ชีวิตเบาลง แค่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ | The Let Them Theory 🥰

The Let Them Theory ปล่อยเขาไป ให้ชีวิตเราเบาลง

ชีวิตโคตรบรรลุ เหมือนตรัสรู้ เลยหลังได้อ่านเล่มนี้จบ

สรุปสิ่งที่ผมเข้าใจเอามาฝาก ยาวหน่อย อ่านจบก็คงฮับใจกันได้บ้าง

“The Let Them Theory ปล่อยเขาไป ให้ชีวิตเราเบาลง”

ตอนแรกผมก็คิดว่าตัวเองเข้าใจเรื่อง “การปล่อยวาง” อยู่ระดับหนึ่งแล้วนะครับ

แต่พอได้อ่านเล่มนี้… เหมือนตกผลึก เหมือนบรรลุขั้นสุดในเรื่องของ ชีวิตกับความสัมพันธ์

มันไม่ใช่แค่หนังสือแนว self-help ธรรมดา แต่มันเหมือน คู่มือการวางใจ ที่สอนให้เรายอมรับว่า… เราไม่ต้องพยายามควบคุมทุกอย่างหรอก ปล่อยเขาไปเถอะ

อารมณ์ว่า Let them

ใครจะเข้ามา ก็ให้เขาเข้ามา

ใครจะออกไป ก็ให้เขาออกไป

ใครไม่เข้าใจเรา ก็ช่างเขา

ใครไม่เห็นค่าเรา ก็ไม่เป็นไร

คือพออ่านจบ มันเหมือน ใจเราถูกปลดโซ่

ไม่ต้องอธิบายตัวเองให้ใครฟัง

ไม่ต้องคอยตามแก้ไขสิ่งที่คนอื่นคิด

ไม่ต้องฝืนอยู่ในที่ที่ไม่สบายใจ

ชีวิตมันเบาขึ้นแบบแทบจะรู้สึกได้

เพราะเราเริ่มเข้าใจว่า… ความสงบไม่ได้มาจากการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในที่ของมัน

แต่มาจาก การยอมให้ทุกอย่างเป็นไปในที่ของมัน

สุดท้ายเราไม่ได้สูญเสียอะไรเลย

เราแค่ได้ตัวเองกลับคืนมา ❤️

ตัวอย่างแนวคิดที่ผมเอามาฝาก

1. ปล่อยให้เขา (Let Them)

เรายอมรับว่าเราไม่อาจควบคุมความคิดเห็น หรือการกระทำของคนอื่นได้ ถ้าเราใส่ใจเรื่องเหล่านั้นมากเกินไป เราจะเหนื่อย เปราะบาง และมีทุกข์ รู้สึก ทางกลับกันถ้าเราได้เรียนรู้และเข้าใจเรา ไม่ต้องแบก ความคาดหวังของคนอื่นอีกต่อไป

2. ให้ฉัน (Let Me)

หลังจากที่เราปล่อยให้คนอื่นอยู่กับตัวเขาแล้ว ให้เราเอาพลังกลับมา Focus กับสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ เพราะการเลือกคิด ทำ ตอบสนองของเราเอง เมื่อเราคิดได้ จะได้รู้สึกว่า พลังอยู่ในมือเรา ไม่ใช่ถูกดึงไปตามอิทธิพลภายนอก

3. ลดการเปรียบเทียบ และ ลดความอยากให้ใครมาเห็นค่าของเรา เพราะเราจะเข้าใจในวันหนึ่งว่า จริงๆแล้วไม่ได้มีใครสนใจเราหรอก ทุกคน สนใจแต่ตัวเอง เรื่องของตัวเอง

หนังสือเตือนให้เราเลิกใช้ชีวิตตาม approval ของคนอื่น เลิกอยากให้ใครมารับรองเรา ยอมรับตัวเองให้มั่นคงภายใน

เมื่อเราคิดได้ จะเหมือนปลด โซ่ ที่รัดใจเราไว้ เราไม่ต้องทำเพื่อใคร แต่เพื่อตัวเราเอง

4. ความสัมพันธ์ที่แท้ และภูมิคุ้มกันทางใจ

เมื่อเราไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ของใครมากเกินไป ความสัมพันธ์จะเกิดบนพื้นฐานของการยอมรับ ไม่ใช่การบังคับ และเมื่อคนออกไป เราไม่ถูกทำลายมากเกินไป

และเราจะได้เรียนรู้ว่า ใครจะเข้ามา ย่อมมีเหตุผลของเขา ใครจะออกไป ก็เป็นส่วนที่เราไม่ต้องแบก

