20 จิตวิทยาเลิกติดหวาน(ลดมาแล้ว 8 โล)

1. อย่าบอกตัวเองว่า “ห้ามกิน” > เปลี่ยนเป็น “ยังไม่กินตอนนี้”

2. รอ 10 นาที ก่อนซื้อของหวาน > หลายครั้งความอยากจะลดลงเอง

3. กินโปรตีนให้ถึงในแต่ละวัน > ยิ่งโปรตีนไม่พอ ยิ่งโหยง่าย

4. ดื่มน้ำก่อน > บางครั้งร่างกายแค่กระหายน้ำ

5. อย่าปล่อยให้หิวจัด > ความหิวมากเกินไปทำให้ตัดสินใจพลาด

6. กินมื้อหลักให้อิ่ม > ไม่ต้องอิ่มแน่น แต่อย่าอิ่มไม่พอ

7. เลิกคิดว่า “กินครั้งเดียวไม่เป็นไร” >เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้จบแค่ครั้งเดียว

8. อย่าเก็บขนมไว้ใกล้ตัว> สิ่งที่มองเห็นบ่อย มักถูกหยิบกินบ่อย

9. ซื้อไซซ์เล็กแทนไซซ์ใหญ่ > ลดโอกาสกินเกินโดยไม่รู้ตัว

10. อย่าซื้อของกินตอนหิว > สมองจะเลือกของหวานมากกว่าปกติ

11. เปลี่ยนจากน้ำหวานเป็นเครื่องดื่มแคลอรีต่ำ > ค่อยๆ ลด ไม่จำเป็นต้องตัดทันที

12. นอนให้พอ > คนนอนไม่พอมักอยากของหวานมากขึ้น

13. เครียดเมื่อไร อย่าใช้ขนมเป็นรางวัล > หาอย่างอื่นที่ทำให้มีความสุขแทน

14. กินช้าลง > สมองต้องใช้เวลารับรู้ความอิ่ม

15. ถ้าจะกิน กินแบบตั้งใจ > ไม่กินไปเล่นมือถือไป

16. อย่าโทษตัวเองหลังหลุด > ยิ่งรู้สึกผิด กดดันตัวเอง

17. เริ่มจากลดความถี่ก่อน > ไม่จำเป็นต้องเลิกทันที

18. เดินเล่น 10 นาที หลังมื้ออาหาร > ช่วยลดความอยากของหวานได้

19. จำเหตุผลที่เริ่มดูแลตัวเองไว้เสมอ > ช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

20. สร้างนิสัยใหม่แทนการพึ่งน้ำตาล > เพราะเป้าหมายไม่ใช่ “อดหวาน” แต่คือ “อยู่กับของหวานได้โดยไม่ถูกมันควบคุม”

