#หยุดอยาก..ทุกข์เกิดยาก
โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์
ไม่รู้จักอิ่ม
เป็นทาสแห่งตัณหา
ตัณหา เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาบาลีว่า ตณฺหา (อ่านว่า ตัน-หา) คำนี้เดิมมีความหมายว่า ความกระหายน้ำ ความหิวกระหาย
พระพุทธศาสนานำคำว่า ตัณหา มาใช้เป็นคำเรียกความอยากของบุคคล มี ๓ ประการ ได้แก่
๑) กามตัณหา (อ่านว่า กาม-มะ -ตัน- หา) คือ ความอยากได้สิ่งต่างๆ มาบำรุงบำเรอความสุขทางกายและใจ
๒) ภวตัณหา (อ่านว่า พะ -วะ-ตัน-หา) คือ ความอยากอยู่ในฐานะที่ตนพึงใจ และ
๓) วิภวตัณหา (อ่านว่า วิ-ภะ -วะ-ตัน-หา) คือ ความอยากพ้นไปจากสภาพไม่พึงใจที่ตนเป็นอยู่หรือประสบอยู่
ในภาษาไทย คำว่า ตัณหา มักใช้ในความหมายแคบ หมายถึง ความใคร่ทางกามารมณ์ เช่น เพราะตัณหาของเขา จึงทำให้ถูกหญิงสาวปอกลอก. นอกจากนี้ยังหมายถึง ความอยากได้ อยากมี อยากเป็นซึ่งมีมากและเพื่อตอบสนองความต้องการของตน เช่น ต่อให้ได้เป็นรัฐมนตรีก็ยังสนองตัณหาทางการเมืองของเขาไม่พอ
(สำนักงานราชบัณฑิตยสภา)






