รวมเหล่าน้องชีสเค้ก 🧁✨
รวมเหล่าน้องชีสเค้กที่น่ารัก น่ากินที่สุด
#เมนูติดเทรนด์ #ชีสเค้ก #ชีสเค้กโฮมเมด #cheesecake #cheesepie
ถ้าพูดถึง “ชีสเค้ก” เมนูที่ทำให้บ้านหอมเหมือนคาเฟ่ได้จริงๆ คือชีสเค้กแบบอบและแบบไม่อบ เราชอบทำสลับกันตามเวลาและอุปกรณ์ที่มี วันไหนอยากเร็วๆ จะไปทาง no-bake แต่ถ้าอยากได้เนื้อเนียนแน่นแบบละลายในปากจะเลือกแบบอบค่ะ 1) เลือกสไตล์ชีสเค้กให้เหมาะกับมือใหม่ - ชีสเค้กไม่อบ (No-bake cheesecake): เซ็ตตัวด้วยเจลาติน/วิปครีม เนื้อจะเบาๆ ทำง่าย เหมาะถ้าไม่มีเตาอบ - ชีสเค้กอบ (Baked cheesecake): ได้ความครีมมี่แน่นกว่า แต่ต้องใส่ใจเรื่องอุณหภูมิและการอบให้ไม่แตก 2) ฐานบิสกิตให้หอมและไม่ร่วน ฐานยอดฮิตคือบดแครกเกอร์/โอรีโอแล้วผสมเนยละลาย กดให้แน่นเท่ากันทั้งถาด เรามักแช่ตู้เย็น 15–20 นาทีให้ฐานเซ็ตก่อนเทครีมชีส จะช่วยให้ตัดชิ้นแล้วสวย ไม่แตกเป็นทราย 3) ทริกทำครีมชีสให้เนียน (สำคัญมาก) - นำครีมชีสออกมาคลายเย็นก่อนผสม จะตีง่ายและไม่เป็นเม็ด - ตีด้วยความเร็วต่ำถึงกลางพอเข้ากัน อย่าตีนานเกินไปเพราะจะตีอากาศเข้าเยอะ เวลาอบอาจแตกได้ - ถ้าอยากเนียนกริบ เราจะร่อนน้ำตาลไอซิ่งหรือพักส่วนผสมให้ฟองอากาศลอยขึ้นก่อนเทลงพิมพ์ 4) ทำไมชีสเค้กอบถึง “แตกร้าว” และแก้ยังไง สาเหตุหลักมักมาจากอบร้อนเกิน/อากาศในเนื้อเค้กเยอะเกิน หรือหน้าเค้กแห้งเร็วเกินไป วิธีที่ช่วยได้คืออบไฟอ่อนลงและใช้ถาดน้ำ (water bath) หรือวางถาดน้ำร้อนในเตาเพื่อเพิ่มความชื้น พออบเสร็จอย่ารีบเอาออกทันที ให้แง้มเตาไว้ 10–15 นาทีแล้วค่อยนำออกมาพัก 5) ไอเดียแต่งหน้าให้เป็น “Collection” น่ารักๆ - ผลไม้สด: สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี กีวี ช่วยตัดเลี่ยนและถ่ายรูปสวย - ซอสโฮมเมด: ซอสราสป์เบอร์รี/สตรอว์เบอร์รีเคี่ยวให้ข้น ราดเป็นลาย - มินิชีสเค้ก/ถ้วยเล็ก: ทำเป็นไซซ์คำเดียว ดูเป็น The Cheesecake collection แบบน่ารักมาก เหมาะทำแจกหรือขาย 6) การเก็บรักษาให้ยังอร่อย ชีสเค้กควรแช่เย็นตลอดเวลา เก็บในกล่องปิดสนิทจะไม่รับกลิ่นตู้เย็น โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 3–4 วัน (ถ้ามีผลไม้สดด้านบน แนะนำทานไวขึ้น) ถ้าใครอยากเริ่มทำชีสเค้กโฮมเมดแบบไม่กดดัน ลองเริ่มจากแบบไม่อบก่อน แล้วค่อยขยับไปชีสเค้กอบ รับรองว่าได้ทั้งความอร่อยและรูปสวยๆ ไว้ทำเป็นคอลเลกชันของตัวเองค่ะ





























ซอสสีน้ำตาลคือคาราเมลหรือค่ะ