ลองหาอ่านดูนะครับ

#ปล่อยวาง #ติดเทรน

#ปล่อยเขาไปให้ชีวิตเราเบาลง #รีวิวหนังสือ

2025/10/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “let them” แล้วอาจสงสัยว่ามันแปลว่าอะไร ใช้ยังไงในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่คำเท่ๆ ในโซเชียล สำหรับผมหลังอ่าน The Let Them Theory ของ Mel Robbins แล้ว สิ่งที่ได้ไม่ใช่ให้เรา “ใจเย็นแบบทนๆ” แต่เป็นการวางขอบเขตทางใจให้ชัดขึ้น ว่าอะไรคือเรื่องของเขา และอะไรคือเรื่องของเรา ผมลองสรุปเป็น “คู่มือใช้จริง” แบบที่เอาไปทำพรุ่งนี้ได้เลย: 1) Let Them ในสถานการณ์ที่ชอบติดค้างในหัว - คนไม่ตอบแชท: Let them… เขาอาจยุ่ง/ไม่พร้อม/ไม่อยากคุยตอนนี้ เราไม่ต้องตีความว่าตัวเองไม่ดี - คนเมิน/ไม่อินกับเรา: Let them… ความรู้สึกเขาเป็นของเขา เราไม่จำเป็นต้องดิ้นเพื่อให้เขาเลือก - คนวิจารณ์/เข้าใจผิด: Let them… บางทีเราพิสูจน์เท่าไหร่ก็ไม่ชนะ “ภาพในหัว” ของเขาอยู่ดี ท่อนนี้สำคัญมาก: Let them ไม่ได้แปลว่า “ยอม” หรือ “แพ้” แต่มันคือการเลิกพยายามควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เพื่อคืนพลังให้ตัวเอง 2) Let Me คือขั้นต่อจากการปล่อย พอเราพูดในใจว่า Let them แล้ว ให้ต่อด้วย Let me เสมอ เช่น - Let them คิดอะไรก็ได้… Let me เลือกตอบสนองแบบที่ฉันภูมิใจ - Let them ออกไป… Let me กลับมาดูแลใจตัวเองและตั้งมาตรฐานความสัมพันธ์ - Let them ไม่เห็นค่า… Let me เห็นค่าตัวเองก่อน 3) ประโยคสั้นๆ ที่ผมใช้จริงเวลาหวั่นไหว - “นี่เรื่องของเขา ไม่ใช่การบ้านของเรา” - “ฉันควบคุมเขาไม่ได้ แต่ฉันควบคุมวันนี้ของฉันได้” - “ถ้าใช่ เดี๋ยวเขาจะอยู่ ถ้าไม่ใช่ เราไม่ต้องฝืน” 4) เทคนิค 3 ขั้นตอนเวลาใจจะพัง (ใช้ได้กับความรัก/งาน) ขั้นที่ 1 หยุดไล่ตาม: ปิดแจ้งเตือน/หยุดเช็กสถานะ/หยุดถามซ้ำๆ (แค่ 24 ชม. ก็เห็นผล) ขั้นที่ 2 กลับมาที่ตัวเอง: ถามว่า “ตอนนี้ฉันต้องการอะไร?” (พัก, กินข้าว, นอน, คุยกับเพื่อน) ขั้นที่ 3 เลือกการกระทำเล็กๆ: เดิน 10 นาที เขียนบันทึก 5 บรรทัด หรือเคลียร์งาน 1 อย่าง เพื่อให้สมองรู้ว่าเรายังพาตัวเองไปต่อได้ 5) ขอบเขตที่ควรมี (เพื่อให้ Let Them ไม่กลายเป็นการทน) - ถ้าเขาทำให้เราไม่ปลอดภัย/ไม่เคารพซ้ำๆ: Let them ไปไกลๆ และ Let me ออกห่าง - ถ้าเป็นคนใกล้ตัว: Let them เป็นเขาได้ แต่ Let me มีเส้นของฉัน เช่น “คุยได้ แต่ไม่รับคำพูดแรงๆ” สำหรับผม แก่นของ let them คือการคืนความสงบ ไม่ต้องแบกความคิดคนอื่นไว้ทั้งวัน แล้วเอาเวลามาโฟกัสชีวิตตัวเองแทน ใครอยากเริ่มง่ายๆ ลองเลือก 1 เรื่องที่คุณพยายามควบคุมคนอื่นอยู่ แล้วทดลองพูดในใจว่า “Let them… Let me…” ดูสักอาทิตย์ ชีวิตจะเบาขึ้นแบบค่อยๆ ชัดเอง