#เลิกติดหวาน #งดของหวาน #ลดน้ําหนัก #ดูแลตัวเอง #เปลี่ยนแปลงตัวเอง

6/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเลิกติดหวานเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับหลายคน แต่วิธีที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากประสบการณ์ตรงที่ลดน้ำหนักได้ 8 กิโลกรัมภายใน 4 เดือนด้วยการใช้เทคนิคจิตวิทยาต่างๆ เหล่านี้ พบว่าการไม่บังคับตัวเองจนเกินไป เช่น การเปลี่ยนคำว่า "ห้ามกิน" เป็น "ยังไม่กินตอนนี้" ช่วยลดความเครียดและความอยากได้มาก การรอ 10 นาทีเมื่อเกิดความอยากของหวานเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ได้ผล เพราะบางครั้งความอยากจะลดลงเองเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากนี้การเติมโปรตีนในแต่ละวันอย่างเพียงพอจะช่วยควบคุมความโหยของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการดื่มน้ำก่อนกินของหวานสามารถช่วยให้ร่างกายไม่สับสนระหว่างความกระหายกับความหิว จึงลดการกินเกินจำเป็น นอกจากนี้ การจัดการกับความหิวและความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญ เช่น หลีกเลี่ยงการปล่อยให้ตัวเองหิวจัด การกินมื้อหลักให้พอดีไม่อิ่มจนแน่นเกินไป และหาวิธีผ่อนคลายอื่นแทนการกินขนมเมื่อเครียด เช่น การออกกำลังกายเบาๆ หรือการทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกดี การเดินเล่นหลังมื้ออาหาร 10 นาที ช่วยลดความอยากของหวานได้ และยังส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารด้วย การลดการติดหวานไม่จำเป็นต้องตัดน้ำตาลทันทีทันใด แต่สามารถลดความถี่และปริมาณลงอย่างช้าๆ เช่น การเลือกเครื่องดื่มแคลอรีต่ำแทนที่น้ำหวานแบบเดิม และซื้อขนาดเล็กแทนไซซ์ใหญ่เพื่อลดโอกาสกินเกินโดยไม่ตั้งใจ รวมถึงการวางขนมให้อยู่ห่างสายตาเพื่อลดการหยิบกินบ่อย สำคัญที่สุดคือการไม่โทษตัวเองเมื่อหลุดกินหวาน เพราะการกดดันตนเองมากเกินไปจะทำให้ล้มเลิกง่ายขึ้น และควรจำเหตุผลและเป้าหมายที่เริ่มดูแลตัวเองไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและรักษานิสัยการกินที่มีสุขภาพดีในระยะยาว ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การอดของหวานอย่างสมบูรณ์แบบแต่เป็นการที่เราสามารถอยู่กับของหวานได้โดยไม่ให้มันควบคุมชีวิต

ค้นหา ·
วิธีลดอาหารติดหวาน

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพหญิงสาวสวมชุดออกกำลังกายสีเทาอ่อน ยืนยิ้มอย่างมั่นใจ ถือนาฬิกาพก และมีข้อความว่า "ทริคจิตวิทยา.. ลดน้ำหนัก ที่ง่ายที่สุด ในโลก" พร้อมโลโก้ Lemon8 และ @SISGLOWUP
ภาพประกอบ 3 ส่วน แสดงทริคจิตวิทยาลดน้ำหนัก: กินช้า, ใช้จานเล็กหลอกสมองให้รู้สึกอิ่ม และไม่ควรกินตรงหน้าจอ โดยมีภาพหญิงสาวกำลังกินอาหารและจานอาหารประกอบ
ภาพประกอบ 3 ส่วน แสดงทริคจิตวิทยาลดน้ำหนัก: การเลือกกิน, การนอนหลับให้เพียงพอ และการแยกความอยากกับความหิว โดยมีภาพหญิงสาวเลือกอาหาร กำลังนอนหลับ และมองอาหาร
ทริคจิตวิทยาลดน้ำหนักที่ง่ายที่สุดในโลก🌎✨
ทริคจิตวิทยาลดน้ำหนักที่ง่ายที่สุดในโลก💭 ลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรือออกกำลังกายหนักเสมอไป บางทีแค่ “เข้าใจสมองตัวเอง” ก็ผอมได้แล้ว 💅🏻✨ 🌿 วันนี้ฉันเลยเอา “ทริคจิตวิทยาลดน้ำหนักที่ง่ายที่สุดในโลก!” มาฝากทุกคน — ไม่มีสูตร ไม่มีโยโย่ แค่ใช้ “mind trick” ก็ผอมลงได้จริง 💚 มาดูกันว่าคนที่ผอม
SisGlowUp ✨

SisGlowUp ✨

ถูกใจ 2114 ครั้ง

ทริคจิตวิทยา ”โปรยเสน่ห์ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้“
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมผู้หญิงบางคนดูนิ่ง ๆ เรียบร้อย ไม่เคยทักไปหยอดทักไปจีบใครก่อนเลย แต่ออร่าเสน่ห์รอบตัวเธอกลับรุนแรงมาก จนผู้ชายที่เคยได้คุยแค่แป๊บเดียวกลับเอาไปเพ้อ เอาไปคิดถึงวนเวียนในหัวเหมือนโดนป้ายยา? 🥺❤️ บอกเลยค่ะว่าพวกเธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์ แต่เธอเข้าใจ "บั๊กและกลไกลับของสมองผู้ชาย"
PureNe

