แล้วอยากรู้ไหมคนเลวที่สุดในหมู่พวกท่าน ?”
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า
“พวกท่านอยากให้ข้าพเจ้าบอกไหม อะไรที่ดีกว่าละหมาด ถือศีลอด และซอดาเกาะฮฺ ?”
เศาะฮาบะฮฺบอกว่า "ครับ โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ"
ท่านนบีตอบว่า “คืนความดีระหว่าง(พี่น้อง) เพราะความเกลียดชังระหว่าง(พี่น้อง)คือการโกน(ทำลายศาสนา)”
(การที่มีสองคนทะเลาะ และการทำให้เขาคืนดีกัน, เพรา ะการที่ทะเลาะเบาะแว้งกันทำให้ศาสนาพินาศ (เราปกป้องไม่ให้ศาสนาของเขาพินาศย่อมดีกว่าละหมาด ถือศีลอด และเศาะดะเกาะฮฺ)
ท่านนบีกล่าวว่า “อยากรู้ไหมคนเลวที่สุดในหมู่พวกท่าน ?”
เศาะฮาบะฮฺตอบว่า “ครับ โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ"
ท่านนบีกล่าวว่า “คนที่เดินให้ร้ายระหว่างพี่น้อง, แบ่งแยกระหว่างคนที่รักใคร่กัน, ผู้ที่ปรารถนาให้คนบริสุทธิ์ลำบากใจ(ทุกข์ทรมาน)”
ญามิอุลอุลูมวัลหิกัม ครั้งที่ 181
(หะดีษที่ 35/3), เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
จากบทเรียนนี้ ผมได้เรียนรู้ว่าความสามัคคีและการคืนดีกันในสังคมสำคัญยิ่งกว่าบางพิธีกรรมทางศาสนาเสียอีก ความเกลียดชังและการแบ่งแยกระหว่างพี่น้องไม่เพียงแต่ทำลายความสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อความมั่นคงของศาสนาและชุมชนด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อต้องมีความขัดแย้งระหว่างเพื่อนหรือครอบครัว หากเรายึดมั่นในความรักและพยายามคืนดีกัน เราก็จะได้รักษาสันติสุขและความอบอุ่นในความสัมพันธ์นั้น แต่หากปล่อยให้ความโกรธและความไม่เข้าใจก่อตัวขึ้น ก็จะนำไปสู่ความแตกแยกและความทุกข์ทรมาน นอกจากนี้ บทเรียนนี้ยังเตือนถึงคนที่ทำลายความรักระหว่างพี่น้อง เช่น การนินทาคนอื่นหรือสร้างความเข้าใจผิด ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้พี่น้องแตกแยกแล้ว ยังส่งผลให้ศาสนาและสังคมล่มสลายได้ ประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อผมเคยถูกเข้าใจผิดและมีปัญหากับเพื่อนเก่าในช่วงหนึ่ง แต่หลังจากที่เราได้เปิดใจพูดคุยและคืนดีกัน ชีวิตก็กลับมาสดใสอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าการคืนดีกันคือสิ่งที่ประเสริฐและสร้างความสงบสุขในชีวิตจริงๆ สรุปแล้ว การใส่ใจและฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเป็นตัวกลางในการสร้างความแตกแยกคือสิ่งที่ควรปฏิบัติ เพราะถือเป็นการรักษาศาสนาและสังคมให้มั่นคงยิ่งกว่าการละหมาดหรือถือศีลอดอย่างเดียว

