ค้นหา ·
รีวิวหนังสือ the let them

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพปกหนังสือ "THE LET THEM THEORY ทฤษฎีปล่อยเขา" สีเขียว มีข้อความเน้นย้ำว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตและหยุดเปลืองพลังงานไปกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ วางอยู่บนโซฟาสีอ่อน
หน้าหนังสือจากบทที่ 1 หัวข้อ "หยุดเปลืองชีวิตไปกับสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้" อธิบายว่าปัญหาไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นพลังที่เรามอบให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว
หน้าหนังสือจากบทที่ 1 หัวข้อ "คุณไม่อาจควบคุมสิ่งที่คนอื่นคิดกับคุณได้เลย" อธิบายว่าการพยายามควบคุมความคิดผู้อื่นเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและเป็นไปไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์
THE LET THEM THEORY 📖หนังสือเล่มนี้.. อ่านจบเเล้วโคตรดีย์💖
📌จิตวิทยาการยอมรับ 🔗สิ่งที่ควบคุมไม่ได้กำลังสอนให้เราปล่อยวาง "ปล่อยให้เขา (Let Them)" เพื่อยอมรับในสิ่งที่ผู้อื่นเป็น และ "ปล่อยให้ฉัน (Let Me)" เพื่อกลับมาโฟกัสและควบคุมสิ่งที่ตนเองทำได้ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านหลุดพ้นจากความกังวลและความเครียดที่เกิดจากการพยายามควบคุมความค
mj

mj

ถูกใจ 226 ครั้ง

ถ้าให้เลือกได้ 1เล่มในนี้ก็คงจะเป็น the let them theory เป็นเล่มที่ให้อะไรหลายๆอย่างกับคนที่ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบคนอื่นแบบเรามากๆ TT พออ่านจบแล้วรู้สึกปล่อยวางกับทุกอย่างมากขึ้นจริงๆ ไม่อยากสปอยแต่แนะนำ ให้ทุกคนไปอ่านจริงๆ ภาษาอ่านง่าย ได้ข้อคิดเยอะมากก🥹 #ป้ายยากับlemon8 #รีวิวหนังสือ
eri

eri

ถูกใจ 329 ครั้ง

ปกหนังสือ "The Let Them Theory" โดย Mel Robbins สีเขียว มีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า "12 ข้อคิดดีๆจาก The Let Them Theory" และ "ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองภูมิใจ" พร้อมสัญลักษณ์ดาวและหัวใจ
หน้าสารบัญของหนังสือ "The Let Them Theory" แสดงหัวข้อหลักเช่น "คุณและทฤษฎีปล่อยเขา", "จัดการกับความเครียด", "กลัวความคิดเห็นของคนอื่น" แ��ละ "การจัดการกับปฏิกิริยาทางอารมณ์ของคนอื่น"
หน้าหนังสือ "The Let Them Theory" แสดงหัวข้อ "ความสัมพันธ์ของคุณ กับทฤษฎีปล่อยเขา" พร้อมหัวข้อย่อย เช่น "เชี่ยวชาญการมีมิตรภาพแบบผู้ใหญ่" และ "เลือกความรักที่คู่ควรกับคุณ"
📚 12 ข้อคิดดีๆจากหนังสือ: The Let Them Theory
1. เวลาและพลังงานของคุณ คือทรัพยากร 2 สิ่งอันมีค่าที่คุณมีอยู่ 2. จุดประสงค์ของการมีชีวิต คือ การใช้ชีวิต และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองรู้สึกภูมิใจ 3. มันง่ายมากที่จะมองเห็นพฤติกรรมและวุฒิภาวะทางอารมณ์ของคนอื่น แต่ต้องใช้ความกล้าหาญและความฉลาดทางอารมณ์ระดับหนึ่ง ที่จะมองเห็นสิ่งนี้ในตัวเราเอง 4.
PATTY 🌻

PATTY 🌻

ถูกใจ 91 ครั้ง

การปล่อยให้เป็นไปก็สบายใจดี
แนะนำหนังสือดีๆ.. Let them ใครกำลังเผชิญกับความเครียดกับเหตุการณ์รอบตัวที่ไม่เป็นดั่งใจ..ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ให้แนวคิดดีๆที่ให้รู้จักปล่อยบ้าง.. ❤ สนใจลองหารีวิวดูได้นะค้ามีเยอะมากๆเลยค่า #ปล่อยใจ #หนังสือฮีลใจ #ป้ายยากับlemon8 #รีวิวหนังสือ #รีวิวชีวิตคนไทย
Pinpin_Beauty

