ว่างเมื่อไหร่ก็เขียน EP.3 🫂❤️🔥
💋Be my mistress : เมียเก็บอยู่แบบเจ็บ ๆ อย่างคนเป็นน้อย💋
⛔ Spoile Alert!! บทความนี้มีการสปอยล์เนื้อหาบางส่วน หากดูซีรีส์จบแล้วค่อยมาอ่านบทความนี้น้า
สวัสดีผู้อ่านที่รัก!
หายไปนานทีเดียวกับคอลัมน์นี้ ผู้เขียนเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ดูซีรีส์เรื่อง Bridgerton ss4 Part 1 คงกำลังเพลิดเพลินไปกับฉากความหรูหรา งดงาม แล ะความโรแมนติกในงานบอลสวมหน้ากาก และคงฉุนเฉียวกับการตัดจบแบบละครไทยกับฉาก "Be my mistress" และมิสเตอร์เบเนดิกต์ บริดเจอร์ตันคนนี้ไม่น้อย
หากแต่ความฉุนเฉียวของผู้อ่านเกิดจากเหตุใด ผู้เขียนคนนี้เองก็ไม่อาจทราบได้ แต่ผู้เขียนคงต้องเรียนตามมีความจริงแท้ว่า... บริบทสังคมในยุคสมัยรีเจนซี หรือช่วงประมาณทศวรรษที่ 1800 นั้นช่างเป็นเรื่องแสนปกติที่เหล่าสุภาพบุรุษจะมี 'ภรรยาลับ' หรือ 'Mistress' ถึงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์ใจแต่ก็เป็นเรื่องปกติของเหล่าสุภาพบุรุษสังคมชนชั้นสูง
และในยุคสมัยที่สังคมมองการแต่งงานเป็นเพียงเครื่องมือและอำนาจทางการเมืองที่ใช้แสดงหน้าตา ความมั่นคง และฐานะทางสังคมของตนเอง ดังนั้นเมื่อดรุณีในชุดสีเงินที่เบเนดิกต์เต้นรำด้วยนั้นคือความฝันที่ตามหา แต่โซฟี แพค สาวรับใช้คือความจริงที่อยู่ตรงหน้า การที่เขาจะยื่นข้อเสนอให้โซฟีมาเป็นภรรยาลับของตนนั้น ก็ดูสมเหตุสมผล และเหมาะสมดีเมื่อพิจารณาจากสถานะทางสังคมของเธอ...
"โซฟี แพค" หรือ "โซฟี เบคเก็ตต์" ตามชื่อในหนังสือ สถานะของเธอที่ทุกคนรับรู้คือเธอเป็นเพียงหญิงรับใช้ และถึงแม้ความจริงเธอจะเป็นถึงลูกสาวของขุนนางอย่างท่านเอิร์ลแห่งเพนวูด แต่ก็เป็นแค่เพียงลูกนอกสมรสเท่านั้น ดังนั้นจึงหมายความได้ว่า...ไม่ว่าโซฟีจะอยู่ในสถานะไหน เธอก็จะ 'ถูกกีดกัน' และ 'อยู่ต่ำกว่า' ทุกคนในชนชั้นสูงเสมอ
ด้วยสถานการณ์ที่เป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะด้วยวิธีกลหนทางใดก็ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่เบเนดิกต์จะขอโซฟีแต่งงานเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามก ฎหมาย เพราะนั่นจะต้องแลกมาด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม และคำครหามากมาย หรือร้ายแรงที่สุดคือถูกอัปเปหิออกจากวงสังคมชนชั้นสูง... สังคมที่ยึดถือชนชั้น เกียรติยศ และฐานะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างเหนือสิ่งอื่นใด อีกทั้งยังมีเรื่องของสินติดตัว หรือที่เรียกว่า ‘Dowry’ ที่ฝ่ายหญิงต้องมอบให้ฝ่ายชาย... ดังนั้นเมื่อสุภาพบุรุษชนชั้นสูงตกหลุมรักสตรีชนชั้นแรงงานจึงมีเพียงหนทางเดียวที่จะแสดงความรักต่อกันได้อย่างเปิดเผยคือ "การขอให้เธอคนนั้นเป็นภรรยาลับในการอุปถัมภ์ของเขา"
