เพิ่มพลังบวกให้ตัวเอง!
การคิดบวก (Positive Thinking)
คือทัศนคติที่มองโลกในแง่ดีและเข้าใจความเป็นจริง โดยมุ่งเน้นหาข้อดีหรือโอกาสในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แทนการจมปลักอยู่กับความทุกข์ ช่วยสร้างพลังใจ การบริหารความเครียด และเปลี่ยนปัญหาให้เป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง
12 วิธีฝึกคิดบวก
1. พยายามมองหาข้อดีในเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นมันจะมีสองด้านเส มอ เพียงแต่ว่าเราจะตีความมันอย่างไร ตัวอย่างเช่น การที่เราถูกคนรักทิ้งเราไป เรารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก รู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา แต่อันที่จริงแล้วถ้าเราพยายามมองถึงข้อดีที่เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ มันอาจจะเป็นเวลาที่เราจะได้กลับมาอยู่กับตัวเองอีกครั้ง ค้นพบในสิ่งที่เราชอบ ตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริงและปฏิวัติชีวิตใหม่ เพื่อให้เราเป็นคนที่มีศักยภาพสูงที่สุดก็ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเรื่องราวเลวร้ายแค่ไหนในชีวิตเรา ให้ถามตัวเองว่า เราได้อะไรบ้างที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเราจากเรื่องนี้
2. สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นบวก
คนที่อยู่รอบตัวเรามีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดความรู้สึกของเรา ดังนั้นการเลือกคบคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราควรที่จะเลือกคบคนท ี่มีความคิดเป็นบวกมีความคิดก้าวหน้าที่จะนำพาชีวิตเราไปในทิศทางที่ดี นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงสื่อต่าง ๆ ที่เราเสพ ถามตัวเองว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เราเสพนั้นมีผลดีอย่างไรกับชีวิตเรา ถ้าหากมันทำให้เรามีความคิดลบ ๆ ก็ปิดช่องทางการรับสื่อนั้น ๆ เสีย
3. ใช้ชีวิตให้ช้าลง
บางครั้งในการที่เราทำอะไรเร็วเกินไป เราอาจจะตัดสินใจผิดพลาด ใช้สัญชาตญาณมากกว่าสติ เพื่อพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจ การที่เราใช้ชีวิตให้ช้าลงสักหน่อย จะช่วยทำให้ทั้งใจและกายของเราสงบลงเช่นกัน
4. อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
ในบางครั้งเราเอาทุกเรื่องมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป ผู้เขียนเคยอ่านในหนังสือเรื่อง the magic of thinking big ซึ่งมีตอนหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า ให้เราถามตัวเองว่า เรื่องนี้มันมีค วามสำคัญกับเราขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ ก่อนที่เราจะมีปฏิกริยาตอบสนองกับสิ่งนั้น ให้เราโฟกัสไปที่เป้าหมายที่เราต้องการ แทนที่จะใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
5. คิดดีและทำดีกับคนอื่น
หากเรายิ้มให้คนอื่นเขาก็จะยิ้มกลับให้เรา คิดกับคนอื่นในแง่ดีเสมอ ๆ และสิ่งดี ๆ ก็จะกลับมาสู่ตัวเราเช่นกัน
6. ใช้ชีวิตที่ดี
การใช้ชีวิตที่ดีคือการดูแลเอาใจใส่ทั้งสุขภาพกายและใจ โดยการนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ หากเราสามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้แล้ว ความรู้สึกหงุดหงิด ขุ่นข้องหมองใจ ก็จะลดน้อยลงไปด้วย
7. เรียนรู้ที่จะรับฟังคำวิพากวิจารณ์
คนเราหนีไม่พ้นคำวิพากวิจารณ์จากคนอื่น ซึ่งบ่อยครั้งอาจทำให้เรารู้สึกไม่ดี เราควรเรียนรู้ที่จะร ับมือกับมัน โดยการพิจารณาว่า คำวิพากวิจารณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันจะช่วยให้เราปรับปรุงตัวเราให้เป็นคนที่ดีขึ้นได้หรือไม่ หากคำวิพากวิจารณ์นั้น ๆ ไม่เป็นความจริง ก็ให้ทำความเข้าใจว่า คนที่พูด เขาอาจจะอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติ แล้วก็อย่าไปเอาเรื่องราว นั้น ๆ มาใส่ใจให้มากมายนัก
8. เริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจที่เป็นบวก