Pinpin_Beauty

ถูกใจ 6 ครั้ง

ทฤษฎี 'Let Them' ปล่อยวางให้ใจสบาย 🍃✨️
อวยยศให้ขึ้นแท่นหนังสือแห่งปี 2025 เพราะทั้งปีอ่านแค่เล่มเดียว (หยอกกก 5555) The Let Them Theory เล่มนี้จาก คุณ Mel และ Sawyer Robbins บอกเลยว่าอ่านไปแค่ครึ่งเล่มก็เหมือนได้ปลดล็อคตัวเองจากปมความทุกข์วัยผู้ใหญ่ นี่คือทฤษฎีที่ว่าด้วยการ "ปล่อยเขา (Let Them)" ซึ่งในหนังสือจะพูดถึงสถานกา
Chen 🍅

Chen 🍅

ถูกใจ 3 ครั้ง

ป้ายยาหนังสือพัฒนาตัวเอง - Let them theory ทฤษฎีปล่อยเขา
เป็นหนังสือที่ช่วยให้เรา เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อคนอื่นและมีต่อตัวเอง concept หลักของหนังสือเล่มนี้มีแค่สองทฤษฎีเลยคือทฤษฎี “Let them" - ปล่อยให้คนอื่นเป็นตัวเอง ปล่อยให้เหตุการณ์ต่างๆ มันเกิดขึ้นถ้าเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้ และ ทฤษฎี ”Let me" - ให้ฉัน ได้เป็นตัวของตัวเอง
sapunreview

sapunreview

ถูกใจ 55 ครั้ง

หนังสือ The let them theory
“ปล่อยเขา” คำง่ายๆที่ทำให้เราเป็นอิสระ ทฤษฎีปล่อยเขา The Let Them Theory 💚 เคยมั้ยทุกคน? เปิดไอจีมา เราเห็นว่า เพื่อนๆในกลุ่มเราไปเที่ยวกันโดยไม่ชวนหรือเวลาที่ เราเสนอไอเดียที่คิดว่าเจ๋งในที่ประชุม แล้วไม่มีใครสนใจ มันอาจจะทำให้เรานอย แบบว่า ทำไมเพื่อนไม่ชวนฉัน? ฉันไม่ดีพอหรอ? ฉัดผิดอะไร? ไอเดีย
Nelin.yaaaa

Nelin.yaaaa

ถูกใจ 17 ครั้ง

มือถือหนังสือ 'THE LET THEM THEORY ทฤษฎีปล่อยเขา' โดย Mel Robbins พร้อมข้อความเกี่ยวกับการปล่อยวาง การรักตัวเอง และการให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ
หน้ากระดาษจากหนังสือ 'ทฤษฎีปล่อยเขา' ที่มีข้อความภาษาไทยเกี่ยวกับการรักบุคคล ไม่ใช่ความเป็นไปได้ และการปล่อยวางในความสัมพันธ์
ภาพหน้าจอ YouTube แสดงวิดีโอสรุปหนังสือ 'ทฤษฎีปล่อยเขา' โดย Mission To The Moon พร้อมข้อความเชิญชวนให้ผู้ที่ถนัดฟังค้นหาใน YouTube
เราไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ ยกเว้นเขาจะอยากเปลี่ยนตัวเอง:)
ชื่อหนังสือ : ทฤษฎีปล่อยเขา (The Let Them Theory) ☘️ ทุกคนเคยเป็นกันไหมคะ ที่ต้องคอยบอกแฟนกับเรื่องอะไรเดิมๆบ่อยๆ แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง? หากพอคุณเงียบ(ที่ไม่ใช่ประชด) แต่เป็นการปลงและปล่อยวาง นิ่งขึ้น จะทำอะไรก็ทำ เขาจะเริ่มทำตัวดีขึ้นกับคุณ เป็นเพราะว่าคุณเลือกตัวเองและเขากลัวที่จะเสียคุณไปจร
เจนนี่มาแชร์..

เจนนี่มาแชร์..

