เทรล บทที่ 2 : สี่เงาบนเส้นทางภูเขา

บทที่ 2 : สี่เงาบนเส้นทางภูเขา

แสงแดดยามสายส่องลอดยอดยางพาราลงมาเป็นลำ

อากาศร้อนชื้นประมาณสามสิบองศา

แต่ใต้ร่มไม้กลับเย็นกว่าด้านนอกหลายองศา

กลิ่นดินเปียกจากฝนเมื่อคืนยังลอยอวลอยู่ในอากาศ

ผสมกับกลิ่นใบไม้ผุ กลิ่นยางสด และควันไฟอ่อนๆ จากครัวหลังบ้าน

ยุงลายบินว่อน มันสุ่มกัด ไม่เลือก รวยจน

บ้านของพรานบ่าวเป็นบ้านไม้เก่า ยกพื้นสูง

สีของไม้ซีดจนเกือบเป็นสีเทา

รอยแตกเล็กๆ วิ่งไปตามผนังเหมือนเส้นเลือดบนมือคนแก่

ใต้ถุนมีเชือกมัดเปลนอน

รองเท้าบูทเปื้อนโคลนสามคู่

มีดพร้าสองเล่ม มันถูกลับจนคมกริบ

กระติกน้ำอลูมิเนียมบุบตรงมุม

และเป้เดินป่าสีเขียวเข้มที่ดูผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง

บนโต๊ะไม้เก่า มีร่องรอยวางแก้วน้ำ

แฟ้มสีดำยังวางอยู่ที่เดิม

พรานบ่าวนั่งจ้องมันมาสิบนาทีแล้ว

โดยไม่เปิดอีกครั้ง

ชายวัยสามสิบปลายๆ รูปร่างสูงโปร่ง

ผิวคล้ำจากแดด

แขนเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนเก่าๆ จากหนามและกิ่งไม้

ดวงตาคมเหมือนคนที่ชินกับการมองไกล

เคราบางๆ ขึ้นรอบคาง

ผมดำสั้น ตัดแบบไม่สนใจแฟชั่น

เขาใส่เสื้อยืดสีเทาหม่น

กางเกงขาสั้นผ้าร่มสีดำ

รองเท้าแตะยางคู่เก่า

ถ้าเดินสวนกันในตลาด

คงไม่มีใครคิดว่าชายคนนี้กำลังจะได้รับภารกิจระดับประเทศ

พรานบ่าวถอนหายใจ

ก่อนเปิดแฟ้มอีกครั้ง

หน้าแรก

"ผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1"

ภาพถ่ายสีปรากฏขึ้น

ชายรูปร่างใหญ่

อายุประมาณสี่สิบ

ไหล่กว้างเหมือนนักรักบี้

ต้นขาใหญ่ผิดปกติ

รอยยิ้มดูเป็นมิตร

แต่ดวงตาเย็น

ชื่อ

กฤษณ์ วัฒนชัย

อดีตทหารพราน

แชมป์วิ่งเทรลหลายสนาม

ระยะอัลตร้า 100 กิโลเมตร

พรานบ่าวจ้องภาพ

เขาชอบดูตาคน

มากกว่าดูหน้าตา

ดวงตาของกฤษณ์นิ่งเกินไป

เหมือนคนที่เก็บความลับได้ดี

เขาพลิกหน้าต่อไป

ผู้ต้องสงสัยหมายเลข 2

ผู้หญิง

อายุประมาณสามสิบห้า

ผิวแทน

ผมยาวรวบหางม้า

ร่างกายเพรียว

กล้ามเนื้อขาชัดเจน

ในภาพเธอกำลังยืนบนสันเขา

ลมพัดเสื้อวิ่งสีส้มสะบัด

ดวงตาดูเหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

ชื่อ

รินลดา ศรีสกุล

นักธรณีวิทยา

ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ภูมิประเทศ

พรานบ่าวหยุดมองนานกว่าคนแรก

นักธรณีวิทยา...

ผู้เชี่ยวชาญแผนที่...

