📌Stir the bell peppers, how not to stink green. Delicious and delicious!
# Stir the bell peppers # Stir fried chicken bell peppers # Trending # Lemon 8 Howtoo # Easy home-made food
ถ้าใครอยากทำ “ไก่ผัดพริกหยวก” แบบไม่เผ็ดและไม่เหม็นเขียว (หรือจะปรับเป็นผัดพริกหยวกใส่หมู/ผัดตับใส่พริกหยวก) เราว่าเคล็ดลับอยู่ที่การจัดการพริกหยวกก่อนลงกระทะค่ะ 1) เลือกพริกหยวกให้ถูก เราเลือกพริกหยวกที่ผิวตึง สีสด ก้านยังเขียว ไม่เหี่ยว จะมีกลิ่นเขียวน้อยกว่าและผัดแล้วหวานกรอบกว่า ถ้าลูกใหญ่มากให้ผ่าครึ่งแล้วเอาไส้กับเม็ดออกก่อน เพราะส่วนนี้ทำให้กลิ่นแรงขึ้นได้ 2) ล้าง–ซับให้แห้ง และ “ลวก/คั่ว” ลดกลิ่นเขียว หลังล้างเสร็จซับน้ำให้แห้งก่อนเสมอ (น้ำที่ค้างจะทำให้ผัดแล้วเหม็นเขียว/คาวง่าย) จากนั้นทำได้ 2 วิธีที่เราใช้บ่อย - ลวกเร็วๆ 10–20 วินาที แล้วช็อกน้ำเย็น สะเด็ดน้ำให้แห้ง - หรือคั่ว/ย่างในกระทะแห้งให้ผิวพริกหยวกขึ้นรอยนิดๆ กลิ่นเขียวจะหายไปเยอะมาก 3) สูตรผัดพริกหยวกพื้นฐาน (ไก่/หมู) วัตถุดิบ: เนื้อไก่หรือหมูหั่นชิ้น, พริกหยวกหั่น, กระเทียมสับ ปรุงรสง่ายๆ: ซีอิ๊วขาว + น้ำมันหอย + น้ำตาลปลายช้อน + พริกไทย (ใครไม่กินเผ็ดไม่ต้องใส่พริกได้เลย) วิธีผัด: ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันนิดหน่อย ผัดกระเทียมให้หอม > ใส่ไก่/หมู ผัดจนเกือบสุก > ปรุงรส > ค่อยใส่พริกหยวกท้ายสุด ผัดเร็วๆ 30–60 วินาทีพอกรอบและสีสวย แล้วปิดไฟทันที ทริค: อย่าผัดพริกหยวกนาน เพราะยิ่งนานยิ่งมีกลิ่นเขียวและเนื้อจะนิ่มไม่อร่อย 4) ผัดตับใส่พริกหยวกให้นุ่มไม่คาว ตับต้องจัดการแยกค่ะ เราแช่ตับในนมจืดหรือน้ำผสมเกลือนิดๆ 10–15 นาที แล้วล้าง ซับให้แห้ง ก่อนผัดให้หมักซีอิ๊วขาว+พริกไทยนิดเดียว พอผัดให้ใช้ไฟแรง ผัดตับเร็วๆ แค่พอสุก (อย่าผัดจนแห้ง) ตักพักไว้ แล้วค่อยผัดพริกหยวกและเครื่องปรุง จากนั้นค่อยใส่ตับกลับลงไปคลุกเร็วๆ ปิดไฟทันที จะได้นุ่มและไม่คาว 5) ไอเดียเมนูพริกหยวกเพิ่มความอร่อย ถ้าเบื่อแบบเดิม ลองใส่หอมหัวใหญ่หรือเห็ดเพิ่มความหวาน หรือทำเป็นผัดพริกหยวกใส่หมูสไลซ์+ซอสหอยนิดเดียว กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือจบเลยค่ะ







































