ถูกใจ 4 ครั้ง

📚The Let them—ทฤษฎีปล่อยเขา👋🏼
The let them — ปล่อยเขาไป ให้เขาไป อย่าเสียเวลาที่จะใช้ชีวิตไปกับการทรมานตัวเองให้กับปัญหาของคนอื่น…. •เจอคำว่า “ปล่อยเขา” มากกว่า 1,000 ครั้ง •ตัวเราใจเบามากขึ้น •มองข้ามสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น คำว่า “ปล่อยเขา” พูดมันแสนจะง่ายแต่บางครั้งมันอาจจะยากในการปล่อยไปจริง หนังสือเล่มนี้จะเป็นคู่มือท
นัทธรัชต์

นัทธรัชต์

ถูกใจ 5 ครั้ง

ปกหนังสือ "THE LET THEM THEORY ทฤษฎีปล่อยเขา" โดย Mel Robbins สีเขียว มีข้อความ "เครื่องมือเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ผู้คนนับล้านหยุดพูดถึงไม่ได้เลย" และ "บางที 'การไม่ทำอะไรเลย' นั่นแหละ คือการตอบสนองที่ดีที่สุด" พร้อมโลโก้ Lemon8
หน้าหนังสือเปิดอยู่ แสดงบทที่ 1 หัวข้อ "หยุดเปลืองชีวิตไปกับ สิ่งที่คุณควบคุมไม�่ได้" พร้อมเนื้อหาเกี่ยวกับการไม่พยายามเปลี่ยนผู้อื่นและควบคุมสิ่งที่ทำได้ มีโลโก้ Lemon8
หน้าหนังสือเปิดอยู่ มีข้อความไฮไลต์สีชมพูเกี่ยวกับ "ทฤษฎีปล่อยเขา" และการไม่คาดหวังให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ มีโลโก้ Lemon8
รีวิวหนังสือ The Let Them Theory📚
ปล่อยให้เขาเป็นไปตามทางของเขา แล้วดูแลตัวเองให้ดีที่สุด✨ถ้าคุณเคยเหนื่อยกับการพยายามเปลี่ยนคนอื่น เล่มนี้ตอบโจทย์มาก! 📌 คะแนน: ★★★★☆ (4.5/5) 📖 ประเภท: จิตวิทยาเชิงบวก / การพัฒนาตนเอง 📚 เหมาะสำหรับ: คนที่อยากกลับมาโอบกอดตัวเองอีกครั้ง #รีวิวหนังสือ #theletthemtheory #พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น
HeyMaymae

HeyMaymae

ถูกใจ 36 ครั้ง

จะปีใหม่แล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ
จะปีใหม่แล้ว 🎉 หากใครที่ยังกังวลว่า จะเริ่มทำอะไรสักอย่างแต่ยัง กลัว 😰 🔻กลัวคนอื่นจะตำหนิ 🔻กลัวความคิดเห็นคนอื่น 🔻กลัวไม่ Perfect ความกลัว เป็นตัวที่ทำให้เราไม่เริ่มอะไรสักที เราพยายามที่จะควบคุม ความคิดของคนอื่น หยอกจะบอกให้ว่า คุณไม่มีทางทำได้ ❌ 🔻พวกเขาจะว่าคุณแน่นอน 🔻พวกเขาจะนินท
หยอกก

หยอกก

ถูกใจ 61 ครั้ง

Let them theory.📚
#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #letthemtheory #หนังสือจิตวิทยา
Korrachaya.ch

Korrachaya.ch

ถูกใจ 3 ครั้ง

ปล่อยเขา เบา สบาย ไม่มีภาระ
#รีแคป2025 #ต้อนรับ2026 #ปล่อยเขา #รีวิวหนังสือ 🗣ข้อแนะนำ:
เจฟด๊อกด๊อก

เจฟด๊อกด๊อก

ถูกใจ 6 ครั้ง

The Let Them theory แค่อ่านความคิดก็เปลี่ยน 10/10 📖
หลายคนกลัวความคิดเห็นของคนอื่น จนตัวเองไม่กล้าลงมือทำบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองอยากลองทำ เพราะมัวแต่เอาความรู้สึกไปผูกไว้กับคนอื่น แต่หนังสือเล่มนี้จะบอกให้คุณ let them คือการปล่อยเขา ปล่อยให้เขาคิดในสิ่งที่เขาอยากคิด เพราะเราไม่สามารควบคุมความคิดของคนอื่นได้ แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือตัวเราเองเท่
𓏳 น ช ภ :-✿)

𓏳 น ช ภ :-✿)

ถูกใจ 6 ครั้ง

อ่านต่อ👇
รู้สึกยังไงกันบ้างครับ! ตอนที่รู้ว่ามีคนอื่นเอาเราไปพูดในทางที่ไม่ดี พูดง่ายๆก็คือเป็นขี้ปากชาวบ้านนั้นแหละ! โกรธ เครียด เศร้า หรือน้อยใจ อะไรพวกนี้มันบั่นทอนกำลังใจของเรามากมายจริงๆ พอไปปรึกษากับคนรอบข้าง เขาก็พูดประมาณว่า อย่าใส่ใจเลยใครๆก็โดนนินทา ก็จริงของเขา แต่ใจเจ้ากรรมของเรามันยังเดือดปุดๆน
วันจันทร์กำลังคิดถึง