บังเอิญเกินไปหรือเปล่า

เขาคิด

หน้าที่สาม

ผู้ต้องสงสัยหมายเลข 3

ชายวัยยี่สิบปลายๆ

หน้าตาหล่อสะอาด

ผิวขาว

ฟันเรียงสวย

เป็นอินฟลูเอนเซอร์สายวิ่ง

มีผู้ติดตามหลายแสนคน

ในภาพเขากำลังยกกล้องถ่ายตัวเอง

ยิ้มกว้างจนดูจริงใจ

แต่พรานบ่าวไม่เชื่อรอยยิ้มง่ายๆ

เพราะในป่า

เสือที่อันตรายที่สุด

มักเดินเงียบที่สุด

หน้าสุดท้าย

ผู้ต้องสงสัยหมายเลข 4

พรานบ่าวเงียบไป

ชายในภาพอายุประมาณสี่สิบห้า

ใบหน้าเรียบง่าย

ผิวคล้ำ

ไม่มีเครื่องประดับ

ไม่มีนาฬิกาหรู

ไม่มีรถสปอร์ตในภาพ

มีเพียงเสื้อวิ่งสีเขียวซีด

เป้เทรลเก่าๆ

และรอยยิ้มบางๆ

ชื่อ

ชาญวิทย์ รุ่งเรือง

ครูสอนวิ่งเทรล

อาสาสมัครอนุรักษ์ป่า

ช่วยค้นหาผู้สูญหายในป่ามาหลายครั้ง

ประวัติสะอาดจนเหมือนกระดาษขาว

พรานบ่าวปิดแฟ้ม

เสียงลมพัดยอดยางดังซู่...

ซู่...

ซู่...

ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ

คนสี่คนนี้

เหมือนสัตว์สี่ชนิด

ตัวแรกแข็งแรง

ตัวที่สองฉลาด

ตัวที่สามซ่อนตัวเก่ง

ตัวที่สี่ดูไม่มีพิษภัย

และประสบการณ์ในป่าสอนเขาเสมอว่า

สัตว์ที่ดูไม่มีพิษภัย

บางครั้งอันตรายที่สุด

บ่ายวันนั้น

รถตู้สีขาวจากส่วนกลางมาจอดหน้าบ้านอีกครั้ง

คราวนี้มีลังอุปกรณ์เต็มท้ายรถ

เมื่อเปิดออก

พรานบ่าวถึงกับนิ่ง

รองเท้าวิ่งเทรลคู่ใหม่

ดอกยางลึกคม

สีดำตัดแดง

ยังมีกลิ่นยางใหม่จางๆ

เป้วิ่ง

นาฬิกาจีพีเอส

ไฟคาดหัว

เสื้อวิ่งแห้งเร็ว

ไม้เท้าเทรลคาร์บอน

แม้แต่เจลพลังงานก็มี

เจ้าหน้าที่ส่งกระดาษมาให้

"ทั้งหมดเบิกจากงบราชการ"

พรานบ่าวหยิบซองเจลขึ้นมาดู

อ่านราคา

แล้วเกือบสำลักน้ำ

"อันนี้ซองเดียวร้อยกว่าบาท?"

"ครับ"

"กินแล้วบินได้หรือไง"

