ปฏิรูปประเทศไทยสู่ประชาธิปไตยใหม่
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับเสนอแนะ) พุทธศักราช ๒๕๖๙
รัฐในจินตนาการ คือประเทศน่าอยู่ ประชาชนปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ประชาธิปไตยใหม่แห่งแรกของโลก
๑. ฝ่ายบริหาร (โครงสร้างคู่)
ประธานาธิบดี: มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีอำนาจหน้าที่ดูแลด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรี: มาจากเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
๒. สถาบันพระมหากษัตริย์:
ธำรงไว้อย่างมั่นคงและอยู่เหนือการเมือง ตามรูปแบบการปกครองของประเทศญี่ปุ่น
๓. รัฐสภา:
ใช้ระบบสภาเดียวที่ยึดโยงกับประชาชน ตามรูปแบบของประเทศเกาหลีใต้
๔. การปฏิรูปตำรวจ:
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาจากการเลือกตั้งของข้าราชการตำรวจ พร้อมจัดตั้งกลไกภาคประชาชนในการตรวจสอบ และกำหนดให้พนักงานสอบสวนมีอิสระในการสั่งคดีตามโมเดลประเทศสิงคโปร์
๕. การปฏิรูประบบภาษี:
ยกเลิกภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบค่าธรรมเนียมและการจัดเก็บผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติแทน
๖. การกระจายอำนาจ:
ยกเลิกการบริหารราชการส่วนภูมิภาค และจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงทั่วประเทศ
๗. การปฏิรูปศาลและองค ์กรอิสระ:
ผู้ดำรงตำแหน่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ และห้ามองค์กรอิสระแทรกแซงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน
๘. การสร้างความปรองดอง:
นิรโทษกรรมคดีที่มีมูลเหตุทางการเมือง พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการค้นหาความจริงเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม
๙. การป้องกันการรัฐประหาร:
กำหนดให้การล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็นความผิดอุกฉกรรจ์ขั้นสูงสุด และห้ามตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ก่อการรัฐประหารโดยเด็ดขาด
๑๐. การต่อต้านอำนาจนิยมในต่างประเทศ:
ห้ามรัฐบาลทำสัญญา ค้าขาย หรือลงทุนกับรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพียงการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประชาชนเท่านั้น
๑๑. การปฏิรูปโครงสร้างทหาร:
ยุบกองบัญชาการทหารสูงสุด
๑๒. การโอนคดีศาลทหารสู่ศาลพล เรือน:
ภาวะปกติ: ทุกคดีขึ้นตรงต่อศาลยุติธรรมตามหลักสากล (ความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย)
ภาวะสงคราม: องค์คณะพิจารณาคดีประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลยุติธรรมร่วมกับนายทหารพระธรรมนูญ ๓ นาย เพื่อรักษามาตรฐานศาลพลเรือนควบคู่ความเชี่ยวชาญทางยุทธการ
๑๓. การเลือกตั้งผู้นำ ๔ หน่วยงานความมั่นคง (ทบ., ทร., ทอ., สตช.):
คัดเลือกจาก ๕ ลำดับอาวุโส: เปิดให้ข้าราชการทหารและตำรวจทุกระดับชั้นลงคะแนนเลือกผู้นำจากผู้มีอาวุโสสูงสุด ๕ อันดับแรก
ทลายระบบอุปถัมภ์: ขจัดเส้นสายและการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อสร้างผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากผู้ปฏิบัติงานจริง
(อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีประธานาธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด)
๑๔. การยุบหน่วยงานความมั่นคงพิเศษ:
ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ( กอ.รมน.)
๑๕. การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา ๕๒, ๕๓ และ ๗๘):
แก้ไขมาตรา ๕๒ และ ๕๓: ยกเลิกการเปลี่ยนโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกมีกำหนดเวลา
แก้ไขมาตรา ๗๘: ห้ามนำ "เหตุบรรเทาโทษ" (เช่น การสารภาพ) มาใช้ลดโทษในคดีอุกฉกรรจ์
๑๖. การแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์:
ปิดช่องทางการลดวันต้องโทษและการเลื่อนชั้นนักโทษในเรือนจำ สำหรับคดีร้ายแรงต้องได้รับโทษจริงเพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่สังคม
๑๗. การปฏิรูปองค์กรตรวจสอบ:
ยุบสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
๑๘. การแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย:
กำหนดให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาจากการประมวลผลและตัดสินใจของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขอแสดงความนับถือ
เสนอโดย: ร้อยตำรวจตรี พัฒนา ไชยเทพ (Noom^^Idea 🇹🇭)
วันที่: ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๙
























