ในสมัยพุทธกาล วันหนึ่ง พระเมฆิยะเข้าไปบิณฑบาตที่หมู่บ้านชันตุคาม เมื่อฉันเสร็จแล้วท่านเดินพักผ่อนอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำกิมิกาฬา ได้เห็นสวนอัมพวันหรือสวนมะม่วงอันรื่นรมย์ คิดว่า สวนอัมพวันนี้ช่างน่ารื่นรมย์ควรสำหรับการปฏิบัติธรรม ท่านจึงไปขออนุญาตพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเข้าไปเจริญภาวนาที่นั่น
เมื่อพระพุทธองค์อนุญาตแล้วก็เข้าไปยังสวนอัมพวัน นั่งพักกลางวันอยู่ ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง และ ได้ตั้งใจนั่งสมาธิเจริญภาวนา แต่ท่านมีจิตฟุ้งซ่านเรื่องกามราคะเรื่องพยาบาทคือความคิดร้ายและวิหิงสาคือความคิดเบียดเบียน
ด้วยเหตุนี้พระเมฆิยะจึงออกจากสวนอัมพวันเข้าไปกราบทูลให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำวิธีการแก้ไข ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ ตรัสว่า ธรรม 5 ประการ ที่จะทำให้การเจริญภาวนาก้าวหน้า คือ
1. เป็นผู้มีมิตรดี มีสหายดีมีเพื่อนดี
2. เป็นผู้มีศีล สำรวมระวังในศีล มีปกติเห็นภัยในความผิดแม้เล็กน้อย
3. ได้ฟังธรรมเพื่อขัดเกลากิเลสอยู่เนื่อง ๆ ได้แก่ เรื่องความมักน้อย สันโดษ การปลีกวิเวก การไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ และการมีความเพียรในการปฏิบัติธรรม
4. มีความเพียร บากบั่น มั่นคง ในการละอกุศล เพื่อสร้างกุศล
5. เป็นผู้มีปัญญาพิจารณาคว ามเกิดและความดับของสังขารและกิเลส
นอกจากนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังตรัสธรรม 4 ประการเพื่อแก้ความฟุ้งซ่านเรื่องกามราคะเรื่องพยาบาท และวิหิงสาคือเจริญอสุภะเพื่อละราคะ เจริญเมตตาเพื่อละความพยาบาทและวิหิงสา
จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไตรัสคาถาว่า "ผันทะนัง จะปะลัง จิตตัง ทุรักขัง ทุนนิวาระยัง อุชุง กะโรติ เมธาวี อุสุกาโรวะ เตชะนัง วาริโชวะ ถะเล ขิตโต โอกะโมกะตะอุพภะโต ปะริผันทะติทัง จิตตัง มาระเธยยัง ปะหาตะเว ฯ แปลว่า ผู้มีปัญญาย่อมทำจิตที่ดิ้นรน กลับกลอก รักษาได้ยาก ห้ามได้ยาก ให้ตรง ดุจช่างศรดัดลูกศรให้ตรงฉะนั้น จิตนี้อันผู้มีความเพียรยกขึ้นจากอาลัยคือกามคุณ 5 แล้วซัดไปในวิปัสสนากัมมัฏฐานเพื่อละบ่วงมาร ย่อมดิ้นรน ดุจปลาอันพรานเบ็ดยกขึ้นจากน้ำ แล้วโยนไปบนบก ดิ้นรนอยู่ฉะนั้น"
ในระหว่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอยู่นั้น พระเมฆิยะได้ตั้งใจฟัง ทำให้จิตของท่านสงบ หยุดนิ่งไปตามลำดับ เมื่อจบพระธรรมเทศนาท่านก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
ข้อคิด และแหล่งอ้างอิง
1. เมื่อเกิดปัญหาใดๆก็ตามเกิดขึ้นและได้พยายามแก้ไขแล้วแต่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยตนเอง ก็อย่าฝืน ให้ไปสอบถามผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ไปหาครูบาอาจารย์ แล้วท่านจะช่วยแนะนำทางออกให้แก่เราได้ หากฝืนก็จะเสียเวลาเปล่า และถ้าปล่อยปัญหาไว้นานก็จะแก้ยาก
2. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 37 หน้า 705 - 709, เล่ม 40 หน้า 389 - 393







