AI กระทบแผนกไหนมากที่สุดในองค์กร?📤🗃️ ไม่ได้เข้ามาแทนแต่กำลังเปลี่ยนงานบางส่วนเร็วกว่าที่คิด

Qเวลาพูดถึง AI กับอนาคตของการทำงาน คำถามที่เราได้ยินบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น “งานของฉันจะถูก AI แทนไหม?” เป็นคำถามที่เข้าใจได้ เพราะในเวลาไม่กี่ปี เราเห็น AI ขยับจากเครื่องมือที่ดูเหมือนเรื่องไกลตัว มาเป็นสิ่งที่สามารถเขียนบทความ สร้างภาพ วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโค้ด สรุปเอกสาร หรือช่วยตอบลูกค้าได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที

แต่ถ้าอยากเข้าใจผลกระทบของ AI อย่างเป็นธรรมกับความจริงมากขึ้น เราอาจต้องเปลี่ยนคำถามเล็กน้อย จาก “AI จะมาแทนอาชีพอะไร?” เป็น “AI จะเข้ามาเปลี่ยนงานส่วนไหนของแต่ละอาชีพ?”

เพราะหนึ่งตำแหน่งงานไม่ได้ประกอบด้วยงานเพียงอย่างเดียว

นักการตลาดไม่ได้มีหน้าที่แค่เขียน Content โปรแกรมเมอร์ไม่ได้มีหน้าที่แค่เขียน Code HR ไม่ได้ทำเพียงคัด Resume และคน Finance ก็ไม่ได้ทำเพียงคำนวณตัวเลข ในหนึ่งวันเราอาจต้องทำทั้งงาน Routine วิเคราะห์ข้อมูล แก้ปัญหา ประสานงาน ตัดสินใจ และพูดคุยกับผู้คน

AI อาจทำบาง Task ได้เกือบทั้งหมด ช่วยอีกบาง Task ได้เพียงบางส่วน และแทบไม่มีบทบาทในงานบางประเภทเลย

นี่คือมุมที่ควรใช้ในการอ่านข้อมูล AI Impact by Job Departments ใน Infographic นี้ ซึ่งอ้างอิงการวิเคราะห์มากกว่า 19,000 Tasks ครอบคลุม 867 อาชีพ จากข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2023 โดยแบ่งผลกระทบออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Large Impact หมายถึงงานที่อาจถูก Automation หรือเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ Small Impact หมายถึงงานที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงบางส่วนแต่พื้นฐานของงานยังคงอยู่ และ No Impact คืองานที่ไม่ได้รับผลกระทบจาก AI ตามขอบเขตการวิเคราะห์ดังกล่าว

เมื่อแยกตาม Department สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ IT อยู่ในอันดับแรก โดยมี Large Impact ถึง 73%, Small Impact 26% และ No Impact เพียง 1%

ฟังดูน่าสนใจไม่น้อย เพราะคนที่ทำงานใกล้เทคโนโลยีที่สุด กลับเป็นกลุ่มที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนวิธีทำงานมากที่สุดเช่นกัน

วันนี้ AI สามารถช่วย Developer เขียน Code, Debug, สร้าง Test Case, เขียน Documentation หรืออธิบาย Code ที่ซับซ้อนได้ สิ่งที่เคยต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงอาจเหลือเพียงไม่กี่นาที แต่สิ่งนี้ไม่ได้แปลตรงๆ ว่า “73% ของคน IT จะตกงาน”

73% ในบริบทนี้กำลังพูดถึง Task ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่จำนวนพนักงานที่จะถูกแทนที่

และความแตกต่างตรงนี้สำคัญมาก

เพราะเมื่อ AI เขียน Code ได้มากขึ้น คุณค่าของ Developer อาจค่อยๆ ขยับจากการพิมพ์ Code ทุกบรรทัด ไปสู่การออกแบบระบบ การแก้ปัญหา การตรวจสอบสิ่งที่ AI สร้างขึ้น ความปลอดภัย และการตัดสินใจว่า Solution แบบใดเหมาะกับสถานการณ์จริง

อันดับถัดมาคือ Finance ที่มี Large Impact 70%, Small Impact 21% และ No Impact 9% งานการเงินจำนวนมากมีลักษณะที่ AI และ Automation ชอบ นั่นคือมีข้อมูลจำนวนมาก มี Pattern มีเอกสาร และมีกระบวนการที่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้

การจัดหมวดหมู่ข้อมูล การตรวจสอบความผิดปกติ การสรุปรายงาน หรือการเตรียมข้อมูลบางส่วนจึงสามารถถูกเร่งให้เร็วขึ้นได้อย่างมาก

แต่เมื่อเครื่องมือทำงาน Routine ได้มากขึ้น คน Finance อาจไม่ได้มีคุณค่าน้อยลง ตรงกันข้าม สิ่งที่มีค่ามากขึ้นอาจเป็น Financial Judgment การวิเคราะห์ความเสี่ยง การตีความข้อมูล และความสามารถในการนำตัวเลขไปเชื่อมกับการตัดสินใจทางธุรกิจ

เพราะ AI สามารถช่วยบอกเราได้ว่าตัวเลขเปลี่ยนไปอย่างไร แต่คำถามว่า “แล้วบริษัทควรทำอะไรต่อ?” ยังต้องการบริบทอีกมาก

