คนเจน Y ต้องเจอวิกฤตอะไรมาบ้าง
เมื่อวานใน #miraclejourneys
มีคนที่ผ่านวิกฤตแบบ levels 4&5
มาโค้ชพวกเรา
เลยอยากบอกทุกคนว่า
🌟🌟 ถ้าวิกฤตครั้งนี้จะสั่นสะเทือนเราบ้าง
ขอให้มันเป็นครั้งสุดท้าย
เครื่องมือที่เป็น
security line ให้เราได้ มีอยู่นะ 🌟🌟
You are the creator
of your own destiny 🍀
เมื่อเรามองหา เราจะมองเห็น ☺️
ใครมีฝันอย ากผ่านวิกฤตได้แบบ level ไหน พิมพ์แชร์กันได้นะ
ในฐานะคนเจน Y ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจและสังคมระดับโลกหลายระลอก เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 รวมถึงผลกระทบจากโรคระบาด COVID-19 และสถานการณ์เงินเฟ้อในปัจจุบัน เราย่อมรู้ดีว่าการอยู่รอดไม่ได้ง่าย การตั้งตัวและวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบกลายเป็นเรื่องจำเป็น หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือการมี security line หรือเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในชีวิต เช่น การสร้างรายได้หลายทาง การออมเงินอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ รวมถึงการปรับเปลี่ยน mindset ว่าเราเป็นผู้สร้างชะตาชีวิตตัวเอง (You are the creator of your own destiny) อย่ารอแต่โชคช่วย แต่ต้องลงมือสร้างอนาคตให้กับตัวเอง การแบ่งระดับการผ่านวิกฤตเป็น 5 levels ที่กล่าวไว้ในบทความนั้น ผมมองว่าเป็นกรอบที่ช่วยให้เราตั้งเป้าหมายและประเมินตัวเองได้อย่างมีระบบ เช่น ถ้าเราต้องการเติบโต (level 4) หรือไร้กังวล (level 5) เราต้องฝึกฝนและวางแผนให้รอบคอบ ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ กำหนดเป้าหมายการเงิน ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายสนับสนุนในชีวิต สำหรับเจน Y หลายคนที่กำลังอยู่ในสถานะ Sandwich Generation ซึ่งต้องดูแลทั้งพ่อแม่สูงอายุและลูก การจัดการเวลาความเครียดและการรักษาสมดุลชีวิตจึงสำคัญมาก เมื่อนำแนวคิดและเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ เราจะพบว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้นและก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยความมั่นใจ สุดท้าย อยากเชิญทุกคนให้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแชร์แนวทางที่ตนเองใช้ผ่านวิกฤต เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ช่วยกันตั้งคำถามว่า "เราต้องการอยู่ระดับไหนในวิกฤตครั้งต่อไป" และมุ่งมั่นทำให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่วิกฤตจะสั่นสะเทือนเราได้มากขนาดนั้น






















