เดือนเมษายน 69 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ
✅ แชร์ไป บอกคนใกล้ตัว
ต้นเดือนเมษายน 69 ดัชนีความร้อนอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาฯ
ข่าวจริง ยืนยันโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ข้อมูลที่ส่งต่อกันว่า ในต้นเดือนเมษายน 2569 นี้ ดัชนีความร้ อนอาจพุ่งสูงถึง 52 - 60 องศาเซลเซียส เป็นความจริง
ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นอุณหภูมิที่ร่างกายของคนเรารู้สึกได้จริง ไม่ใช่อุณหภูมิของอากาศที่วัดได้จากเครื่องมือทั่วไป โดยดัชนีความร้อนนี้คำนวณจากอุณหภูมิอากาศร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อนได้ดีกว่าอุณหภูมิปกติ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะยิ่งรู้สึกร้อนและอึดอัดมากขึ้น
ดัชนีความร้อนที่สูง จะมีผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง คนทำงานกลางแจ้ง ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช รวมถึง ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง) จึงควรดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากความร้อนอย่างสม่ำเสมอ โดย
1. ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศ และค่าดัชนีความร้อน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะช่วง 13.00-16.00 น.
2. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ
3. งดดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม เป็นต้น
4. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวก และใช้ร่มกันแดด
5. ผู้รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ ยารักษาจิตเวช ควรสังเกตอาการตนเอง เพราะยาอาจมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
6. ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยสังเกตอาการผิดปกติ
7. ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำบ่อย ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด #สงกรานต์ #อากาศร้อน #กรมอุตุ
ช่วงนี้หลายคนคงรู้สึกได้ชัดเจนว่าความร้อนเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ จากประสบการณ์จริงกับการเผชิญกับดัชนีความร้อนสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส รู้เลยว่าร่างกายไม่ได้ร้อนแค่เพียงอุณหภูมิที่เครื่องวัดอากาศแจ้ง แต่รู้สึกร้อนอบอ้าวและเหนื่อยง่ายมากกว่าปกติ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความชื้นในอากาศที่สูงขึ้นไปด้วย เมื่อความชื้นมาก ร่างกายเราจะขับเหงื่อได้ไม่ดี ทำให้ความร้อนสะสมและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดดหรือฮีทสโตรกได้ง่ายขึ้น ผมขอแนะนำวิธีปฏิบัติตัวง่าย ๆ ที่ช่วยลดผลกระทบจากดัชนีความร้อนสูงได้จริง ซึ่งได้ใช้เองและเห็นผล คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องรอกระหายน้ำ เพราะร่างกายบางครั้งอาจจะขาดน้ำโดยที่เราไม่รู้ตัว และควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่มีน้ำตาลหรือแอลกอฮอล์ที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น อีกสิ่งสำคัญคือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดแรงจัด โดยเฉพาะเวลา 13.00 – 16.00 น. ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการป่วยด้วยความร้อนสูงได้อย่างมาก การใช้เสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี มีหมวกหรือร่มช่วยป้องกันแสงแดด ก็เป็นตัวช่วยที่เห็นผลโดยตรง สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งจริง ๆ ผมแนะนำให้มีเพื่อนหรือคนดูแลสังเกตอาการผิดปกติของกันและกัน เช่น อาการมึนงง เหงื่อไม่ออก หรือหน้าซีด เพราะสัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของฮีทสโตรกที่อันตรายมาก สุดท้าย การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวระหว่างนี้ควรใส่ใจเรื่องน้ำดื่มและการพักผ่อนในที่ร่มที่อากาศถ่ายเทสะดวก เพราะด้วยวัยและสุขภาพที่อาจเปราะบางทำให้เสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป การรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับดัชนีความร้อนและผลกระทบที่ตามมา ไม่ใช่แค่เรื่องของข่าวข่าว แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราป้องกันตัวเองและคนที่รักได้ดียิ่งขึ้นในช่วงหน้าร้อนที่กำลังมาเยือนนี้