PureNe

ถูกใจ 513 ครั้ง

ภาพหน้าปกหัวข้อ 'จิตวิทยา สังเกตคน จากการพูด' แสดงบนพื้นหลังสถานีรถไฟฟ้า พร้อมอินเทอร์เฟซกล้องถ่ายรูปและโลโก้ Lemon8
ภาพแสดง 5 ข้อแรกของจิตวิทยาการสังเกตคนจากการพูด เช่น เสียงสูง/เร็วบ่งบอกความตื่นเต้น และเสียงทุ้ม/ชัดถ้อยชัดคำบ่งบอกความมั่นใจ
ภาพแสดงข้อสังเกตที่ 6-10 เกี่ยวกับการใช้คำซ้ำๆ คำเชิงบวก/ลบ และการพูดตรงไปตรงมา เพื่อวิเคราะห์บุคลิกภาพของผู้พูด
จิตวิทยาสังเกตคนจากการพูด.🗣👄👀
ใครคิดว่าจริงหรือไม่จริงยังไง มีข้อคิดเห็นยังไงบ้างมาแชร์กันได้นะคะ #จิตวิทยา #จิตวิทยาอ่านใจคน #พฤติกรรม #บุคลิกภาพ #fypシ
MSN

MSN

ถูกใจ 706 ครั้ง

กลโกงจิตวิทยา คุมเกม/อ่านคน! (ฉบับสาวๆ)
5 วิธีอ่านใจคน และควบคุมสถานการณ์ได้ โดยที่เขาไม่รู้ตัว คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนถึงดูเหมือนมี "พลังพิเศษ" ในการเข้าสังคม? พวกเขาดูคนออก บอกคนเชื่อ และแก้ไขสถานการณ์อึดอัดได้อย่างง่ายดาย จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็น "จิตวิทยามนุษย์" พื้นฐานที่คุณเองก็ทำได้ และนี
IMYOURS23

IMYOURS23

ถูกใจ 107 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงหัวข้อหลัก “วิธีใช้จิตวิทยา รักษาอาการ อกหัก” โดยมีคำว่า “อกหัก” เน้นด้วยสีชมพู พร้อมชื่อผู้เขียน JiiB นักจิตวิทยา/นักจิตบำบัด และ GoodMind บ้านนักจิตวิทยา
ภาพแสดงหัวข้อ “ยอมรับ ความรู้สึก” พร้อมคำอธิบายว่าการอกหักทำให้สมองเจ็บปวดคล้ายถอนสารเสพติด การยอมรับความเสียใจคือขั้นตอนแรกของการเยียวยา โดย JiiB นักจิตวิทยา/นักจิตบำบัด
ภาพแสดงหัวข้อ “ปรับกรอบ ความคิด” พร้อมคำอธิบายว่าความสัมพันธ์ที่จบลงไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีคุณค่า ควรเปลี่ยนความคิดเป็น “ความสัมพันธ์นี้ไม่เหมาะกับเราในระยะยาว” เพื่อลดความเจ็บปวด โดย JiiB นักจิตวิทยา/นักจิตบำบัด
วิธีใช้จิตวิทยา รักษาอาหารอกหัก
อกหักไม่ใช่แค่เรื่องของความรัก แต่เป็นเรื่องของ "ความริดและความทรงจำ" ด้วยหลายครั้งที่เรายังเจ็บอยู่ ไม่ใช่เพราะเรายังรักเขามากแต่ เพราะสมองยังถูกกระตุ้นจากสิ่งเดิม ๆ เช่น รูป เพลง หรือโซเชียลของเขา การลดสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ชั่วคราว จึงเป็นวิธีที่นักจิตวิทยาใช้ช่วยให้ สมองค่อย ๆ
Goodmind PSY. Space

Goodmind PSY. Space

ถูกใจ 19 ครั้ง

10 วิธีแก้นิสัยเสียและเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ (จิตวิทยาพัฒนาตนเอง)
1 กฎแห่งการเริ่มต้น 5 วินาที: เมื่อสมองสั่งให้เริ่มทำสิ่งดีๆ จงนับถอยหลัง 5-4-3-2-1 แล้วลุกขึ้นทำทันที ก่อนที่ความขี้เกียจจะสร้างข้ออ้างขึ้นมาขัดขวาง 2 การซ่อนสิ่งเร้า: หากคุณต้องการเลิกนิสัยติดโซเชียลมีเดีย อย่าใช้แค่แรงผลักดันของใจ จงเอาโทรศัพท์ไปไว้อีกห้องหนึ่ง เพราะการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้ผล
Sirius 199x

Sirius 199x

ถูกใจ 16 ครั้ง

ภาพมือถือหนังสือ "YES! 60 Secrets from the Science of Persuasion" สีเขียวขาว พร้อมข้อความ "5 เทคนิคโน้มน้าวคนด้วยจิตวิทยาแบบง่าย" และ "คนรู้จิตวิทยา ไม่ต้องพูดเยอะ" สรุปเนื้อหาจากหนังสือที่ช่วยให้คนตอบตกลงโดยไม่รู้ตัว
ภาพหน้าหนังสือที่เปิดอยู่ แสดงหัวข้อ "การโน้มน้าวใจคือวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ศิลปะ" แล�ะ "เคล็ดลับที่ 1: แค่มีคำว่าเพราะว่า..." อธิบายว่าการขอความช่วยเหลือจะสำเร็จมากขึ้นแม้เหตุผลจะดูตื้นๆ
ภาพหน้าหนังสือที่เปิดอยู่ แสดง "เคล็ดลับที่ 2: ขอสิ่งที่ 'เล็กมากๆ' ก่อน" อธิบายหลัก Commitment and Consistency ว่าการตกลงเรื่องเล็กๆ นำไปสู่การตกลงเรื่องใหญ่กว่าได้ พร้อมหัวข้อ "เมื่อไหร่ที่ของฟรีจะกลายเป็นของไม่ดี"
เทคนิคโน้มน้าวใจคนด้วยจิตวิทยาแบบง่าย
⚡ สรุปสั้น ๆ: YES! คนรู้จิตวิทยา ไม่ต้องพูดเยอะ "YES! 60 Secrets from the Science of Persuasion" เขียนโดย Goldstein, Martin, และ Cialdini คือคู่มือปฏิบัติการด้านจิตวิทยาการโน้มน้าวใจที่สกัดจากงานวิจัย 🔑 แก่นของหนังสือ * พูดน้อยแต่ได้ผลมาก: เน้นการใช้ "การปรับเปลี่ยนเล็กน้อย" ใ
Maruku.blog

Maruku.blog

ถูกใจ 53 ครั้ง

ภาพอินโฟกราฟิกสรุป 10 จิตวิทยาล้วงใจคนจากหนังสือ 'อาวุธของผู้นำใต้เสียงเงียบในที่ทำงาน' โดยมีหัวข้อเช่น คำชมมีค่าดั่งเงินทอง, ความอิจฉาบ่อนทำลายทีม, ทฤษฎีเม่น, และความเชื่อใจพังทลายได้ในพริบตา พร้อมภาพประกอบแต่ละข้อ
📌 10 จิตวิทยาล้วงใจคน คุมคนให้อยู่หมัด
จากหนังสือ อาวุธของผู้นำใต้เสียงเงียบในที่ทำงาน 1. คำชมมีค่าดั่งเงินทอง งานวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์ (fMRI) เผยว่า เมื่อเราได้รับคำชม สมองส่วน Striatum จะทำงานแบบเดียวกับตอนที่เราได้รับเงินเป๊ะๆ การใช้จิตวิทยาเรื่องนี้จึงเป็นอาวุธที่ช่วยขับเคลื่อนคนได้ 2. "ความอิจฉา" คือบ่อนทำลายทีม
ความสำเร็จ