และผู้เขียนคนนี้เชื่อเหลือเกินว่าหากเป็นสตรีคนอื่นคงตอบรับข้อเสนอนี้ของมิสเตอร์บริดเจอร์ตันอย่างทันควันโดยไม่ลังเล หากแต่สตรีผู้นี้คือ โซฟี ผู้ที่เข้าใจความรู้สึกของการเป็นลูกนอกสมรสและการมีแม่เป็นภรรยาลับเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกใจ ที่เธอจะปฏิเสธข้อเสนอนี้ ถึงเธอจะรักและปรารถนาเบเนดิกต์มากเพียงใดก็ตาม แต่เพราะเธอไม่ต้องการให้เธอและลูกต้องประสบชะตากรรมอันแสบเจ็บปวดแบบเดียวกันกับแม่ของเธอและตัวเธอนั่นเอง
หากผู้อ่านที่รักต้องการทราบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะคลี่คลายและลงเอยแบบใด อดใจรอสักประเดี๋ยว ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ กับ Bridgerton ss4 Part 2 ท่านจะอิ่มเอมไปกับการก้าวข้ามอุปสรรคความรักครั้งนี้อย่างแน่นอน... แต่ถ้าผู้อ่ารท่านใดอดใจรอไม่ไหว สามารถหาอ่านได้ในหนังสือเรื่อง "An Offer from a Gentleman" หรือ "สุภาพบุรุษสุดที่รัก"
ด้วยรัก Lady Tamma✍🏻
#ว่างเมื่อไหร่ก็เขียน #bridgertonnetflix #วิเคราะห์หนัง #ซีรี่ย์netflix #บริดเจอร์ตัน
หลายคนที่ติดตามซีรีส์ Bridgerton คงสัมผัสได้ว่าบทบาทของ Mistress หรือภรรยาลับนั้นสะท้อนภาพสังคมเก่าที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดด้านชนชั้นและเกียรติยศอย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ส่วนตัวในการอ่านหนังสือและชมซีรีส์แนวย้อนยุค พบว่าการเป็นภรรยาลับในยุครีเจนซีไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความรักแต่ยังเกี่ยวพันกับปัจจัยทางสังคมอย่างซับซ้อน ที่ผู้ชายชนชั้นสูงมักจะมีภรรยาลับเพื่อรักษาภาพลักษณ์และฐานะทางสังคม ส่วนผู้หญิงที่ได้รับข้อเสนอนั้นมักเป็นผู้ที่ถูกกีดกันจากระบบเชื้อชาติหรือชนชั้น เช่น ลูกนอกสมรส เหมือนกับกรณีของโซฟีในบทความนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากคือการที่โซฟีปฏิเสธข้อเสนอถึงแม้จะรักเบเนดิกต์อย่างมาก เพราะเธอไม่ต้องการให้ตัวเองและลูกต้องเผชิญกับชะตากรรมที่บอบช้ำแบบเดียวกันกับแม่ของเธอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความรักในยุคนั้นมีราคาที่ต้องแลกทั้งความสุขและความปลอดภัยทางสังคม ข้อนี้จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเจ็บปวดและซับซ้อนของตัวละครมากขึ้น และยังให้เห็นภาพสะท้อนของปัญหาพื้นฐานในสังคมรีเจนซี ที่ว่าด้วยเรื่องชนชั้นและหน้าที่บทบาทของผู้หญิงอย่างชัดเจน สุดท้าย การรู้จักประวัติความเป็นมาของคำว่า Mistress และความหมายในสังคมยุคนั้นช่วยให้เข้าใจบริบทของซีรีส์ได้ลึกซึ้งขึ้น และทำให้เรื่องราวความรักที่ดูเหมือนจะโรแมนติกมีมิติของความเศร้าและการต่อสู้กับกรอบสังคมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อย่างแท้จริง แนะนำสำหรับใครที่สนใจเรื่องราวด้านสังคมและความรักในบริบทของยุครีเจนซี ควรลองอ่านหนังสือ "An Offer from a Gentleman" หรือ "สุภาพบุรุษสุดที่รัก" เพื่อรับชมมุมมองที่ครบถ้วนทั้งด้านตัวละครและสังคม จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนกว่าการดูซีรีส์อย่างเดียวแน่นอน



