#ติดเทรนด์ #มะเร็ง #มะเร็งสมอง #มะเร็งในเด็ก #lemon8ไดอารี่

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการรักษามะเร็งสมองในเด็กเล็กเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้การดูแลอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด หลังจากน้องได้รับยาเคมีบำบัดและฉายแสงครบ 33 ครั้งตามโปรแกรมการรักษา อาการข้างเคียงต่างๆ เช่น ผมร่วง ผิวไหม้ รวมถึงอาการเบื้องต้นหลังรับยาเคมีบำบัด ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องเข้าใจและเตรียมตัวรับมืออย่างดี นอกจากการรักษาหลักแล้ว การตรวจวินิจฉัยเสริม เช่น เจาะไขสันหลังเพื่อตรวจหาตัวอ่อนของเชื้อมะเร็ง และการตรวจ MRI อย่างต่อเนื่องช่วยให้แพทย์ประเมินการฟื้นตัวและวางแผนการรักษาในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ เรื่องสิทธิรักษาเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีรายจ่ายสูงจากการรักษาโครงการวิจัยและการตรวจยีนส์ DNA สามารถช่วยเสริมความมั่นใจในเรื่องสาเหตุของโรค รวมถึงเปิดโอกาสในการเลือกใช้วิธีรักษาที่เหมาะสมและทันสมัยในอนาคต การดูแลหลังการรักษาอย่างใกล้ชิด เช่น การติดตามการเจริญเติบโต น้ำหนัก และฮอร์โมนซึ่งทำโดยคุณหมอต่อมไร้ท่อ ก็ช่วยให้น้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตและเรียนหนังสือได้อย่างเด็กทั่วไป สำหรับผู้ที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่หนักหน่วงนี้ ควรหมั่นสังเกตอาการของเด็ก และรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง การดูแลสุขภาพทางกายและใจของทั้งเด็กและครอบครัวจะช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย

20 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Poupae1999^°^
Poupae1999^°^

เป็นกำลังใจให้นะคะ

รูปภาพของ ⓚooⓚ55
ⓚooⓚ55

เป็นกำลังใจให้แม่ๆ กับน้องนะคะ ลูกเราก็พึ่งหายจากมะเร็งเหมือนกัน 😍

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม