ฝุ่นตลบ “เพื่อใคร”
อำเภอจัตุรัส #นักการมึน #นายกรัฐมนตรี
🚗เวลาที่รถวิ่งบนถนนลูกรัง เรามักจะเห็นฝุ่นคลุ้งตลบจนคนขี่มอเตอร์ไซค์ด้านหลังไอแทบขาดใจ ภาพนั้นคล้ายกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวงการการเมืองไทยตอนนี้—เมื่อเหล่า “นักการมึน” วิ่งกันอลหม่าน เสียงดังเอะอะเหมือนกองทัพควายแตกคอก
🏃ใครวิ่งไปซบพรรคนี้ ใครโผไปกอดพรรคนั้น ใครย้ายข้างเร็วกว่าเพื่อน—บางคนเพิ่งด่ากันน้ำลายยังไม่แห้ง วันนี้กลับนั่งยิ้มถ่ายรูปคู่กันเหมือนญาติมิตรที่พลัดพรากมาแสนนาน แถมบางรายยังทำท่าเหมือน “เสียสละเพื่อบ้านเมือง” ทั้งที่จริง ๆ แล้ววิ่งฝุ่นตลบเพื่อหาเก้าอี้ให้อุ่นก้นเท่านั้น
แล้วคำถามสำคัญคือ—ฝุ่นตลบครั้งนี้ “เพื่อใคร” กันแน่?
👩🏻✈️นักการมึน ตอบพร้อมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า “เพื่อประชาชนสิครับ!”
แต่ขอโทษทีเถอะ… ประชาชนเขามีสมอง ไม่ใช่ฝุ่นที่จะปลิวไปตามลมคำพูด
เพราะถ้ามันเพื่อประชาชนจริง ๆ ทำไมตอนประชาชนวิ่งฝุ่นตลบในคิวโรงพยาบาล ไม่มีใครจาก “สภามึน” ลงมาช่วยเขย่าฝุ่นบ้าง? ทำไมเวลาคนรอเงินเยียวยา บางคนแทบหมดลมหายใจ ยังไม่มีใครวิ่งเร ็วขนาดนี้?
ที่เราเห็นกลับเป็น…
• 🐍งูเห่ามึน ๆ ที่พร้อมเลื้อยข้ามรั้วกัดเจ้าของเดิมทันทีที่เห็นเศษอาหารใหม่
• 🤫ส.ส.มึน ๆ ที่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่พอผลประโยชน์ไม่ถูกใจก็พร้อมเปลี่ยนเสื้อ
• 😄ผู้แทนมึน ๆ ที่ยกมือบอก “บ้านเมืองต้องมาก่อน” แต่เบื้องหลังคือการนับจำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีมากกว่า
การเมืองไทยเลยกลายเป็นสนามมวยปล้ำขนาดใหญ่ แต่ไม่มีกรรมการกลาง มีแต่นักการมึนที่ผลัดกันปีนเชือกกระโดดใส่กันเอง—และทุกครั้งที่กระแทกลงมา ฝุ่นก็จะตลบจนคนดูมองไม่เห็นความจริง
คำว่า “เพื่อประชาชน” จึงเป็นเพียงน้ำหอมราคาถูกที่ฉีดทับกลิ่นคาวการต่อรองอำนาจ มันอาจหอมฉุนนิด ๆ ในทีแรก แต่พอเวลาผ่านไปกลิ่นอับของผลประโยชน์ก็ลอยฟุ้งออกมาให้ประชาชนสำลักอยู่ดี
ใน ฐานะปร ะชาชนคนหนึ่ง ผมบอกได้อย่างเดียวว่า—ฝุ่นตลบที่เราเห็น ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อประชาชนหรอกครับ แต่เพื่อ “ตัวนักการมึน” เองทั้งนั้น
ประชาชนเลยกลายเป็นเพียง “ป้ายหาเสียง” ที่ถูกหยิบมาอ้างเวลาต้องย้ายพรรคหรือจับมือกับศัตรูเก่า เพราะถ้าไม่มีคำว่าประชาชนมาปิดทอง คนก็คงรู้ความจริงเร็วเกินไปว่าแท้จริงแล้ว การวิ่งฝุ่นตลบครั้งนี้…
เพื่อ “เมิง” เองทั้งนั้นแหละ!
เหล่า “นักการมึน” ทั้งหลาย
__________________
สุภาพบุรุษที่ราบสูง
30/8/2568
1 วัน หลังนายกพ้นจากตำแหน่ง






