เจ้าหน้าที่หัวเราะ

แต่พรานบ่าวไม่หัวเราะ

ได้แต่คิด

ไม่มีเหล้าเบียร์ ติดไม้ติดมือ

มาฝากเขามั่ง

มาหาเขาสองครั้งแล้ว

เขายังคงมองราคาอยู่

ด้วยสายตาคนที่เคยซื้อข้าวแกงได้สองมื้อจากเงินจำนวนเดียวกัน

เย็นวันนั้น

พระอาทิตย์กำลังจมหายหลังแนวภูเขา

ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีทอง

ก่อนจะค่อยๆ กลายเป็นสีส้มเข้ม

พรานบ่าวยืนอยู่หน้าบ้าน

สวมรองเท้าเทรลคู่ใหม่

ก้มมองเชือกรองเท้าที่ผูกแน่น

แบบล็อกไม่ให้ปลายเท้าไปชน

หัวรองเท้า

สูดลมหายใจลึก

กลิ่นป่า

กลิ่นดิน

กลิ่นฝน

ทุกอย่างคุ้นเคย

แต่สิ่งที่กำลังจะทำ

ไม่คุ้นเคยเลย

คิดแล้วไม่อยากออกซ้อมเลย

นี่ไม่ใช่การตามรอยหมูป่า

เขาอยากนั่งก๊งเหล้ามากกว่า

ไม่ใช่การหาคนหลงป่า

เบียร์เย็นๆ เขาคิดไปเคลิ้มไป

และไม่ใช่การล่าสัตว์

เขากำลังจะล่ามนุษย์

มนุษย์ที่อาจเป็นขโมย

หรืออาจเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ก็ได้

ไกลออกไป

ภูเขาสีดำทะมึนเริ่มกลืนแสงสุดท้ายของวัน

เหมือนกำลังรอเขาอยู่

และอีกไม่กี่วัน

สนามแข่งแรกจะเริ่มต้นขึ้น

สนามที่ไม่มีใครรู้ว่า

ในหมู่นักวิ่งหลายร้อยคน

มีนักสืบปลอมตัวอยู่หนึ่งคน

และอาจมีโจรอยู่หนึ่งคนเช่นกัน...

จบบทที่ 2 🌄🏃‍♂️🌿🔍

ปล.ขออภัยณ ที่นี้ด้วยครับ 🙏หากชื่อตัวละครไปตรงกับชื่อของท่านใด🙏

6/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การผจญภัยเทรลรันนิ่งในป่าที่ผมเคยผ่านมานั้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจเสมอคือความหลากหลายของธรรมชาติและบรรยากาศที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันอย่างสิ้นเชิง ในบทที่ 2 ของเรื่องนี้ การบรรยายบรรยากาศเช้าของป่าที่มีทั้งความร้อนชื้น แสงแดดที่ลอดผ่านยอดยางพารา กลิ่นดินเปียก กลิ่นใบไม้ผุ และควันไฟอ่อนๆ นั้น ทำให้ผมนึกถึงเวลาที่ออกวิ่งในป่าหลังฝนตกใหม่ๆ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ช่วยสร้างพลังและแรงจูงใจให้ผมอยากลุยไปข้างหน้าอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว ยิ่งในเรื่องที่กล่าวถึงตัวละครสี่คนที่มีลักษณะและประสบการณ์แตกต่างกัน ทั้งอดีตทหารพราน, นักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญแผนที่, อินฟลูเอนเซอร์สายวิ่งเทรล และครูสอนวิ่งเทรลรวมถึงอาสาสมัครอนุรักษ์ป่า ผมคิดว่าการผสมผสานทักษะและบุคลิกหลากหลายแบบนี้ เพิ่มความน่าติดตามในการสืบสวนและการแข่งขันได้อย่างดี เพราะแต่ละคนมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไปเหมือนสัตว์ป่าที่แฝงอยู่ในป่าใหญ่ นอกจากนี้ เทคโนโลยีการวิ่งเทรลในปัจจุบัน เช่น รองเท้าวิ่งเทรลที่ดอกยางลึกและแข็งแรง, นาฬิกาจีพีเอส, ไฟคาดหัว และไม้เท้าเทรลคาร์บอน ช่วยให้การวิ่งลุยธรรมชาติเหล่านี้ปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น ผมเองก็เคยได้ลองใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ และรู้สึกว่ามันช่วยให้การวิ่งในป่าหนักหน่วงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทำให้เราสามารถโฟกัสที่สภาพแวดล้อมและจังหวะการวิ่งได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องมือที่ใช้ การเดินทางและการแข่งขันเทรลนั้นไม่ได้มีแค่ร่างกายที่แข็งแกร่งเท่านั้น หากแต่ต้องมีความละเอียดอ่อนสังเกตสถานการณ์และสิ่งรอบตัวเหมือนพรานบ่าวในเรื่องที่ชอบดูตาคนเพื่ออ่านใจ เพราะธรรมชาติของการแข่งขันแบบนี้มักมีความไม่แน่นอนปะปนอยู่เสมอ และอย่างที่กล่าวไว้ว่า "สัตว์ที่ดูไม่มีพิษภัย บางครั้งอันตรายที่สุด" นั้นก็ถูกต้องเสมอในการสัมผัสประสบการณ์วิ่งเทรลจริง ๆ สุดท้ายผมคิดว่าบทนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวการวิ่งหรือการสืบสวนธรรมดา แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติที่ซับซ้อนและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่า ในแบบฉบับที่สมจริงและเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบทั้งการผจญภัย และเรื่องราวระทึกขวัญแฝงด้วยคำถามให้ติดตาม ต้องรอชมตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อแน่นอนครับ