Customer Sales ตามมาในระดับ Large Impact 67%, Small Impact 16% และ No Impact 17% เราเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้แล้วจาก Chatbot, CRM Automation, Lead Scoring ไปจนถึง AI ที่ช่วยร่าง Email หรือเตรียมข้อมูลลูกค้าก่อนการขาย

งานตอบคำถามพื้นฐานอาจถูก Automate ได้มากขึ้น แต่การขายที่ซับซ้อนยังมีองค์ประกอบของ Trust, Negotiation, Empathy และ Relationship ซึ่งไม่ได้ถูกแทนที่ง่ายๆ ด้วยคำตอบที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียว

บางครั้งลูกค้าไม่ได้เลือกซื้อจากคนที่ “ตอบเก่งที่สุด” แต่เลือกคนที่ “เข้าใจเขาที่สุด”

Operations มี Large Impact 65%, Small Impact 18% และ No Impact 17% งานด้านปฏิบัติการจำนวนมากสามารถใช้ AI ช่วย Forecast วิเคราะห์ Pattern ตรวจจับความผิดปกติ หรือช่วยจัดลำดับความสำคัญ ทำให้มนุษย์ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่สามารถหันไปสนใจ Exception และปัญหาที่ต้องใช้ Judgment มากขึ้น

จากนั้นคือ HR ซึ่งมี Large Impact 57%, Small Impact 41% และ No Impact เพียง 2%

นี่เป็นตัวเลขที่ชวนคิด เพราะ HR เป็นงานที่มีคำว่า Human อยู่ในชื่อ แต่ Task จำนวนมากกลับสามารถใช้ AI ช่วยได้อย่างมาก ตั้งแต่การเขียน Job Description ช่วยจัดการข้อมูลผู้สมัคร สรุป Resume เตรียมคำถามสัมภาษณ์ สร้างเอกสาร Training ไปจนถึงวิเคราะห์ข้อมูลพนักงาน

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นจึงไม่ใช่การที่ HR ต้อง “เป็นมนุษย์น้อยลง” แต่ตรงกันข้าม AI อาจทำให้ HR มีโอกาสกลับไปใช้เวลากับเรื่องที่เป็นมนุษย์มากขึ้น

แทนที่จะเสียเวลาหลายชั่วโมงจัดเอกสาร HR อาจใช้เวลานั้นพูดคุยกับพนักงาน Coach หัวหน้างาน แก้ Conflict ออกแบบ Culture หรือวาง Workforce Strategy

บางที AI อาจไม่ได้ทำให้คำว่า Human Resources มีความเป็น Human น้อยลง แต่อาจเปิดโอกาสให้ HR กลับมาโฟกัสกับคำว่า Human มากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

Marketing มี Large Impact 56%, Small Impact 41% และ No Impact 3% ซึ่งเป็นอีกฝ่ายที่สัมผัสผลกระทบของ Generative AI ได้อย่างชัดเจน

จากเดิมการเขียน Caption หนึ่งชิ้นอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง วันนี้ AI สามารถสร้างสิบ Version ภายในไม่กี่วินาที Research ที่เคยต้องเปิดเว็บไซต์จำนวนมากสามารถสรุปเบื้องต้นได้เร็วขึ้น Idea, Script, Visual Concept หรือ Content Outline สามารถถูกสร้างออกมาได้แทบไม่จำกัด

แต่เมื่อทุกคนสามารถ “ผลิต” ได้เร็วเหมือนกัน สิ่งที่กลายเป็นของหายากอาจไม่ใช่ Content อีกต่อไป แต่คือ Taste และ Judgment

อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ Insight ไหนมีความหมาย Brand ควรพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน และท่ามกลาง Content จำนวนมหาศาล อะไรจะทำให้คนหยุดดูและรู้สึกบางอย่าง

เมื่อ Production ถูกลง ความสามารถในการเลือกสิ่งที่ดีอาจแพงขึ้น

Legal มี Large Impact 46%, Small Impact 50% และ No Impact 4% AI สามารถช่วยค้นหา สรุป เปรียบเทียบ และร่างเอกสารบางประเภทได้ แต่กฎหมายเป็นพื้นที่ที่บริบท ความถูกต้อง ความรับผิดชอบ และ Judgment มีความสำคัญสูงมาก การทำงานร่วมกับ AI จึงต้องมี Human Oversight ที่จริงจังกว่างานทั่วไป

ส่วน Supply Chain มี Large Impact 43%, Small Impact 18% และ No Impact สูงถึง 39% ซึ่งแตกต่างจากหลายฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งสามารถมองได้จากธรรมชาติของงานที่เชื่อมโยงกับโลกกายภาพ ทั้งสินค้า คลัง การขนส่ง สถานที่ และกิจกรรมหน้างาน AI สามารถช่วยวิเคราะห์ วางแผน หรือคาดการณ์ได้ แต่การทำให้สิ่งของเคลื่อนจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งยังต้องพึ่งระบบและกิจกรรมในโลกจริงอีกมาก

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด เราจะเริ่มเห็น Pattern บางอย่าง

งานที่อยู่บนหน้าจอ มีข้อมูลจำนวนมาก ทำซ้ำได้ มี Pattern ชัดเจน และสามารถอธิบายขั้นตอนออกมาได้ มักมีโอกาสได้รับผลกระทบจาก AI สูงกว่า

แต่ “ได้รับผลกระทบ” ไม่ได้แปลว่า “ถูกแทนที่”

ลองคิดง่ายๆ ว่า หากงานหนึ่งเคยใช้เวลา 5 ชั่วโมง และ AI ช่วยให้เหลือ 1 ชั่วโมง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่การที่มนุษย์สูญเสียงานไป 4 ชั่วโมง แต่คือมนุษย์ได้รับเวลา 4 ชั่วโมงกลับคืนมา

คำถามคือ เราจะใช้เวลาที่ได้คืนมานั้นทำอะไร?

ถ้าเราเอาเวลาไปทำงาน Routine เพิ่มอีกสี่เท่า เราอาจเพียงกลายเป็นคนที่ผลิตงานได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเอาเวลาไปคิด วางกลยุทธ์ พัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า แก้ปัญหาที่ยากขึ้น หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ AI อาจทำให้คุณค่าของคนคนนั้นสูงขึ้นกว่าเดิม

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Upskill ในยุค AI ไม่ควรหมายถึงแค่ “เรียนใช้ AI”

การเขียน Prompt เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ทักษะอย่าง Critical Thinking, Domain Expertise, Communication, Creativity, Problem Solving และ Judgment อาจสำคัญยิ่งกว่า เพราะในวันที่ทุกคนสามารถสร้างคำตอบได้เร็ว สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือใครสามารถตั้งคำถามได้ดีกว่า ตรวจสอบคำตอบได้ และรู้ว่าจะนำคำตอบนั้นไปใช้อย่างไร

สำหรับองค์กรเองก็มีโจทย์เดียวกัน

หากเริ่มต้นการใช้ AI ด้วยคำถามเพียงว่า “เราจะลดคนได้กี่คน?” เราอาจกำลังมองเทคโนโลยีใหม่ด้วยกรอบความคิดเก่า

คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ งานอะไรที่คนไม่ควรต้องเสียเวลาทำอีกแล้ว? เราจะทำให้คนเก่งใช้เวลากับงานที่มีคุณค่ามากขึ้นได้อย่างไร? และเมื่อ AI รับผิดชอบ Task บางส่วนไปแล้ว เราควรออกแบบ Job ของมนุษย์ใหม่อย่างไร?

นั่นอาจเป็นโอกาสที่ใหญ่กว่าการลดต้นทุนเสียอีก

อีกเรื่องที่ต้องจำไว้คือ ตัวเลขใน Infographic นี้อ้างอิงข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2023 จึงควรมองเป็น Snapshot ของช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่คำพยากรณ์ตายตัวเกี่ยวกับอนาคต เพราะความสามารถของ AI กำลังพัฒนาเร็วมาก ขณะเดียวกันองค์กร กฎระเบียบ และวิธีนำเทคโนโลยีไปใช้จริงก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

สิ่งที่มีค่าที่สุดจากตัวเลขเหล่านี้จึงอาจไม่ใช่การจำว่า IT คือ 73% หรือ Finance คือ 70% แต่คือการใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นกลับมาสำรวจงานของตัวเอง

ในหนึ่งสัปดาห์ เราทำอะไรซ้ำๆ บ้าง? งานไหนใช้ข้อมูลเป็นหลัก? งานไหน AI สามารถช่วย Draft ได้? งานไหนต้องใช้ความเชี่ยวชาญจริงๆ? และงานไหนต้องอาศัยความไว้วางใจระหว่างมนุษย์กับมนุษย์?

เมื่อแยกงานออกเป็นชิ้นเล็กๆ เราอาจพบว่า AI ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดในบางเรื่อง และทรงพลังกว่าที่คิดในอีกหลายเรื่อง

Wrap Up

คำถามว่า “แผนกไหนได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด?” มีประโยชน์ เพราะทำให้เราเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันทุกฝ่าย IT, Finance, Sales และ Operations อาจมี Task จำนวนมากที่สามารถถูกเปลี่ยนด้วย AI ขณะที่ HR, Marketing และ Legal ก็กำลังเจอกับการเปลี่ยนรูปแบบงานอย่างชัดเจน ส่วน Supply Chain ยังมีองค์ประกอบของงานในโลกกายภาพอยู่มาก

แต่สิ่งสำคัญกว่าการจัดอันดับคือการเข้าใจว่า AI กำลังเปลี่ยน “องค์ประกอบของงาน” มากกว่าลบ Job Title ทั้งตำแหน่งออกไปในทันที

อนาคตจึงอาจไม่ใช่การแข่งขันระหว่าง “มนุษย์ vs AI” อย่างที่เราชอบพูดกัน แต่เป็นการแข่งขันระหว่างคนที่ยังทำงานด้วยวิธีเดิม กับคนที่รู้ว่าเมื่อมี AI แล้ว ตัวเองควรหยุดทำอะไร เริ่มทำอะไร และพัฒนาความสามารถส่วนไหนให้มากขึ้น

ดังนั้นแทนที่จะถามอยู่เสมอว่า “AI จะมาแทนฉันไหม?” เราอาจเปลี่ยนเป็นคำถามที่มีประโยชน์กับตัวเองมากกว่า

“ถ้าวันนี้ AI ทำงานบางส่วนแทนเราได้แล้ว เราจะใช้เวลาที่ได้คืนมา เพื่อกลายเป็นคนทำงานที่มีคุณค่ามากกว่าเดิมได้อย่างไร?”

เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่กำลังเปลี่ยนอาจไม่ใช่แค่เครื่องมือที่เราใช้ทำงาน แต่คือความหมายของคำว่า “เก่ง” ในโลกการทำงานยุคใหม่ด้วย

3 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผมได้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ในหลายแผนกขององค์กร ผมสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่มนุษย์แบบเต็มรูปแบบ แต่เป็นตัวช่วยเปลี่ยนวิธีการทำงานในแต่ละหน้าที่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในแผนก IT ที่มีงานซ้ำซ้อนเช่นการเขียนโค้ด การแก้จุดบกพร่อง และการสร้างเอกสาร AI สามารถช่วยลดเวลาทำงานเหล่านี้ลงอย่างมาก ทำให้ทีมพัฒนาโฟกัสกับการออกแบบระบบและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนหนักขึ้นได้อย่างเต็มที่ ในแผนก Finance ก็เห็นได้ว่า AI ช่วยเร่งการตรวจสอบข้อมูลและสรุปรายงาน เหลือเวลาให้ทีมสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงและทำความเข้าใจบริบทธุรกิจเพื่อช่วยตัดสินใจได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ฝ่าย Sales และ Customer Service ต่างก็มีการใช้ AI เช่น Chatbot หรือระบบ CRM ช่วยจัดการงาน routine ทำให้พนักงานมีเวลาร่วมสร้างความสัมพันธ์และนำเสนอสิ่งที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ในส่วนของ HR AI ช่วยจัดการเอกสารและคัดกรองข้อมูลผู้สมัคร ให้เวลา HR ใส่ใจพัฒนาพนักงานและวางแผนกำลังคนให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรได้ดีกว่าเดิม การตลาดเองก็มีการใช้ Generative AI ผลิตเนื้อหาและวิเคราะห์ข้อมูลที่รวดเร็ว แต่ยังคงต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจเพื่อสร้างแนวคิดที่โดดเด่นและแตกต่าง อย่างไรก็ตาม งานบางประเภทอย่าง Supply Chain ที่เกี่ยวข้องกับโลกกายภาพ ยังจำเป็นต้องใช้การจัดการและตัดสินใจของมนุษย์ในระดับสูง เพราะ AI ยังไม่สามารถแทนที่กระบวนการที่ซับซ้อนและภาคปฏิบัติเหล่านี้ได้เต็มที่ สรุปคือ AI เป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานโดยเฉพาะกับงานที่มีข้อมูลจำนวนมากและซ้ำซ้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะลดโอกาสการทำงานของมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง หากเราสามารถใช้เวลาที่ได้คืนมาไปพัฒนาทักษะด้านความคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการแก้ปัญหาที่ AI ยังทำไม่ได้ จะทำให้เรากลายเป็นคนทำงานที่มีคุณค่าและพร้อมก้าวสู่อนาคตที่มี AI เป็นพันธมิตรที่ช่วยสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เช็คด่วน! ใครอยู่ใน 3 อาชีพเสียงโดน AI เเทนที่
#ai #อาชีพอนาคต #มนุษย์เงินเดือน #ปีใหม่ #fyp
beemcozy

beemcozy

ถูกใจ 3 ครั้ง

ยุค AI เข้ามาแทนที่ อาชีพไหนเสี่ยงสุด🤖
📣 พาส่อง! 🤖✨ ยุค AI มาแรง อาชีพไหนเสี่ยงโดนแทนที่มากที่สุด? 👩🏻‍💻📊 เทคโนโลยีไม่ได้แค่ช่วยทำงานง่ายขึ้น แต่เริ่มเข้ามาคิดแทนและทำแทนในหลายสายอาชีพ โดยเฉพาะงานที่เป็นระบบซ้ำเดิม และใช้ข้อมูลเยอะ เช่น งานบัญชี การเงิน คอลเซ็นเตอร์ หรือแม้แต่งานเขียนคอนเทนต์บางประเภทก็เริ่มถูกทดแทนด้วย AI แล้ว 🧐 ชวนมาร
Sale Here

Sale Here

ถูกใจ 58 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกอธิบายว่าการห้ามใช้ AI ในองค์กรอาจไม่ใช่ความล้าหลัง แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ โดยเปรียบเทียบมุมมองผู้ใช้งานกับผู้บริหาร และนำเสนอ 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ต้นทุนการเปลี่ยนผ่าน หนี้ทางเทคนิค และความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลข้อมูล พร้อมเน้นย้ำการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการจัดการความเสี่ยง
🛑 องค์กรห้ามใช้ AI = ล้าหลัง?
🛑 องค์กรห้ามใช้ AI = ล้าหลัง? เมื่อคำสั่ง “แบน AI” อาจไม่ใช่ความหัวโบราณ…แต่คือการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ “บริษัทไม่ให้ใช้ AI เพราะกลัวข้อมูลรั่ว แบบนี้ถือว่าล้าหลังไหม?” คำถามนี้กำลังเกิดขึ้นจริงในหลายองค์กร โดยเฉพาะในปีที่เทคโนโลยี Generative AI และ Agentic AI ถูกนำไปใช้ในวงกว้าง ตั้งแต
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 3 ครั้ง

ภาพเปรียบเทียบมุมมองสื่อที่ว่า AI แย่งงานมนุษย์ กับความจริงที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ กลยุทธ์ และอำนาจ โดย AI เป็นทั้งเครื่องมือและข้ออ้างในการปลดคน.
🛑 เมื่อบริษัทเทคโนโลยีปลดคน…AI ผิดจริงไหม? หรือเป็นแค่ข้ออ้าง?
🛑 เมื่อบริษัทเทคโนโลยีปลดคน…AI ผิดจริงไหม? หรือเป็นแค่ข้ออ้าง? ทุกครั้งที่มีข่าวบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกประกาศปลดพนักงานหลักพันหรือหลักหมื่นคน ภาพที่สื่อมักเล่าเหมือนกันแทบทุกครั้ง “AI กำลังแย่งงานมนุษย์” ประโยคนี้ฟังดูชัด เข้าใจง่าย และน่ากลัวพอจะกลายเป็นพาดหัวข่าวได้ทันที มันให้ภาพอนาคตที
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 0 ครั้ง

🛑 วันที่ตำแหน่งหน้าที่การงานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
🛑 วันที่ตำแหน่งหน้าที่การงานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อ AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วย แต่เริ่มทำงานแทน “คนกลาง” ในองค์กร ลองนึกภาพสถานการณ์นี้ให้ชัดขึ้น "คุณใช้เวลา 3 ชั่วโมงทำสไลด์สรุปรายงานให้หัวหน้า ต้องเปิดหลายไฟล์ ไล่อ่านอีเมลเก่า ค้นข้อมูลย้อนหลังจากหลายโฟลเดอร์ เช็กตัวเลขใน Excel ให้ตรงกั
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 2 ครั้ง

AI ยังไม่แย่ง “ตำแหน่ง” คุณ…แต่มันแย่ง “งานจุกจิก” ที่ทำให้คุณยุ่งทั้ง
AI ยังไม่แย่ง “ตำแหน่ง” คุณ…แต่มันแย่ง “งานจุกจิก” ที่ทำให้คุณยุ่งทั้งวันไปแล้ว ดูให้จบ แล้วคุณจะรู้ว่างานไหนควรให้ AI ช่วย—เพื่อเอาเวลาไปโตจริงๆ #aiช่วยทำงาน #ติดเทรนด์ #careerdevelopment
คูลแนะแนว

คูลแนะแนว

ถูกใจ 2 ครั้ง

AI จะมาแทนที่คุณจริงไหม?
คำถามที่หลายคนกังวลในยุคนี้คือ “AI จะมาแย่งงานมนุษย์หรือเปล่า?” ความจริงอาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด 👇 🤖 งานที่ AI ทำแทนได้ดี • งานซ้ำ ๆ ในโรงงาน • การคำนวณและประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก • งานคัดแยก ตรวจสอบ หรือทำตามขั้นตอนเดิม ๆ 👉 จุดเด่นคือ เร็ว แม่นยำ และไม่เหนื่อย 🧠 งานที่ AI ต้องทำร่วมกั
OneOne กับ AI

OneOne กับ AI

ถูกใจ 4 ครั้ง

การเข้ามาของ AI ไม่ได้หมายความว่าเราจะถูกแทนที่เสมอไปแต่มัน
ป้ามะลิ นามศรี

ป้ามะลิ นามศรี

ถูกใจ 0 ครั้ง

🤖 “เมื่อ AI ไล่ล่าตำแหน่งงาน”
🤖 “เมื่อ AI ไล่ล่าตำแหน่งงาน” นี่ไม่ใช่บทความเทคโนโลยี แต่คือบทบรรณาธิการว่าด้วย “อำนาจ ต้นทุน และความจริงที่องค์กรไทยเลี่ยงไม่พ้น” ในช่วง 12–24 เดือนที่ผ่านมา คำว่า AI Transformation กลายเป็นวาระประจำห้องประชุมในองค์กรไทย ตั้งแต่รัฐวิสาหกิจ บริษัทครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจจดทะเบียนในตลาดหลักท
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 5 ครั้ง

AI มาแทนที่คนทำงานจริงหรือไม่
คำถามที่หลายคนกังวลในยุคนี้คือ “AI จะมาแทนที่คนทำงานจริงหรือไม่?” คำตอบคือ AI สามารถแทนที่ “บางงาน” ได้จริง แต่ไม่สามารถแทนที่ “คนทำงานทั้งหมด” ได้ ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงไม่ใช่การกลัว AI แต่คือการเข้าใจว่า งานกำลังเปลี่ยนรูปแบบ และบทบาทของมนุษย์กำลังถูกยกระดับ AI แทนที่ “งาน” ไม่ใช่ “คน”
นราสิริ

นราสิริ

ถูกใจ 2 ครั้ง

Framework ระดับโลก ที่ช่วยองค์กรใช้ AI อย่างมีทิศทาง
🛑 เลิกใช้ AI แบบตามกระแส ถอดรหัส 6 Framework ระดับโลก ที่ช่วยองค์กรใช้ AI อย่างมีทิศทาง เมื่อทุกบริษัทอยากเป็น “AI Company” แต่แทบไม่มีใครตอบได้ว่า AI ควรทำอะไรบ้างในองค์กร? ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา คำว่า AI Transformation กลายเป็นวาระสำคัญของแทบทุกองค์กร ผู้บริหารจำนวนมากประกาศแผนลงทุนด้าน AI บ
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 6 ครั้ง

AI จะมาคัดคนออกจากงาน
#ความรู้ #พัฒนาตนเอง #เทคนิคการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
Story Tank

Story Tank

ถูกใจ 0 ครั้ง

งานไหนบ้างที่องค์กรควรนำ AI มาใช้แทนคนทันที!?
#ลีโอgoalธุรกิจ #leowood #ลีโอวูด #ai #aiautomation
ลีโอ Goalธุรกิจ

ลีโอ Goalธุรกิจ

ถูกใจ 3 ครั้ง

ภาพผู้หญิงกำลังสอนเด็กๆ ในห้องเรียนเทคโนโลยี มีจอแสดงผล AI และเด็กบางคนสวมแว่น VR ข้อความบนภาพระบุว่า AI จะไม่แทนที่คนทั้งหมด แต่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการบัญชีอย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาบทความ.
AI ไม่ได้มาทำงานแทนคนทั้งหมด แต่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการบัญชี!
ความจริงที่หลายคนกังวลคือ AI จะมาแทนที่นักบัญชี แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นทั้งหมด AI จะเข้ามามีบทบาทในหลายด้านของงานบัญชี โดยเฉพาะการลดการใช้กำลังคนในงานที่ไม่จำเป็นหรืองานซ้ำซาก 📊 งานบัญชีที่ AI จะเข้ามาช่วย งานบันทึกข้อมูลพื้นฐาน การจัดทำใบกำกับภาษี การคำนวณค่าเสื่อม และการทำงบการเงิน
บัญชี อีเว้นท์

บัญชี อีเว้นท์

ถูกใจ 2 ครั้ง

เมื่อ GenAI ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มา “ทำงานจริง”
เมื่อ GenAI ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มา “ทำงานจริง” Use-cases ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างงาน และบทเรียนที่ผู้นำไทยต้องอ่านให้ออก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Generative AI หรือ GenAI ไม่ได้หยุดอยู่แค่บทบาทของเครื่องมือช่วยเขียน ช่วยวาด หรือช่วยสรุปรายงานอีกต่อไป แต่กำลังค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปอยู่ใน “กระบวนการทำ
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพหลอดไฟที่มีสัญลักษณ์ AI และวงจรไฟฟ้า ล้อมรอบด้วยหุ่นไม้รูปคน พร้อมข้อความว่าล่ามและนักแปล AI จ่อแทนที่เร็วสุด และ Microsoft เตือน 10 อาชีพเสี่ยงโดนแย่งงาน
ภาพผู้ชายกำลังทำงานบนแล็ปท็อปเคียงข้างหุ่นยนต์ AI ในฉากเมืองยามค่ำคืน สื่อถึงการทำงานร่วมกันหรือการแข่งขันระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์
ภาพแพทย์กำลังใช้เทคโนโลยี AI แสดงผลหัวใจและโครงสร้างร่างกายแบบโฮโลแกรม พร้อมข้อความว่า AI ช่วยวินิจฉัยโรค แต่กลับทำให้หมอฝีมือตกโดยไม่รู้ตัว
วันที่ AI (จะ) เข้ามาแทนที่ “ล่ามและนักแปล”
· Microsoft ชี้ อาชีพเสี่ยงสูงจาก AI ส่วนใหญ่เป็นงานสายความรู้ • ในฐานะนักแปลอาชีพ ถ้าเห็นข่าวนี้แล้วบอกว่าไม่คิดอะไรเลยก็คงโกหก เพราะนี่เป็นอาชีพที่เรารักมากและเป็นอาชีพหลัก แต่เมื่อโลกหมุนไปข้างหน้าแล้ว เราจะเอาอะไรไปเหนี่ยวรั้งมันไว้ได้ล่ะ • ทว่า ถ้า AI สามารถเข้ามาแทนที่ล่ามและนักแปล
สุจิปุลิน

สุจิปุลิน

ถูกใจ 2 ครั้ง

"AI ในทีม Agile” = ใครได้หน้า ใครต้องจ่าย?
"AI ในทีม Agile” = ใครได้หน้า ใครต้องจ่าย? เมื่อปัญญาประดิษฐ์เร่งงานได้จริง แต่ความยุติธรรมในการทำงานต้องเร่งตามให้ทัน? AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้ทีม Agile ทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น หากแต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาท และวิธีที่องค์กร "ให้รางวัล"
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 3 ครั้ง

“AI Product Management” 2 ปีผ่านไป เราได้อะไร?
“AI Product Management” 2 ปีผ่านไป เราได้อะไร นอกจากความตื่นเต้น? หรือเรากำลัง “ผลิต” Product Manager ที่เก่งเครื่องมือ แต่กลวงในตรรกะ? ==== ถ้าคุณเดินเข้าไปในหลายองค์กรวันนี้ คุณจะเห็นภาพที่ชวนขำปนเศร้าอยู่ คือ * บางทีมยังถกกันเรื่อง PO vs PM ซึ่งแตกต่างกันมากในแต่ละบริษัท * บางทีมยังให้ค
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกแสดงแนวคิด “SaaS Apocalypse?” เปรียบเทียบภาพลวงตาการเติบโตแบบเดิมที่อิงจำนวนคนกับการเติบโตด้วยประสิทธิภาพยุค AI กติกาใหม่ที่เน้นผลลัพธ์ และคุณค่าใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมและผู้นำ
“SaaS Apocalypse?” 
“SaaS Apocalypse?”  เมื่อภาพลวงตาการเติบโตแบบเดิมกำลังถูกรีเซ็ต  และตลาดกำลังเขียนกติกาใหม่? 🛑 SaaS Apocalypse อาจไม่ใช่จุดจบของซอฟต์แวร์แต่มันคือจุดจบของ “ภาพลวงตาการเติบโต” ที่ตลาดเคยเชื่อมั่นมาตลอดหลายทศวรรษ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “AI จะมาแทนใคร?” แต่คือ “เรากำลังประเมินมูลค่าธุรกิจบนสมมต
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 2 ครั้ง