ความสำเร็จ

ถูกใจ 18 ครั้ง

15 จิตวิทยาที่ “ผู้หญิงฉลาด” ใช้ ให้ผู้ชายลดอีโก้
✨15 จิตวิทยาที่ “ผู้หญิงฉลาด” ใช้ ให้ผู้ชายลดอีโก้ – และผู้หญิงพลังนางพญาใช้ Ruby Lady Herb✨ เพราะผู้หญิงที่รักษาพลังตัวเอง = ผู้หญิงที่ใครก็หลง ❤️‍🔥 --- 1️⃣ กฎแห่งความเงียบที่สะเทือนใจ ❌ ง้อทุกครั้งที่เขาเมิน ✅ เงียบแบบมีคลาส แล้วไปอัปเกรดตัวเอง ✨ ระหว่างเงียบ — เติมพลังเลือดดี ผิวดี
Pimpatmiracle

Pimpatmiracle

ถูกใจ 254 ครั้ง

🧠 6 จิตวิทยาในการควบคุมคน (แบบแนบเนียน)
(💬 อยากเป็นคนที่มีอิทธิพล คุมเกม คุมสถานการณ์ ไม่ใช่แค่พูดเก่ง — แต่ต้องเข้าใจจิตวิทยา) คนที่ควบคุมคนอื่นได้เก่งที่สุด… คือคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ก่อน (The person who is best at controlling others... is the one who first controls his own emotions.) 📌 กดเซฟไว้ (เพราะจิตวิทยาเหล่
เปลี่ยนฉันใน1%

เปลี่ยนฉันใน1%

ถูกใจ 52 ครั้ง

จิตวิทยาการเงินอย่างง่าย✨
จิตวิทยาการเงิน คืออะไร? Behavioral Economics และจิตวิทยาการเงิน คือการศึกษาว่า “อารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม” ส่งผลต่อการใช้เงิน เก็บเงิน และลงทุนยังไง หลายครั้งคนไม่ได้ใช้เงินด้วยเหตุผลล้วนๆ แต่ใช้ด้วย: * ความรู้สึก * ความกลัว * ความอยาก * การเปรียบเทียบกับคนอื่น #จิตวิทยาการเงิน #จ
snowice12th❄️

snowice12th❄️

ถูกใจ 228 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงชื่อเรื่อง "แจก 7 เทคนิคจากนักจิตวิทยาญี่ปุ่น" พร้อมคำสำคัญ Halo Effect, Mirroring, ลักษณะภายนอก, การพูดคุย, ตั้งเป้าหมาย บนพื้นหลังแกลเลอรีศิลปะ
ภาพอธิบายเทคนิค Halo Effect คือการรับรู้ที่ถูกดึงดูดด้วยจุดเด่นบางอย่าง ทำให้การประเมินเปลี่ยนไป เช่น พนักงานแต่งตัวดีดูเก่ง โดยมีฉากหลังเป็นวิวเมืองและต้นไม้
ภาพอธิบายเทคนิค Mirroring คือการเลียนแบบท่าทาง สีหน้า หรือการสื่อสารเพื่อสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ โดยมีฉากหลังเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่
💗แจก 7 เทคนิคจากนักจิตวิทยาญี่ปุ่นที่ช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น!🇯🇵🫶🏻
สวัสดีค่า! วันนี้เราจะมาแจก 7 เทคนิคจากนักจิตวิทยาญี่ปุ่นที่เค้าบอกว่าทำแล้วจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งการทำงานและในชีวิตประจำวันเลยด้วยค่ะ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย~✨ 🍑 เทคนิค Halo Effect “ปรากฏการณ์การรับรู้ของเราที่โดนดึงไปโดยจุดเด่นบางอย่างของคนๆนึงทำให้การประเมินทั้งหมดเปล
Narumi.style♡

