เทรล บทที่ 3 : เสียงนกหวีดก่อนรุ่งสาง
บทที่ 3 : เสียงนกหวีดก่อนรุ่งสาง
เวลา 03:41 น.
อุณหภูมิ 23 องศาเซลเซียส
ลมจากภูเขาพัดลงมาช้าๆ
ความชื้นเกาะอยู่บนผิวหนังเหมือนผ้าบางๆ ที่มองไม่เห็น
ลานปล่อยตัวตั้งอยู่หน้าโรงเรียนประถมเล็กๆ กลางหุบเขา
อาคารเรียนสองชั้นสีฟ้าอ่อนดูหม่นภายใต้แสงไฟสปอตไลต์
ผนังบางจุดมีรอยตะไคร่เกาะ
สนามฟุตบอลด้านหน้าเปียกน้ำค้างจนสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย
พื้นสนามทั้งสองฝั่งประตู
ที่ไม่มีตาข่าย เพราะไร้งบประมาณ
ไม่หลงเหลือหญ้าปกคลุม
มันลึกลงไป จวนจะเป็นปลักควาย
อยู่รอมร่อ
มันถูกเด็กๆใช้งานหนัก
เพราะเป็นกีฬาเพียงอย่างเดียวที่พวกเขา
ได้ออกกำลังกาย อย่างสนุกสนาน
เต็นท์จัดงานหลายสิบหลังตั้งเรียงกัน
ผ้าใบสีขาวสลับสีเขียวโยกไหวตามแรงลม
เสียงเจ้าหน้าที่ประกาศผ่านลำโพงดังเป็นระยะ
เสียงหัวเราะ
เสียงรองเท้ากระทบดิน
เสียงซิปกระเป๋า
เสียงขวดน้ำพลาสติกถูกบีบ
ผสมกันเป็นบรรยากาศแปลกๆ
เหมือนค่ายทหาร
เหมือนงานเทศกาล
และเหมือนสนามรบในเวลาเดียวกัน
กลิ่นกาแฟโชยทั่วไปหมด
ใครคนหนึ่งวิ่งไปห้องน้ำ
พรานบ่าวยืนอยู่ข้างรถกระบะเช่า
เสื้อวิ่งแขนสั้นสีดำ
กางเกงขาสั้นสีเทาเข้ม
เป้วิ่งสีเขียวมะกอก
BIB เบอร์วิ่ง 127 ติดอยู่กลางหน้าอก
รองเท้าคู่ใหม่ยังสะอาดเกินไป
จนดูไม่เข้ากับเจ้าของ
เขาก้มมองนักวิ่งรอบตัว
คนหนึ่งกำลังทาครีมกันเสียดสี
อีกคนกำลังยืดกล้ามเนื้อ
บางคนจิบกาแฟ
บางคนกำลังถ่ายรูปลงโซเชียล
ทุกคนดูตื่นเต้น
คนหนึ่งแอบตด แต่เจ้ากรรม
เสียงดันเล็ดลอดออกมา
เพื่อนในกลุ่ม ไล่ให้ไปขี้
ยกเว้นพรานบ่าว
เขาดูเหมือนกำลังมาเดินสำรวจพื้นที่มากกว่า
บรรยากาศแบบนี้ เขายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน
มันก็น่าสนุกดี
"ครั้งแรกเหรอครับ"
เสียงหนึ่งดังขึ้น
พรานบ่าวหันไป
ชายร่างเล็กอายุประมาณหกสิบ
สวมหมวกแก๊ปสีแดง
มีหนวดสีขาวบางๆ
กำลังยิ้มให้
"ครับ"
"ดูออก"
"ดูยังไง"
ชายแก่หัวเราะ
"คุณยังสะอาดอยู่"
พรานบ่าวมองตัวเอง
ไม่เข้าใจ
ชายแก่ชี้ไปรอบๆ
"พวกที่วิ่งบ่อย รองเท้าจะมีคราบโคลนเก่า"
"เป้จะมีรอยถลอก"
"เสื้อจะซีด"
"แต่คุณเหมือนเพิ่งออกจากร้าน"
พรานบ่าวหัวเราะเบาๆ
นั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากฝูงชน
03:58 น.
ผู้เข้าแข่งขันเริ่มรวมตัวหน้าเส้นปล่อยตัว
แสงไฟจากไฟคาดหัวนับร้อยดวงส่องไปคนละทิศทาง
เหมือนฝูงหิ่งห้อยกำลังรวมตัว
อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหลายอย่าง
กลิ่นกาแฟดำ
กลิ่นยาหม่อง
กลิ่นสเปรย์ลดปวด
กลิ่นดินชื้น
และกลิ่นเหงื่อของคนที่ตื่นมาตั้งแต่ตีสอง
ผู้หญิงคนหนึ่งแอบกระซิบกับเพื่อน
"เฮ้ย! แก ชั้นลืมทาลูกกลิ้งเต่ามา"
"ไม่ทันแล้วแก จะปล่อยตัวแล้ว"
พรานบ่าวเดินเข้าไปในกลุ่มนักวิ่ง
สายตามองหาเป้าหมาย
ผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1
กฤษณ์ วัฒนชัย
เขาเห็นทันที
ชายคนนั้ นสูงเกือบ 185 เซนติเมตร
ไหล่กว้าง
ต้นแขนใหญ่
ยืนอยู่ข้างเต็นท์อาหาร
เสื้อกล้ามสีกรมท่า
กางเกงรัดกล้ามเนื้อสีดำ
เป้วิ่งขนาดเล็กแนบหลัง
ใบหน้าสงบนิ่ง
ไม่มีท่าทางตื่นเต้นแม้แต่น้อย
เหมือนคนกำลังจะเดินไปซื้อของหน้าปากซอย
ไม่ใช่คนที่กำลังจะวิ่ง 32 กิโลเมตรขึ้นเขา
พรานบ่าวสังเกตมือ
มีรอยด้าน
ข้อนิ้วหนา
เล็บสั้น
มือแบบคนใช้แรงงานจริง
ไม่ใช่มือของคนที่นั่งโต๊ะทำงาน
"จ้องผมทำไม"
เสียงทุ้มดังขึ้น
พรานบ่าวสะดุ้งเล็กน้อย
กฤษณ์หันมามองตรงๆ
ดวงตาคม
นิ่ง
ไม่มีรอยยิ้ม
ไม่มีความเป็นมิตร
แต่ก็ไม่มีความก้าวร้าว
เหมือนกำลังอ่านใจคนตรงหน้า
พรานบ่าวตอบทันที
"ดูว่าพี่ตัวใหญ่จริงไหม"
กฤษณ์เลิกคิ้ว
แล้วหัวเราะ
เสียงหัวเราะสั้นๆ
"แล้วผลเป็นไง"
"ใหญ่จริง"
"ขอบใจ"
บทสนทนาจบลงง่ายๆ
แต่ในหัวพรานบ่าว
เริ่มมีคำถามมากขึ้น
คนที่ซ่อนอะไรไว้
มักไม่ชอบให้คนจ้อง
แต่ชายคนนี้กลับไม่แสดงอาการอะไรเลย
04:00 น.
เสียงนกหวีดดังขึ้น
ฟี๊ดดดดดดดด!
เสียงหวูด เสียงแตร
บวกกับเสียงโดรนที่บินบนหัว
เพื่อบันทึกภาพมุมบน
นักวิ่งหลายร้อยคนเริ่มเคลื่อนตัว
เหมือนแม่น้ำมนุษย์กำลังไหลเข้าสู่ความมืด
ไฟคาดหัวนับร้อยดวงค่อยๆ เคลื่อนขึ้นสันเขา
เป็นสายแสงสีขาวยาวเหยียด
คดเคี้ยวไปตามแนวป่า
พรานบ่าววิ่งตามกลุ่มหน้า
ไม่เร็ว
ไม่ช้า
HR พุ่งไป140
สายตาจับอยู่ที่หลังของกฤษณ์
ตลอดเวลา
ห้ากิโลเมตรแรกผ่านไป
ทางเริ่มชัน
พื้นเปลี่ยนจากดินแข็งเป็นหินเปียก
สลับกับหินลอย
บนพื้นหินข้างเต็มไปด้วยมอสและเฟิร์น
เสียงหอบของนักวิ ่งเริ่มดังขึ้น
พรานบ่าวเติมเจลและเกลือเม็ด
ตามด้วยน้ำ
หลายคนเดิน
หลายคนหยุดพัก
บางคนอ๊วกแตก
แต่กฤษณ์ยังรักษาจังหวะเดิม
ก้าว
ก้าว
ก้าว
เหมือนเครื่องจักร
ไม่มีเร่ง
ไม่มีผ่อน
พรานบ่าวเริ่มเข้าใจ
ว่าทำไมคนคนนี้ถึงได้แชมป์หลายสนาม
กิโลเมตรที่ 11
ฟ้ายังไม่สว่าง
ป่ารอบตัวมืดสนิท
เหลือเพียงลำแสงจากไฟคาดหัว
ระหว่างที่กำลังปีนเนินหิน
พรานบ่าวสังเกตเห็นบางอย่าง
กฤษณ์หยุด
เพียงสองวินาที
แล้วหันไปมองแนวป่าทึบทางซ้าย
ไม่ใช่มองทางวิ่ง
แต่มองลึกเข้าไปในความมืด
เหมือนกำลังเช็กตำแหน่งอะไรบางอย่าง
จากนั้นจึงวิ่งต่อ
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พรานบ่าวหรี่ตา
หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
เพราะตลอดสิบเอ็ดกิโลเมตรที่ผ่านมา
นี่เป็นครั้งแรก
ที่ผู้ต้องสงสัยทำอะไรนอก เหนือจากการวิ่ง
และสิ่งที่เขามอง
อยู่ในทิศเดียวกับพื้นที่ป่าที่เกิดเหตุขโมยเอกสารลับ...
ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้
เสียงใบไม้เสียดสีกันดังซ่า...
ซ่า...
ซ่า...
ราวกับป่ากำลังกระซิบอะไรบางอย่าง
แต่ยังไม่มีใครได้ยินชัดพอ
จบบทที่ 3 🌑🏃♂️🌲























