The recipe for eating egg whites is not fishy.
You can eat at any age. People who want to have chemotherapy or finish treatment can eat six eggs a day, only poppy dina milk, the less sugar formula, the better to extinguish the egg savory.# Egg white# Care for mother cancer# Mint home garden # Cancer patient
หลายคนอยากกิน “ไข่ขาว” เพื่อเพิ่มโปรตีน แต่ติดปัญหาเดียวคือกลิ่นคาวและความฝืดคอ เราลองปรับวิธีกินอยู่พักใหญ่จนได้แนวที่ทำตามได้ง่าย และช่วยดับคาวไข่ได้ดีขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งรสจัดเกินไป 1) เลือกไข่ให้สด + แยกไข่ให้ถูกวิธี - ไข่สดจะคาวน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเป็นไปได้เลือกไข่ที่ใหม่และเก็บในตู้เย็น - ตอนแยกไข่ พยายามไม่ให้ไข่แดงปนแม้แต่นิดเดียว เพราะไข่แดงที่ติดมักทำให้กลิ่นแรงขึ้น และทำให้เนื้อไข่ขาวคาวขึ้นหลังอุ่น 2) ทำให้สุก/อุ่นอย่างพอดี ลดคาวได้มาก - ถ้ากินแบบต้ม แนะนำต้มให้ไข่ขาวสุกแน่น (ไม่ดิบ) แล้วแช่น้ำเย็นทันที กลิ่นจะนุ่มลงและไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน - ถ้าทำเป็นไข่ขาวนึ่ง/ตุ๋น ใช้ไฟอ่อน ๆ และอย่าให้เดือดพล่าน เพราะความร้อนแรงจะทำให้กลิ่นชัดขึ้นและเนื้อกระด้าง 3) ทริค “ดับคาวไข่” แบบรสอ่อน (เหมาะกับคนไม่ชอบรสจัด) - บีบมะนาวเล็กน้อยหรือใส่น้ำส้มสายชูนิดเดียวตอนตีไข่ขาวก่อนนึ่ง/ทำเป็นไข่ขาวออมเล็ต จะช่วยลดกลิ่นได้ - ใส่ขิงขูด/พริกไทยนิด ๆ ก็ช่วยกลบคาวแบบไม่ต้องใส่เยอะ - ถ้ากินเป็นเครื่องดื่ม/ปั่น ให้เติมวานิลลาหยดเล็ก ๆ หรืออบเชยปลายช้อน กลิ่นจะละมุนขึ้น 4) ไอเดียกินไข่ขาวให้ “ลื่นคอ” ไม่ฝืด - จับคู่กับนมรสไม่หวาน/น้ำตาลน้อย จะช่วยให้กินง่ายขึ้นและได้โปรตีนเพิ่ม (เลือกสูตรน้ำตาลน้อยเท่าที่ทำได้) - ถ้าชอบงาดำ ลองทำเป็นนมงาดำแบบไม่หวานมาก แล้วกินไข่ขาวต้มตาม จะช่วยให้กลิ่นคาวไม่เด้งขึ้นมา 5) ปริมาณและความต่อเนื่อง (ทำให้ทำได้จริง) - ถ้าตั้งเป้ากินหลายฟองต่อวัน ลองแบ่งเป็น 2–3 มื้อ จะไม่เลี่ยนและไม่ฝืนเกินไป - สลับเมนู: วันหนึ่งต้ม วันหนึ่งนึ่ง วันหนึ่งทำเป็นไข่ขาวออมเล็ต จะช่วยให้ไม่เบื่อและยังคุมกลิ่นคาวได้ หมายเหตุเล็กน้อยจากประสบการณ์: ถ้ารู้สึกว่ากลิ่นคาวแรงผิดปกติ หรือท้องอืด/แน่นท้องง่าย ให้ลองลดปริมาณต่อมื้อและเปลี่ยนวิธีทำให้สุกนิ่มขึ้น บางคนแค่เปลี่ยนจากต้มเป็นนึ่งก็รู้สึกกินง่ายขึ้นมาก














































































