วิธีแช่กระเจี๊ยบในน้ำเพื่อดื่ม
การแช่กระเจี๊ยบในน้ำเพื่อดื่มเป็นวิธีธรรมชาติที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยลดความดัน ช่วยขับปัสสาวะ และดีต่อระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะ “กระเจี๊ยบเขียว” ที่นิยมแช่ดื่มในน้ำอุณหภูมิห้องหรือแช่เย็น
🌿 วิธีแช่กระเจี๊ยบในน้ำเพื่อดื่ม (แบบง่าย ไม่ต้ม)
สิ่งที่ต้องเตรียม:
กระเจี๊ยบเขียวสด 3-5 ฝัก
น้ำดื่มสะอาด 1 แก้ว (ประมาณ 250-300 มล.)
ขวดหรือภาชนะที่มีฝาปิด
ขั้นตอน:
1. ล้างกระเจี๊ยบให้สะอาด แล้วหั่นหัว-ท้ายออก
2. หั่นกระเจี๊ยบเป็นท่อนสั้น ๆ (หรือจะผ่าครึ่งตามยาวก็ได้ เพื่อให้เมือกออกมาเยอะขึ้น)
3. ใส่กระเจี๊ยบลงในขวดหรือแก้วน้ำ
4. เทน้ำสะอาดลงไปให้ท่วมกระเจี๊ยบ
5. ปิดฝาแล้วแช่ในตู้เย็น อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หรือ ทิ้งไว้ข้ามคืน
6. นำออกมาดื่มตอนเช้า (สามารถเติมน้ำผึ้งหรือน้ำมะนาวเล็กน้อยเพื่อรสชาติ)
> ✅ ดื่มตอนท้องว่างตอนเช้า หรือก่อนนอน จะช่วยให้ได้ผลดี
---
❄️ เกร็ดเสริม:
ถ้าต้องการ เพิ่มความเข้มข้น ให้ใช้กระเจี๊ยบมากขึ้น หรือแช่นานขึ้น
กระเจี๊ยบแช่น้ำจะมีลักษณะเป็นเมือกลื่นเล็กน้อย เป็นปกติ และดีต่อระบบลำไส้
#กระเจี๊ยบเขียว #กระเจี๊ยบ #พืชผักสวนครัว #ผักสวนครัว #เคล็ดลับ #สาระความรู้ #สุขภาพดี #กินกับtiktok #tiktokพากิน #แววพากิน
หลายคนถามเหมือนกันว่า “กระเจี๊ยบเขียวแช่น้ำ” ต้องทำยังไงถึงดื่มง่าย ไม่เหม็นเขียว และเมือกไม่หนืดเกินไป อันนี้คือทริคที่เราลองแล้วเวิร์กค่ะ (ทำเป็นน้ำแช่กระเจี๊ยบเขียวในแก้ว/ขวดไว้ดื่มตอนเช้า) 1) เลือกกระเจี๊ยบเขียวให้ถูกก่อน - เลือกฝักอ่อน สีเขียวสด ผิวไม่ช้ำ เวลาหั่นแล้วจะไม่เหนียวและกลิ่นจะเบากว่า - ถ้าฝักแก่เกินไป เมล็ดจะแข็ง น้ำที่แช่ออกมาอาจขม/ฝาดนิด ๆ และดื่มไม่ค่อยเพลิน 2) ล้างให้สะอาด ลดกลิ่นเขียว เราแนะนำให้ล้างผ่านน้ำไหล แล้ว “ถูเบา ๆ” ตามผิวฝัก จากนั้นแช่น้ำผสมเกลือปลายช้อนหรือเบกกิ้งโซดาแป๊บเดียว (ประมาณ 5 นาที) แล้วล้างออกอีกครั้ง กลิ่นเขียวจะลดลงชัดเจน 3) หั่นแบบไหน เมือกออกไม่เท่ากัน - ถ้าชอบเมือกน้อย: หั่นเป็นแว่นหนา ๆ 1–2 ซม. แล้วแช่ - ถ้าอยากได้เมือกมาก (สายลำไส้แฮปปี้): ผ่าครึ่งตามยาวก่อนแช่ เมือกจะออกมาเร็วขึ้น ในรูปที่ทำเป็นแก้วน้ำ ใส่กระเจี๊ยบหั่นแว่นแช่เต็มแก้วก็เป็นวิธีที่ดื่มง่ายสุดค่ะ 4) สัดส่วนที่ดื่มง่าย (ไม่ต้ม) เริ่มต้นแบบเบา ๆ: กระเจี๊ยบเขียว 3–5 ฝัก ต่อน้ำ 250–300 มล. (1 แก้ว) แช่เย็น 8–12 ชั่วโมง ถ้าลองครั้งแรกให้เริ่มอ่อน ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มจำนวนฝักตามที่ชอบ 5) ดื่มตอนไหนดี และดื่มยังไงไม่เลี่ยน ส่วนตัวเราชอบดื่มตอนเช้าท้องว่าง หรือก่อนนอน แต่ถ้าใครท้องอืดง่ายให้จิบหลังอาหารแทนก็ได้ ทริคปรับรส: บีบมะนาวนิดเดียวจะสดชื่นมาก หรือเติมน้ำผึ้งเล็กน้อย (อย่าใส่เยอะจะกลบกลิ่นธรรมชาติ) 6) เก็บได้นานไหม? น้ำแช่กระเจี๊ยบเขียวแนะนำทำวันต่อวันจะสดสุด ถ้าจะเก็บจริง ๆ ให้แช่ตู้เย็นและดื่มภายใน 24 ชั่วโมง และใช้ขวด/แก้วที่มีฝาปิดเพื่อกันกลิ่นอื่นในตู้เย็น 7) ข้อควรระวังเล็ก ๆ กระเจี๊ยบเขียวมีเมือกและไฟเบอร์สูง บางคนดื่มแล้วถ่ายง่ายมาก ให้เริ่มจากปริมาณน้อยก่อน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาท้องเสียบ่อย หรือกินยาประจำ (ถ้าไม่มั่นใจควรปรึกษาแพทย์) ถ้าทำตามนี้ “น้ําแช่กระเจี๊ยบเขียว” จะออกมากลิ่นเบา ดื่มง่าย เมือกนุ่ม ๆ แบบพอดี และทำเป็นรูทีนแช่ข้ามคืนไว้ดื่มตอนเช้าได้สบายเลยค่ะ

