🥤เครื่องดื่มแคลต่ำใน 7-11
พี่ ๆ คนไหนเข้า 7 แล้วไม่รู้จะเลือกน้ำอะไรดี อย่าลืมเซฟคลิปนี้เก็บไว้ ให้น้องแคลช่วยแนะนำได้เลย!
แต่ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องดื่มประเภทอื่นมีกี่แคลบ้าง สามารถให้แอปแคลกูรูเป็นตัวช่วยพี่ ๆ ในการควบคุมน้ำหนักในทุก ๆ มื้อนะ🧡
📱โหลดฟรี ผ่าน app store/playstore
เวลาเข้า 7-11 แล้วตั้งใจคุมแคล ฉันมักจะเริ่มจาก “ตั้งเป้าแคลต่อขวด/แก้ว” ก่อนเลย ถ้าวันนั้นยังไม่ได้กินอะไรหนัก ๆ จะเลือกเครื่องดื่มที่อยู่ประมาณ 0–80 kcal เป็นหลัก เพราะช่วยคุมพลังงานรวมทั้งวันได้ง่าย โดยยังได้ความสดชื่นเหมือนเดิม หมวดที่ฉันหยิบบ่อยสำหรับสายลดน้ำหนักใน 7-11 1) น้ำเปล่า/โซดา (0 kcal) : ตัวพื้นฐานที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าอยากมีรสชาติหน่อยก็เลือกโซดาแล้วบีบมะนาวเอง (ถ้ามี) หรือดื่มคู่กับของว่างรสจัดจะช่วยตัดเลี่ยนได้ดี 2) ชา/กาแฟแบบไม่หวาน หรือสูตรไม่มีน้ำตาล: จุดสำคัญคือดูคำว่า “ไม่เติมน้ำตาล” และเช็กฉลากโภชนาการว่าคาร์บ/น้ำตาลต่อขวดไม่พุ่ง บางแบรนด์หน้าขวดดูคลีน แต่พอพลิกหลังขวดน้ำตาลสูงกว่าที่คิด 3) น้ำผลไม้/น้ำผสมผลไม้แบบแคลไม่สูง: ถ้าอยากได้ความหวานจากผลไม้ ฉันจะดูแคลให้ชัด ๆ เช่นตัวอย่างที่เคยเจอคือ “น้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น 80 kcal” แบบนี้ยังถือว่าเป็นตัวเลือกกลาง ๆ ดื่มได้ แต่จะพยายามไม่ดื่มถี่ทุกวัน และมักเลือกช่วงที่อยากได้พลังงานเพิ่มเล็กน้อย เช่นก่อนออกกำลังกายหรือช่วงบ่ายง่วง ๆ ทริคเลือกเครื่องดื่มลดน้ำหนักให้คลิกใน 10 วินาที - ดู “พลังงาน (kcal) ต่อขวด/ต่อหน่วยบริโภค” ก่อนเสมอ บางอันฉลากแยก 2 หน่วย ทำให้เราเผลอคูณไม่ทัน - เช็ก “น้ำตาล” ถ้าตัวเลขสูงมาก ต่อให้แคลไม่สูงก็ทำให้หิวไวและอยากของหวานต่อ - ระวังคำว่า “น้ำผลไม้” กับ “น้ำผลไม้ผสม” เพราะสูตรผสมมักมีน้ำตาลเพิ่ม ควรพลิกดูฉลากทุกครั้ง ถ้าจะให้ฉันสรุปแบบใช้งานจริง: วันที่อยากคุมเข้มเลือกน้ำเปล่า/โซดา/ชาไม่หวานเป็นหลัก ส่วนวันที่อยากได้รสชาติหวาน ๆ ให้เลือกตัวที่แคลชัดเจนและคุมปริมาณ เช่นน้ำแอปเปิ้ลผสมน้ำองุ่น 80 kcal แล้วบาลานซ์กับมื้ออื่นในวันนั้น เท่านี้ก็ยังสนุกกับการซื้อในเซเว่นได้โดยไม่หลุดเป้า



