วันจันทร์กำลังคิดถึง

ถูกใจ 2 ครั้ง

Let Them ทฤษฎีปล่อยเขา💁‍♀️🫶🏻| เลิกพยายามเป็นที่รักของทุกคน👀‼️
💖 หนังสือที่จะทำให้เลิกพยายามเป็นที่รักของทุกคน👀‼️ | Let Them ทฤษฎีปล่อยเขา💁‍♀️🫶🏻 💖 Let them (ปล่อยเขา) ปล่อยวางและยอมรับตัวตนของคนอื่น 💖 Let me (ให้ฉัน) พัฒนาตัวเองสู่ความสงบสุขและความสมดุล 💖 ⭐️ความพอใจ: 10/10 อ่านง่ายทำให้มองเห็นภาพ ใครอยากได้หนังสือแนวพัฒนาตัวเองแนะนำเลยค่า #หนังสือน่าอ่าน
🧸Bellebeli🍒

🧸Bellebeli🍒

ถูกใจ 90 ครั้ง

ภาพปกหนังสือ 'THE LET THEM THEORY ทฤษฎีปล่อยเขา' โดย Mel Robbins สีเขียวมีประกายทอง พร้อมข้อความสีแดง 'หนังสือแนะนำ ฉบับโกลว์อัปตัวเอง' วางอยู่บนชั้นหนังสือ
ทฤษฎีปล่อยเขา The Let them theory
📚 ทฤษฎีปล่อยเขา The let them theory เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่อยากแนะนำให้ ทุกคนได้อ่านกันนน ✨เหมาะสำหรับ: คนที่อยากพัฒนาจิตใจตัวเอง 💵 ราคา: 395฿ 📍พิกัด: ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ #พัฒนาตัวเอง #ติดเทรนด์ #ทฤษฎีปล่อยเขา #หนังสือฮีลใจ #หนังสือแนะนํา
Fonhem

Fonhem

ถูกใจ 6 ครั้ง

THE LET THEM THEORY หนังสือดีๆที่อยากให้ลองอ่าน ✨
THE LET THEM THEORY จาก นักเขียน MEL ROBBINS. เล่มนี้เป็นหนังสือที่มาแรง หลายๆคนคงเห็นผ่านตา และขึ้นแท่นเป็น Top Recommended ในช่วงนี้ 📚เขียนเกี่ยวกับอะไร? …เล่าถึงการจัดการกับสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม ที่เรียกว่า ”ผู้อื่น“ ด้วยการโฟกัส “ ตัวเอง ” Let Them ที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าคำว่
Beebieee

Beebieee

ถูกใจ 38 ครั้ง

The let them theory - ทฤษฎีปล่อยเขา
คุณกำลังเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า? ต้องยอมรับก่อนว่าชีวิตของคนเรานั้นแตกต่างกัน เราควบคุมไพ่ในมือคนอื่นไม่ได้ แต่ควบคุมไพ่ในมือของเราและใช้ไพ่นั้นให้เป็นประโยชน์ได้ มันอยู่ที่ว่าเราจะเอาไพ่นั้นไปใช้ยังไงต่างหาก . ทำไมคนอื่นถึงโชคดีกว่าเรา รวยกว่า สวยกว่า? การเปรียบเทียบแบบนี้ มัน
Nelin.yaaaa

Nelin.yaaaa

ถูกใจ 22 ครั้ง

หนังสือดีที่มีติดบ้าน ติดรถ ติดตัว ชอบมากเล่มนี้ ทฤษฎีปล่อยเขา✨📖📚📕
✨ ปล่อยเขา…แล้วชีวิตคุณจะเบาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลองอ่านนะคะ แนะนำเลย เคยไหม…เหนื่อยกับการคาดหวัง ควบคุม หรืออยากให้คนอื่นทำอย่างที่เราต้องการ แต่สุดท้ายกลับเจ็บเอง? Mel Robbins มาพร้อมแนวคิดง่าย ๆ ที่พลิกชีวิตคนนับล้าน 📌 สาระสำคัญในเล่มนะคะ • Let Them – ให้คนอื่นเป็นในแบบของเขา จะไ
เจ้าพลอยนิดา