Narumi.style♡

ถูกใจ 142 ครั้ง

10 จิตวิทยา ที่ผู้ชายแพ้ทาง
10 จิตวิทยา ที่ผู้ชาย “แพ้ทาง” (ฉบับผู้หญิงวัย 40+ ที่ผ่านอะไรมาเยอะแล้ว) 1. ความนิ่ง ไม่รีบวิ่งหา ยิ่งเราไม่ตาม เขายิ่งอยากเข้ามาเอง 2. มีชีวิตของตัวเองชัดเจน ผู้ชายส่วนใหญ่แพ้ทางผู้หญิงที่ “ไม่ว่างตลอดเวลา” 3. ชื่นชมแบบพอดี ไม่อวยเกิน คำชมเล็กๆ แต่จริงใจ มีผลกว่าการยกยอทั้งวัน 4.
คุณเมเม่

คุณเมเม่

ถูกใจ 1210 ครั้ง

20 วิธีทางจิตวิทยาที่จะช่วยเยียวยาและพาคุณก้าวผ่านจุดที่มืดมนที่สุดไปได้อย่างมั่นคง
1. ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของคุณ เหยื่อความรุนแรงมักติดลูปโทษตัวเอง (Self-blame) จำไว้ว่าพฤติกรรมทำร้ายคนอื่นเป็นปัญหาของผู้กระทำ 100% ไม่ว่าคุณจะทำอะไรหรือเป็นแบบไหน คุณก็ไม่ควรถูกทำร้าย 2. ยอมรับและอนุญาตให้ตัวเองรู้สึก อย่ากดทับความโกรธ ความเสียใจ หรือความกลัว การร้องไห้หรือ
Mamuinobie

Mamuinobie

ถูกใจ 34 ครั้ง

6 เทคนิคในการปรับตัว ฉบับจิตวิทยา 🙌🏻
6 เทคนิคในการปรับตัว ฉบับจิตวิทยา จะมีเทคนิคอะไรเป็นประโยชน์บ้างไปดูกันเลยค่าา . 🦖 ปรับกรอบความคิด มองสถานการณ์ในมุมใหม่ เช่น มองปัญหาให้เป็นบทเรียนในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น 🦖 เรียนรู้จากความผิดพลาด มองความผิดพลาดให้เป็นบทเรียน ไม่ใช่การตัดสินคุณค่าในตัวเองหรือการโทษตัวเอง 🦖 จัดการอ
alinda

alinda

ถูกใจ 34 ครั้ง

4 จิตวิทยาที่ทำให้คน “ดูแพง” แม้ไม่แต่งหน้า 💫
ความแพงไม่ใช่ราคาเครื่องสำอาง แต่เป็นพลังที่ส่งออกจากตัวเราแบบเงียบ ๆ และคนรอบตัว “รู้สึกได้” 1. เดินช้า ไม่รีบ ไม่ลน คนที่มีคุณค่าในชีวิตไม่วิ่งไล่ทุกอย่าง ท่าทางช้าแบบมีจังหวะ = คนอื่นต้องตามเรา จิตวิทยานี้ชื่อว่า Status Confidence คนที่มั่นใจในสถานะตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรีบ 2. สายตานิ่
kkuxnsa 💗

kkuxnsa 💗

ถูกใจ 2338 ครั้ง

5 จิตวิทยาการตลาด รู้แล้วขายดีขึ้น!
บางทีเข้าใจ ‘จิตวิทยาเล็ก ๆ’ ของลูกค้า ก็ทำให้ยอดขายเพิ่มได้จริง 🧠✨ วันนี้เอมมี่รวมมาให้แล้วกับ 5 จิตวิทยาการตลาด ที่เจ้าของธุรกิจเอาไปใช้ได้ทันที 💡 ใครชอบข้อไหนที่สุด? หรือเคยลองใช้ข้อไหนแล้วได้ผลดี? คอมเมนต์เล่าให้ฟังหน่อยค่า 💬 __________ #ครูเอมมี่สอนการตลาดภาษาคน #จิตวิทยาการขาย
Kru Aimmie 🩷

Kru Aimmie 🩷

ถูกใจ 24 ครั้ง

🍋 จิตวิทยา “Lemon Meringue Theory” 
ที่ทำให้คุณแตกต่าง
(💬 อะไรทำให้บางคน “น่าหลงใหล” โดยไม่ต้องพยายาม?) เพราะเขาไม่ได้พยายามให้คนรัก… แต่พยายาม “รักษาคุณค่าของตัวเอง” 📌เซฟโพสต์ไว้ → เพื่อเตือนตัวเองว่า “ไม่ต้องลดตัวเพื่อให้ใครรัก” 📲แชร์ต่อ → ให้คนที่กำลังหลงทางในความสัมพันธ์ได้เห็น 🔗กดติดตาม → เพื่อเข้าใจตัวเองลึกขึ้นทุกวัน #จิตวิทยาความร
เปลี่ยนฉันใน1%

เปลี่ยนฉันใน1%

ถูกใจ 10 ครั้ง

7 นิสัยทางจิตวิทยา ของคนที่ถูกเอาเปรียบได้ง่าย 😔
บ่อยครั้ง…เราไม่ได้ช่วยคนอื่น เพราะอยากช่วยจริงๆ แต่เราช่วย เพราะ “ทนไม่ได้” ถ้าถูกมองว่าไม่ช่วย เราเลยเลือกยอม เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง การเป็นคนช่วยเหลือ ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็น “คนดี” รู้สึกว่าเราโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ความจริงที่เจ็บปวดกว่านั้นคือ… การถูกเอาเปรียบ มักไม
InkSpire

InkSpire

ถูกใจ 3 ครั้ง

8 จิตวิทยา ชนะคนขี้อิจฉา แบบมีคลาส‼️
เคยมั้ย⁉️ โดนคนที่ยิ้มให้ต่อหน้า แต่นินทาลับหลัง ‼️ บางครั้งเป็นคนใกล้ตัว ทำฟีลแบบเพื่อนเลิฟ น้องรัก สุดท้ายถึงเข้าใจ… ไม่ใช่เราแย่ แต่เขาอึดอัดที่เห็นเราไปได้ดี และนี่คือ.. 8 จิตวิทยา ที่จะช่วยให้คุณรับมือได้อย่างเหนือชั้น 1. นิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของคนขี้
glow diary

glow diary

ถูกใจ 91 ครั้ง

ภาพประกอบบทความ “จิตวิทยาคนฉลาดที่หลงผิด” แสดงสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์สีเขียวซีด มีดวงตาโตและน้ำลายสีน้ำเงินไหลออกจากปาก สื่อถึงแนวคิดว่าคนฉลาดก็อาจคิดผิดได้ แม้จะมีความรู้ก็ตาม
🧠 จิตวิทยาคนฉลาดที่หลงผิด
สรุป 7 ความคิดหลอกตัวเองที่ทำให้ “คนฉลาดกลายเป็นคนโง่” 1. คิดว่าตัวเองรู้มากกว่าคนอื่น → ความมั่นใจเกินเหตุทำให้ปิดรับความจริงใหม่ ๆ คนฉลาดจริงจะตั้งคำถาม แม้กับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ 2. ใช้เหตุผลเพื่อปกป้องอารมณ์ → แทนที่จะใช้เหตุผลเพื่อหาความจริง กลับใช้เหตุผลเพื่อ “แก้ต่างให้ความรู้สึก” ของต
besttapee

besttapee

ถูกใจ 228 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม