Matcha มีคาเทชินชนิด EGCG (Epigallocatechin Gallate)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้มากที่สุดในชาเขียวมัทฉะ

ซึ่งมีงานวิจัยรองรับมากมายว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามิน C และ E หลายเท่าตัว

เมื่อ EGCG ทำงานร่วมกับกรดอะมิโน L-Theanine (ที่มีในมัทฉะเช่นกัน) จะช่วยให้สมองตื่นตัว สงบ มีสมาธิ โดยไม่ทำให้ใจสั่นเหมือนกาแฟ

ไม่ควรชงในน้ำที่ร้อนเกินไป (เกิน 80°C) อาจทำลายสาร EGCG บางส่วนได้

ปกติ EGCG จะสลายตัวง่ายมาก โดยเฉพาะในสภาพด่างที่ลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้ดูดซึมเข้าร่างกายได้ไม่เยอะ นักวิจัยเลยทดลองให้กินคู่กับวิตามินซี ซึ่งมีความเป็นกรด ผลคือ EGCG คงตัวได้นานขึ้น และร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าเดิม

มีคุณหมอแนะนำให้ดื่มตอน สายๆ หลังอาหารเช้าสัก 1-2 ชั่วโมง และบีบมะนาวลงไปนิดหน่อย

#มัทฉะ #ยามิโตะมัทฉะออร์แกนิคของแท้

2025/11/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมมัทฉะซึ่งเป็นชาเขียวชนิดหนึ่งมีชื่อเสียงมากในด้านการเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระชนิด EGCG หรือ Epigallocatechin Gallate ซึ่งได้รับการวิจัยอย่างกว้างขวางว่าสามารถช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามิน C และ E หลายเท่า. นอกจากนี้ EGCG ยังทำงานร่วมกับกรดอะมิโน L-Theanine ซึ่งช่วยให้สมองตื่นตัวในขณะที่ยังสงบและมีสมาธิ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการใจสั่นเหมือนที่เกิดจากกาแฟ สำหรับการชงมัทฉะ ควรควบคุมอุณหภูมิเครื่องดื่มไม่ให้เกิน 80 องศาเซลเซียส เพราะความร้อนสูงเกินไปอาจทำลายสาร EGCG บางส่วน ซึ่งจะลดประสิทธิภาพของมัทฉะ นอกจากนี้ สาร EGCG เป็นสารที่สลายตัวง่ายโดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่เป็นด่างในลำไส้เล็กส่วนต้น ทำให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง งานวิจัยชี้แนะว่า หากบริโภคคู่กับวิตามินซี ซึ่งมีความเป็นกรด จะช่วยทำให้ EGCG คงตัวได้นานขึ้นและเพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำให้ดื่มมัทฉะพร้อมกับการบีบมะนาวเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลาในช่วงสาย ๆ หลังอาหารเช้า 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด ในทางปฏิบัติ การเลือกใช้มัทฉะคุณภาพสูง เช่น ยามิโตะมัทฉะออร์แกนิคของแท้ ยังช่วยรับประกันคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยในการบริโภคอีกด้วย. หากคุณสนใจในการเสริมสร้างสุขภาพด้วยมัทฉะ การเข้าใจถึงสารสำคัญอย่าง EGCG และวิธีการบริโภคที่เหมาะสมก็ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนในระยะยาว

ค้นหา ·
yamito มัจฉะ