ภาพตัดต่อแสดงชายสองคนหน้าเดียวกันจับมือกัน โดยมีข้อความสีแดงขนาดใหญ่ว่า "AI" และข้อความสีขาวว่า "AI มาแย่งงานจริงแล้วครับ..." และ "ตอนนี้เหลือหน้าที่แค่ 👉 “กดเซฟไฟล์” เท่านั้น" สื่อถึงการที่ AI เข้ามาทำงานแทนมนุษย์จนเหลืองานเพียงเล็กน้อย
AI มาแย่งงานจริงแล้วครับ…😅
เพื่อนผมเจอกับตัวเองเลย 👇 • เดิมทีรับตัดต่อวิดีโอ 💻 วันละ 2,000 บาท • ล่าสุดบริษัทบอก… “ใช้ AI ทำแทนได้แล้ว” 🤖 • เหลือหน้าที่เขาแค่ 👉 “กดเซฟไฟล์” เท่านั้น ฟังแล้วทั้งขำ ทั้งแอบเจ็บ 🥲 เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณว่า AI กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานจริงๆ #คุยงาน #ตกงาน
เอิร์ธที่เจอมากับตัว

เอิร์ธที่เจอมากับตัว

ถูกใจ 8 ครั้ง

🤖 AI แย่งงานจริงไหม? หรือเปิดโอกาสใหม่?
หลายคนทำงานไปก็แอบคิดในใจว่า… “อีกหน่อย AI จะมาแทนเราหมดหรือเปล่า?” เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็ดูเหมือน AI ทำได้ทุกอย่าง — เขียนบทความ ตัดต่อภาพ ทำโฆษณา วิเคราะห์ข้อมูล หรือแม้แต่ช่วยเขียนโค้ด! แล้วคำถามที่เจ็บจี๊ดในใจคนทำงานคือ… เราจะยังจำเป็นอยู่ไหม? 😰 ด้านน่ากลัวของ AI ความจริงคื
พี่จ๊ะเอ๋ กูรูสัมภาษณ์งาน

พี่จ๊ะเอ๋ กูรูสัมภาษณ์งาน

ถูกใจ 0 ครั้ง

กับดัก “AI-Thinking” เมื่อเราให้ AI คิดแทน… จนลืมโต
กับดัก “AI-Thinking” เมื่อเราให้ AI คิดแทน… จนลืมโต เมื่อ Senior ติดปีกบิน แต่ Junior กำลังสูญเสียความสามารถในการเดิน ในปี 2026 คงไม่มีใครปฏิเสธได้อีกแล้วว่า AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคนทำงานไปเรียบร้อย หลายคนพูดติดตลกว่า มันคือ “อวัยวะที่ 33” ของคนทำงานยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในโลกเทคโนโลย
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา CEO Bitkub กล่าวเตือนว่าใน 5 ปีข้างหน้า หากไม่เป็น AI enabled Employee จะเสี่ยงตกงาน 100% โดยบริษัทจะใช้ AI แทนพนักงานที่ลาออก ไม่ใช่แค่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับบทความเรื่อง AI จะมาแทนคนมากขึ้น
ปี 2569 เอไอจะมาแทนคนมากขึ้น
ไม่สามารถให้คำตอบว่า “จำนวนคนทำงานเหลือกี่คนในปี 2569” ที่แน่นอนได้ (เพราะมีปัจจัยแปรหลายอย่าง) — แต่ผมสามารถช่วยทำสมมติฐานให้เห็นภาพว่า “ถ้า AI มาแทนคนมากขึ้น” ผลอาจจะเป็นอย่างไรบ้าง และประเมินกรอบตัวเลขคร่าวๆ ให้ดู ข้อมูลพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ปัจจุบัน (ปี 2568–2569) ประเทศไทยมีผู้มีงานทำ (em
ลุงฮง

ลุงฮง

ถูกใจ 1 ครั้ง

เมื่อบริษัทจะค่อยๆ หยุดจ่าย “เงินเดือนคน” ลง
เมื่อบริษัทจะค่อยๆ หยุดจ่าย “เงินเดือนคน” แล้วหันไปจ่าย “ค่าเช่า AI” แทน “เกมเศรษฐกิจ และรูปแบบการจ้างงานที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว" “AI มาแย่งงาน?” ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก! เพราะความจริงที่กำลังเกิดขึ้นลึกกว่านั้นมาก นี่ไม่ใช่แค่เรื่องคนถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรอัจฉริยะ หากแต่เป็นการเปลี่ยน
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 1 ครั้ง

