"ยศชนัน" สั่ง อว. ระดมองค์ความรู้แก้ฝุ่น PM 2.5 พร้อมหนุนอุปกรณ์ช่วยคนหน้างาน
(21 เม.ย. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยัน ความพร้อมในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยกำชับให้ใช้เครือข่ายของกระทรวงประสานความช่วยเหลือหากพื้นที่ใดขาดแคลนอุปกรณ์ พร้อมเผยแพร่องค์ความรู้จากสถาบันวิ จัยดาราศาสตร์แห่งชาติเพื่อให้ประชาชนทำอุปกรณ์ป้องกันเองได้ เบื้องต้นสั่งการให้ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครและวิเคราะห์แหล่งกำเนิดฝุ่นตามแนวชายแดนเพื่อวางแนวทางบริหารจัดการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
#ข่าวtiktok #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #ฝุ่นpm25 #คุณภาพอากาศ #ห้องปลอดฝุ่น
ในฐานะที่ได้ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 อย่างใกล้ชิด ผมเห็นว่าแนวทางที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก เพราะการระดมองค์ความรู้และการสนับสนุนอุปกรณ์ให้กับคนทำงานหน้างาน ถือเป็นการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้ที่ต้องเผชิญกับฝุ่นเป็นประจำ ข้อดีของการเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อให้ประชาชนทำอุปกรณ์ป้องกันเองได้ ก็คือช่วยลดภาระการขาดแคลนอุปกรณ์และเพิ่มการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการรับมือปัญหา นอกจากนี้ การตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ฝุ่นในภาคเหนือและกลาง ยังมีความสำคัญเพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากจากฝุ่นพิษและมีแหล่งกำเนิดฝุ่นจากชายแดน การทำงานร่วมกับอาสาสมัครช่วยติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้การบริหารจัดการฝุ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมเองเคยใช้มาตรการดูแลตัวเองโดยการติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งช่วยให้เลือกเวลากิจกรรมกลางแจ้งได้เหมาะสม รวมถึงการใช้หน้ากากอนามัยชนิด N95 ในกรณีต้องอยู่กลางสถานที่ที่มีฝุ่นสูง ผมเชื่อว่าการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและมีการใช้เทคโนโลยีพร้อมเผยแพร่ความรู้ จะช่วยให้เราผ่านวิกฤตฝุ่น PM 2.5 นี้ไปได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น การแก้ไขปัญหาฝุ่นไม่ใช่เรื่องที่สามารถแก้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ จึงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนและนักวิจัย เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมและสามารถป้องกันปัญหาได้อย่างครบถ้วน การส่งเสริมความรู้และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และการที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมทุ่มเททรัพยากรและความรู้ให้กับเรื่องนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการต่อยอดการแก้ปัญหาคุณภาพอากาศในอนาคต










