เราอาจวิ่งหนีความผิดได้สุดขอบฟ้า... แต่เราไม่มีวันวิ่งหนีเงาของการกระทำที่ตัวเองสร้างไว้ได้พ้น
เคยสงสัยไหม? ทำไมบางช่วงเวลาของชีวิต ถึงรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชก ดิ้นรนเท่าไหร่ก็ไม่หลุด ยิ่งพยายามแก้ปม ปมนั้นกลับยิ่งรัดแน่นจนหายใจไม่ออก...
มองดูตุ๊กตาตัวนี้สิ... มันสะท้อนภาพของมนุษย์เราในวันที่วิบากกรรมตามทัน เส้นด้ายสีแดงเหล่านั้น ไม่ใช่เครื่องประดับ แต่มันคือสายใยแห่งเหตุและผลที่เราถักทอขึ้นมาเองในอดีต
ทุกคำโกหกที่เราเคยเอ่ย... ทุกความเจ็บปวดที่เราเคยหยิบยื่นให้คนอื่น... ทุกการเบียดเบียนที่เราคิดว่าไม่มีใครเห็น...
มันไม่เคยหายไปไหน มันสะสม มันขมวดปม และมันรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อย้อนกลับมารัดรึงเจ้าของของมัน ในรูปแบบของอุปสรรค ความเจ็บป่วย หรือความสูญเสีย
ความน่ากลัวที่สุดของกฎแห่งกรรม คือมัน...ยุติธรรมเสมอ ไม่มีการต่อรอง ไม่มีเส้นสาย และไม่มีทางหนีพ้น ต่อให้เราจะเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ หรือทำบุญล้างซวยแค่ไหน แต่ถ้าใจยังไม่ยอมรับความจริงและสำนึกผิด ปมเชือกแห่งกรรมนั้นก็จะยังคงผูกติดวิญญาณเราไปทุกภพทุกชาติ
หยุดดิ้นรนหนีความจร ิง แล้วหันมาแก้มัดด้วยสติ... เพราะกรรไกรเดียวที่จะตัดเชือกแห่งวิบากกรรมนี้ได้ คือการ ยอมรับและชดใช้จนกว่าจะหมดวาระแห่งกรรม










































































