ครม. เคาะเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 850 บาท 2 เดือน รวม 1,700 บาทต่อคน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีมติเห็นชอบเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2568 จำนวน 13.4 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ โดยให้เงินเพิ่มอีก 850 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 2 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 รวมได้เพิ่มทั้งหมด 1,700 บาทต่ อคน จากเดิมที่ได้ 300 บาทต่อเดือน จะกลายเป็นเดือนละ 1,150 บาท แต่เงินที่เหลือใช้ไม่ทบไปเดือนถัดไป โครงการนี้ใช้งบกลางเงินสำรองฉุกเฉิน 22,780 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ เพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นร้านธงฟ้าและร้านค้าที่ร่วมโครงการ ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และคาดว่าจะช่วยให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 0.07-0.08 ต่อปี
#ข่าวtiktok #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #กระทรวงการคลัง #กรมประชาสัมพันธ์
ข่าวดีสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2568 กับการเพิ่มวงเงินช่วยเหลือแบบเร่งด่วนกว่า 850 บาทต่อคนในแต่ละเดือนสำหรับเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม การเติมเงินในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการที่สำคัญเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ถือบัตรคนจน รายละเอียดเงินสวัสดิการในเดือนตุลาคม จะได้รับเงินจำนวน 300 บาทตามปกติ แต่ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ผู้ถือบัตรจะได้รับเงินเพิ่มอีก 850 บาท รวมเป็น 1,150 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มกำลังซื้อที่ช่วยให้ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น โดยเงินที่เพิ่มมาใหม่นี้จะถูกใช้งานเฉพาะในเดือนนั้น ๆ และจะไม่ทบไปเดือนถัดไป ผู้ถือบัตรจึงควรวางแผนการใช้อย่างรัดกุม โครงการนี้ใช้งบประมาณกลางเงินสำรองฉุกเฉินสูงถึง 22,780 ล้านบาท เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ภายใต้โครงการร้านธงฟ้าและร้านค้าที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยมาตรการนี้ รัฐบาลคาดว่าการเติมเงินสวัสดิการจะส่งผลให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.07-0.08 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขเล็ก ๆ แต่สะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงานที่ต้องการช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจ ในภาพรวม การขยายวงเงินนี้จึงเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นอย่างได้ผล และยังเป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในภาพใหญ่ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรคนจนควรติดตามข่าวสารและช่องทางการรับเงินเพิ่มเติมเพื่อวางแผนใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม ล่าสุดยังมีการใช้โครงการนี้เพื่อสนับสนุนร้านค้ารายย่อยในท้องถิ่น ช่วยเติมเต็มโครงข่ายเศรษฐกิจขนาดเล็กให้มีความมั่นคงมากขึ้นในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์ เพื่ออัปเดตรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้บัตรและร้านค้าร่วมโครงการ รวมถึงการเตรียมการสำหรับปีถัดไปที่รัฐบาลอาจมีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรเปราะบางนี้ได้อีกด้วย