ในแต่ละวัน การเริ่มต้นวันใหม่โดยนำพลังงานบวกเข้าตัว เป็นการเริ่มต้นที่ดีมาก เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการ นั่งสมาธิเพื่อเคลียร์จิตใจให้ปลอดโปร่ง วางแผนการทำงานในแต่ละวัน รับประทานอาหารเช้าที่เป็นประโยชน์ เป็นต้น ซึ่งการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ จะช่วยให้วันนั้นของคุณเป็นวันที่ดี มากกว่าจะเริ่มต้นด้วยความหงุดหงิด ขุ่นข้องหมองใจ
9. ฝึกเจริญสติตลอดทั้งวัน
การที่เราสามารถ รู้เท่าทันความคิดความรู้สึกของเรา จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตไปในทางที่เราต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวเรามีความสามารถในการจัดการกับสิ่งต่าง ๆ เหนืออารมณ์ความรู้สึกชั่วคราวที่เกิดขึ้นกับเรา
10. โฟกัสในเรื่องราวดีๆ
ในแต่ละวัน มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่เป็นไปอย่างที่ใจเราต้องการเกิดขึ้นเสมอ ๆ แทนที่เราจะไป โฟกัสกับเรื่องราวที่ไม่ได้ดั่งใจ ให้เราโฟกัสและรู้สึกขอบคุณกับเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันของเราแทน
11.สร้างอารมณ์ขันกับเรื่องราวแย่ๆ ที่เกิดขึ้น
บางครั้งการมองเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้เป็นเรื่องตลกก็สามารถช่วยเราเราได้มาก ไม่ว่าเหตุการณ์ใดก็ตาม หากเราผ่านไปได้ เมื่อเรามองย้อนกลับมา มันอาจจะเป็นแค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่งเท่านั้นก็ได้
“Positive thinking is more than just a tagline. It changes the way we behave. And I firmly believe that when I am positive, it not only makes me better, but it also makes those around me better”.
- Harvey Mackey
การคิดบวกมันมากกว่าแค่สโลแกน มันเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา และฉันเชื่ออย่างยิ่งว่า เมื่อเราคิดบวก มันไม่ได้แค่ทำให้เราดีขึ้น แต่มันทำให้คนรอบๆ ตัวเราดีขึ้นด้วย
- Harvey Mackey
12. เรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้น
สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นมาแล้วสิ่งนั้นดีเสมอ ทุกเรื่องราวเกิดขึ้นเพื่อนำพาตัวเราไปยังจุดที่สูงที่สุดเสมอ เพียงแต่ว่าเราจะสามารถเรียนรู้ และจัดการกับมันได้หรือไม่ ดังนั้นหากเรากำลังประสบกับปัญหา แทนที่จะนั่งกร่นด่าโทษโชคชะตาหรือสิ่งรอบตัว ให้เราจัดการกับปัญหาด้วยสติปัญญาและเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้เราสามารถจัดการกับชีวิตของเราให้ดีขึ้นต่อไปในวันข้างหน้า
การมีพลังงานพร้อมบวก (POV) กับการคิดบวกนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองและคุณภาพชีวิตของเราอย่างไม่น่าเชื่อ จากประสบการณ์ส่วนตัว เมื่อตอนที่ผมเคยเจอเหตุการณ์ล้มเหลวกับงานที่รัก ผมรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ แต่การฝึกมองหาแง่มุมดีๆ ในสถานการณ์นั้น ช่วยให้ผมกลับมามีพลังใจและเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมั่นคง การที่เราเลือกรายล้อมตัวเองด้วยคนที่มีพลังบวกและรู้จักจัดการสื่อที่บริโภคก็มีผลอย่างมากในการสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับจิตใจ ผมเองก็เคยพบว่าการใช้ชีวิตให้ช้าลงและมีสติอยู่กับปัจจุบันช่วยลดความวิตกกังวลได้อย่างชะงัด บ่อยครั้งที่เราตัดสินใจเร็วเกินไป ด้วยสัญชาตญาณมากกว่าสติ การหายใจลึกๆ และคิดทบทวนก่อนลงมือทำจึงเป็นวิธีที่ผมใช้ฝึกตัวเอง ในขณะเดียวกัน การฝึกเจริญสติช่วยให้ผมรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ และไม่ยึดติดกับความรู้สึกลบที่เข้ามา อีกสิ่งที่ผมพบว่าน่าจะช่วยทุกคนได้คือการสร้างอารมณ์ขัน แม้เรื่องราวแย่ๆ จะเกิดขึ้น การมองว่ามันเป็นเรื่องตลกในภายหลังช่วยให้เรารับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น ในภาพรวม การเพิ่มพลังบวกให้ตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยการฝึกฝนและเจตจำนงตั้งใจ ผมเชื่อว่าการสร้างปัจจัยลบให้ลดลงและเพิ่มปัจจัยบวกเข้าสู่ชีวิตนั้นจะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านปัญหาและเติบโตขึ้นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


น่ารักมากค่ะคนขับรถมีสมาธิดีจัง ไม่วอกแวกเลย😂👍❤️❤️