เจ้าพลอยนิดา

ถูกใจ 1 ครั้ง

The Let Them Theory ทฤษฎีปล่อยเขา😌
สรุป 1.คุณไม่อาจควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ ไม่ว่าคุณจะพยายามแค่ไหน คนคนเดียวที่คุณควบคุมได้ คือ ตัวคุณเอง ความคิด การกระทำ และความรู้สึกของคุณเอง 2.ทฤษฎีปล่อยเขา มีรากฐานจากแนวความคิดทางปรัขญาและจิตวิทยา ของลัทธิสโตอิก ที่เน้นการควบคุมความคิดและการกระทำของตัวเรา และศาสนาพุทธ ที่เน้นเรื่องกา
October.r28🪐

October.r28🪐

ถูกใจ 1 ครั้ง

The Let Them Theory
“ปล่อยให้เขาเป็นแบบที่เขาเลือก แล้วเราเลือกความสงบของตัวเองก็พอ.” ช่วงนี้กำลังอ่าน The Let Them Theory – ทฤษฎีปล่อยเขา ของ Mel Robbins แล้วเรารู้สึกว่าเป็นหนังสือที่ “เบาใจแต่คมมาก” เหมือนมีคนมาสะกิดว่า…เราฝืนอะไรอยู่โดยไม่รู้ตัวบ้าง? เนื้อหาไม่ได้สอนให้เราตัดใจจากคน แต่สอนให้เราตัด ความคาดห
มุมหนังสือของปิง

มุมหนังสือของปิง

ถูกใจ 10 ครั้ง

หนังสือ ทฤษฎีปล่อยเขา (The Let Them Theory)✨
บางครั้งการใช้ชีวิตให้เบาลง เริ่มจากการ “ปล่อยให้เขาเป็นในแบบที่เขาเลือก” ทฤษฎีปล่อยเขา (The Let Them Theory) หนังสือจิตวิทยาที่สอนการปล่อยวางความคาดหวัง ลดความเครียดจากความสัมพันธ์ และกลับมาโฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้จริงคือ “ตัวเราเอง” เหมาะกับคนที่เหนื่อยกับการพยายามทำให้ทุกคนพอใจ อ่านง่าย ใช้ได
อ่านไปจดไป🐈✨

อ่านไปจดไป🐈✨

ถูกใจ 2 ครั้ง

📗 The Let Them Theory ทฤษฎีปล่อยเขา เพื่อให้เรามีความสุข
บางช่วงของชีวิต…เราอาจรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยจากการพยายามเป็นคนที่ทุกคนชอบ เหนื่อยจากการพยายามควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความคิดของคนอื่น คำพูดที่เขาใช้ หรือการกระทำที่เราไม่เข้าใจ หนังสือเล่มนี้บอกไว้เพียงสั้น ๆ ว่า “Let them” ปล่อยให้เขาพูด ปล่อยให้เขาทำ และกลับมาดูแลพลังของเราเอ
sonaïve

sonaïve

ถูกใจ 14 ครั้ง

ปล่อยให้ไหลไป~
เราอาจตั้งใจทำงานสุดความสามารถ ทุ่มเททุกอย่างทั้งที่ไม่เคยขาดตกบกพร่อง แถมยังทำเกินเป้าหมายด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่รออยู่กลับเป็นความเงียบ ไม่มีโบนัส ไม่มีคำชม ไม่มีตำแหน่งใหม่ให้เห็น จนรู้สึกหมดแรงและหมดศรัทธา หนังสือ The Let Them Theory: ทฤษฎีปล่อยเขา บอกไว้ตรงไปตรงมาว่า… “ปล่อยเขา” ไม่ใช่เพราะเราไ
M.A.N.S.G.T

M.A.N.S.G.T

ถูกใจ 3 ครั้ง

หนังสือ LET THEM THEORY
หนังสือที่พาเราออกจากความคิด วังวน ของตัวเอง ปล่อยเขาไป เลิกหมกมุ่นกับสิ่งที่เขาทำ มันเป็นเรื่องของเขา เราควบคุมคนอื่นไม่ได้ ก็ปล่อยเขา แล้วหันมาโฟกัสตัวเอง ปล่อยเขา เพื่อปล่อยเราสู่อิสระภาพ ความสุข ความสงบ ที่เกิดขึ้นในใจเรา หนังสือที่อยากแนะนำ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะ พ
SANDEE LIKEACAT

