Automatically translated.View original post

I just knew when I grew up.

Normally, how do friends read time? ❓

Old people in our neighborhood will read

- Two o'clock, three o'clock.

At first we didn't understand until sometimes confused at the wrong time of appointment 😂.

Someone once said to us, 4: 00. Pick it up.

So we asked if it was 4: 00. He said no. It was 4: 00 in the morning.

We were quiet for a second, and they fixed it at ten in the morning 😂, so we got some.

Because we normally read

- Seven o'clock. Eight o'clock. Nine o'clock.

(Read by the numbers on the clock)

I'm secretly a little confused nowadays, but I understand it. 😁

# Grow up and know that # Time

3/16 Edited to

... Read moreเมื่อผมได้โตขึ้นและเริ่มสังเกตการพูดคุยเรื่องเวลาในครอบครัวหรือตามชุมชนชนบท ก็พบว่าการบอกเวลาแบบคนรุ่นเก่านั้นค่อนข้างแตกต่างจากที่เราใช้กันปัจจุบัน โดยเฉพาะการใช้ "โมง" ร่วมกับช่วงเวลาต่างๆ เช่น "สี่โมง" ไม่ได้หมายถึงสี่โมงเย็นเสมอไป แต่คนแก่ในพื้นที่มักใช้สี่โมงเช้าหรือสิบโมงเช้าได้เช่นกัน การเรียนรู้วิธีอ่านเวลาแบบนี้จึงต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตอย่างต่อเนื่อง ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือคำว่า "โมง" ในคำบอกเวลาจะไม่เพียงแค่หมายถึงเลขบนเข็มนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับช่วงเวลาของวัน เช่น โมงเช้า และบางครั้งอาจมีการพูดในแบบที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับท้องถิ่น ทำให้คนรุ่นใหม่หรือคนที่ไม่คุ้นเคยอาจเกิดความสับสนเหมือนกัน อย่างเช่นที่ผู้เขียนโพสต์เล่าว่าเคยสับสนเรื่องเวลานัดว่ามารับตอนสี่โมงเช้าหรือสี่โมงเย็น ประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงเวลาด้วยวิธีนี้ในชุมชนและต้องใช้เวลาเรียนรู้และจำเพราะบางครั้งเขาไม่ได้บอกชัดเจนว่าเป็นเช้าหรือเย็น ต้องคอยสอบถามและรับฟังบริบทสถานการณ์ จึงทำให้เราค่อยๆ เข้าใจและชื่นชมวิธีการสื่อสารแบบดั้งเดิมที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น ผู้เขียนเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกและให้แง่คิดเกี่ยวกับความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคำเรียกเวลาหรือวิธีการบอกเวลาที่ทำให้เราเข้าใจบริบทและความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมมากขึ้น ถ้าใครเคยเจอการบอกเวลาหรือการใช้ภาษาที่แตกต่างกันในพื้นที่ของตนเอง ลองแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นดู จะช่วยให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้นครับ