“การแข่งขันด้าน AI” คือ สนามรบใหม่ของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงที่ประเทศกำลังพัฒนาอาจมองไม่เห็น การแข่งขัน AI ระหว่างสหรัฐฯ จีน และยุโรป ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเชิงเทคโนโลยีอีกต่อไป มันกำลังกลายเป็นการจัดระเบียบอำนาจเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ ที่เชื่อมโยงเงินทุน อุตสาหกรรมชิป โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ค
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพรวมงาน HR Hero Summit 2025 ที่ True Digital Park แสดงเวทีใหญ่พร้อมจอ LED และผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยมีข้อความว่า “AI” ไม่ได้มาแทนที่คน แต่คนที่ “ใช้ AI เป็น” ต่างหากที่จะพาองค์กรไปได้ไกลกว่า
ดร.สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ Partner Slingshot Group กำลังบรรยายบนเวทีในงาน HR Hero Summit 2025 โดยมีข้อความว่า “ผู้นำต้อง Cultivate Growth เปิดรับสิ่งใหม่ มี curiosity เพื่อเติบโตไปด้วยกันทั้งองค์กร”
คุณอภินันท์ รุดดานุช Co-founder & MD ของ SE Tech กำลังบรรยายบนเวทีในงาน HR Hero Summit 2025 โดยมีข้อความว่า “AI ไม่ได้มาแทนคน... แต่มาช่วยให้คนใช้ศักยภาพได้เต็มที่มากกว่าเดิม”
AI เข้ามาเเทนมนุษย์ได้จริงไหม มาหาคำตอบกัน!
ในยุคที่เทคโนโลยี AI เปลี่ยนทุกมิติของโลกการทำงาน คำถามสำคัญคือ... “เราจะอยู่รอดได้ยังไง ในวันที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน?” คำตอบอยู่ที่นี่ 👉 HR Hero Summit 2025: Future by AI, Shaped by People ที่ True Digital Park ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา 📍 ถอดรหัส 3 Insights สำคัญสำหรับผู้นำแ
JobcaduThailand

JobcaduThailand

ถูกใจ 0 ครั้ง

👉 AI กับจุดเปลี่ยนโลกการทำงาน
👉 AI กับจุดเปลี่ยนโลกการทำงานจากเครื่องมือเสริมสู่ “เพื่อนร่วมงานอัจฉริยะ” 🔴 👉 บทความหนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์ : หนังสือพิมพ์รายปักษ์ ประจำต้นเดือนเดือน 1-15 กพ 69 เพื่อการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาประเทศ สู่ความเข้มแข็งและมั่นคง 🔴 สวัสดีครับทุกท่าน หากเราย้อนกลับไปมองเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจจ
Aj.Tonrak

Aj.Tonrak

ถูกใจ 0 ครั้ง

ภาพแสดงแนวคิดการขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุค Generative AI พร้อมคำถามว่าองค์กรพร้อมแค่ไหน โดยมีไอคอน AI และแว่นขยายบนพื้นหลังโลกดิจิทัลและเครือข่าย
ภาพเน้นย้ำว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว องค์กรทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI และตั้งคำถามถึงตำแหน่งของธุรกิจในการเปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมพื้นหลังโลกดิจิทัล
ภาพแสดง 5 ระยะความพร้อมในการใช้ Generative AI ได้แก่ สำรวจ วางแผน ลงมือทำ ขยายผล และสร้างมูลค่าจริง พร้อมกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของความพร้อมในแต่ละช่วงเวลา
AI มาแรง องค์กรต้องไว! เตรียมตัวให้พร้อมกับยุค Generative ที่เปลี่ยนวิธีทำงานทั้งระบบ!? 🤖🚀 #องค์กร #aifuturework #การทำงานยุคใหม่ #ตลาดงาน #career
JobcaduThailand

JobcaduThailand

ถูกใจ 0 ครั้ง

🔎 ทำไมธุรกิจต้องรีบใช้ AI ใน 2025 ประโยชน์ & เหตุผลสำคัญ
ยุค 2025 คือปีที่ “ธุรกิจที่ใช้ AI” จะนำหน้าแบบก้าวกระโดด ส่วนธุรกิจที่ช้า… อาจตามไม่ทัน! 🚀 เพราะ AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยี แต่มันคือ “พลังขับเคลื่อนธุรกิจ” ที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ กำไร และความได้เปรียบทางการแข่งขันแบบเต็มสูบ ❗️❗️6 เหตุผลสำคัญ ว่าทำไมทุกธุรกิจต้องเริ่มใช้ AI ตั้งแต่วันนี้
OneOne กับ AI

OneOne กับ AI

ถูกใจ 9 ครั้ง

แผนภาพแสดง Roadmap Product Manager ยุค AI 2026 เปรียบเทียบ PM ยุคเดิมกับ AI-Native PM โดยเน้น 5 ทักษะแกนกลางที่จำเป็น เช่น การเข้าใจ AI ไม่ใช่ Bug, การสื่อสารกับทีม Data/Eng, การควบคุม Gen AI, การสร้าง Prototype และการเข้าใจ RAG & AI Agents เพื่อเป็นผู้กำกับระบบในอนาคต
“Roadmap Product Manager ยุค AI 2026”
“Roadmap Product Manager ยุค AI 2026” (เมื่ออาชีพที่เคยมั่นคง กำลังถูกตั้งคำถามใหม่ทั้งระบบ) ⸻ จากคนคุม Backlog สู่ “ผู้กำกับความน่าจะเป็น” ในช่วงขวบปีที่ผ่านมา หากถาม Product Manager (PM) จำนวนมากว่า สิ่งใดคือความกังวลใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพของตัวเอง คำตอบที่ได้มักไม่ใช่เรื่องเงิ
วันละเรื่องสองเรื่อง

วันละเรื่องสองเรื่อง

ถูกใจ 1 ครั้ง

คนขับรถผู้บริหารโดนเอไอแย่งงาน?
#คนขับรถ #คนขับรถบรรทุก #คนขับแม็คโคร #คนขับรถพ่วง #คนขับรถตู้
เป้ แนะแนวการศึกษาและอาชีพ

เป้ แนะแนวการศึกษาและอาชีพ

ถูกใจ 3 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม