冷蔵庫を片付けて。🧼
ถ้าเป้าหมายคือ “ทำให้ตู้เย็นเงางาม” เราว่าทำเป็นขั้นๆ จะง่ายและไม่เหนื่อยเกินไป (โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ตู้เย็น Inverter ที่ชอบมีรอยนิ้วมือ/คราบด้านนอก) 1) เคลียร์ของออกก่อน แล้วคัดทิ้งทันที เริ่มจากย้ายอาหารออกมาไว้ในกะละมัง/ตะกร้า แยก “กินต่อได้” กับ “หมดอายุ/มีกลิ่น” พอเห็นของทั้งหมดแล้วจะจัดง่ายขึ้นมาก เคล็ดลับคือเตรียมถุงขยะไว้ข้างๆ ตู้เย็น คัดทิ้งให้จบในรอบเดียว 2) ถอดชิ้นส่วนที่ถอดได้ แล้วล้างให้ถูกวิธี เอาถาด ชั้นวาง ลิ้นชัก ออกมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานอ่อนๆ และน้ำอุณหภูมิห้อง (หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด เพราะบางชิ้นอาจโก่ง/กรอบ) ล้างเสร็จเช็ดให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ ลดคราบน้ำและกลิ่นอับ 3) เช็ดด้านในให้สะอาดแบบไม่ทิ้งกลิ่นฉุน เราชอบใช้น้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย หรือเบกกิ้งโซดาละลายน้ำ แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดจากด้านบนลงล่าง เน้นมุมร่อง ลิ้นชัก และช่องระบายน้ำ (ตรงนี้มักเป็นแหล่งกลิ่น) 4) จุดที่ทำให้ “ดูไม่เงา” คือขอบยางและมือจับ ขอบยางมักมีคราบดำ/ฝุ่นติด ใช้แปรงสีฟันนุ่มๆ ชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดอ่อนๆ ถูเบาๆ แล้วเช็ดซ้ำด้วยผ้าชุบน้ำเปล่าให้หมดฟอง จากนั้นเช็ดแห้ง จะดูสะอาดขึ้นทันที 5) ทำให้ด้านนอกตู้เย็นเงางาม (ไม่เป็นคราบปาด) ถ้าเป็นตู้เย็นผิวเงาหรือสแตนเลส ให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ “ชุบน้ำหมาดๆ” ก่อน 1 รอบ แล้วตามด้วยผ้าแห้งอีก 1 รอบเพื่อเก็บคราบน้ำและรอยนิ้วมือ หลีกเลี่ยงผงขัด/สก็อตไบรต์ เพราะทำให้เป็นรอยถาวรได้ 6) จัดของกลับแบบกันเลอะและหยิบง่าย ลองใช้กล่อง/ตะกร้าแบ่งหมวด เช่น ซอส เครื่องปรุง ของทานเล่น ของทำอาหาร และติดป้ายสั้นๆ จะช่วยให้รักษาความเป็นระเบียบได้นานขึ้น ของที่เสี่ยงหก (น้ำจิ้ม ซอส) วางบนถาดรองเล็กๆ จะเช็ดง่ายมากเวลาเลอะ 7) ทริคดูแลให้เงางามได้นาน - เช็ดรอยนิ้วมือด้านนอกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที) - วางเบกกิ้งโซดาถ้วยเล็กๆ หรือถ่านดับกลิ่นไว้ในตู้ ลดกลิ่นอับ - เช็กวันหมดอายุทุกสัปดาห์ตอนซื้อของเข้าบ้าน จะไม่กองจนล้น ทำตามนี้ครั้งแรกอาจใช้เวลาหน่อย แต่รอบต่อไปจะเร็วขึ้นมาก และตู้เย็นจะดูเงางามสะอาดตลอดแบบไม่ต้องฝืนตัวเองทุกวันค่ะ

