SANDEE LIKEACAT

ถูกใจ 8 ครั้ง

ทฤษฎี Let Them : ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไม่เลือกเรา
🪞ทฤษฎี 𝐋𝐞𝐭 𝐓𝐡𝐞𝐦 มีคนเคยบอกว่า…ถ้าเขาจะทำ “ก็ปล่อยให้เขาทำไป” ไปเถอะ ยิ่งโตขึ้นยิ่งรู้ว่ามันจริงแบบไม่ต้องอธิบายเยอะเลย เราใช้เวลาทั้งชีวิตพยายามควบคุมหลายอย่าง🌸 อยากให้เขาเข้าใจ อยากให้เขาเห็นความตั้งใจของเรา อยากให้เขารู้ว่าเราพยายามขนาดไหน แต่ความจริงคือ…เราไปควบคุมหัวใจใครไม่ได้เลย ต่อให้
Amphibia🐸

Amphibia🐸

ถูกใจ 115 ครั้ง

ภาพหญิงสาวสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มยืนหันหลังริมสระน้ำ มีอาคารโบราณและต้นไม้เป็นฉากหลัง ข้อความบนภาพกล่าวถึง "ทฤษฎีปล่อยเขา" ว่า "คนอื่นจะต้องมีแง่ลบกับคุณอยู่...ปล่อยเขา...เป็นเรื่องที่เสียเวลาและพลังงานมาก" สื่อถึงการไม่ยึดติดกับความคิดเห็นผู้อื่น
📖 แนวคิดจากหนังสือ The Let Them Theory (ทฤษฎีปล่อยเขา)
🌿 บางความจริงที่ต้องยอมรับคือ เราไม่สามารถควบคุมความคิดของคนอื่นได้ ไม่ว่าคุณจะทำดีแค่ไหน เขาก็อาจจะยังคิดในแบบของเขาอยู่ดี การพยายามอธิบาย หรือเอาความเห็นของคนอื่นมาแบกไว้ มีแต่จะเปลืองพลังใจ สิ่งที่ทำได้จริงคือ ปล่อยให้เขาคิดในแบบที่เขาอยากคิด แล้วหันกลับมาโฟกัสชีวิตของตัวเอง เมื่
Healing Journey🌿

Healing Journey🌿

ถูกใจ 1 ครั้ง

เล่มที่ ๕ : The Let Them Theory🥰🍋✅😍
📚 เล่มที่ 5 ใน 8 เดือน: The Let Them Theory หลังจากลาออกจากงานประจำ สิ่งเดียวที่เสียไปคือ “เงิน” แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น… ประเมินค่าไม่ได้เลย ได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ได้กลับมาฟังเสียงหัวใจ และได้มีเวลารัก ดูแลคนในบ้านอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ฉันแทบไม่มีแรงจะอ่านหนังสือ ปีหนึ่งยังไม่ถึง 2 เล่
“Mine.space”

“Mine.space”

ถูกใจ 1 ครั้ง

The Let Them Theory หนังสือที่ควรค่าแก่การอ่าน💖📚
📚หนังสือ "The Let Them Theory" ของ Mel Robbins เป็นเล่มที่เน้นเรื่องการ "ปล่อยวาง" เพื่อคืนความสุขให้ตัวเอง💖 🔍เลิกแบกความคาดหวังที่มีต่อคนอื่น แล้วกลับมาโฟกัสที่ความสงบของตัวเอง 🔍คู่มือฝึกปล่อยวางสิ่งที่คุมไม่ได้ เพื่อหยุดดราม่าในใจและใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น 🔍หนังสือที่สอนให้เรายอ
ENJOY ;)

ENJOY ;)

ถูกใจ 4 ครั้ง

The Let Them Theory หนังสือที่ต้องอ่านในปี 2025✨💕
2026 นี้มาเพิ่ม "Let Them" เข้าไปอยู่ใน New Year’s Resolution กันด้วยนะ ปีหน้าจะเป็นอย่างไรถ้าเราเลิกแบกโลกทั้งใบ แล้วหันมาอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขจริงๆ ถ้าตอนนี้คุณกำลังวางเป้าหมายที่อยากทำในปีหน้า ลองใส่นิสัย Let Them สิ่งที่แย่ๆ ให้เก่งขึ้นกันดีกว่า ถ้าอ่านเล่มนี้ ปีหน้าของ
Amarinbooks

Amarinbooks

ถูกใจ 26 ครั้ง

ปล่อยให้เขาเป็นเขา…
The Let Them Thory ทฤษฎีปล่อยเขา หนังสือขายดีที่ต้องอ่าน หนังสือเล่มนี้เป็นมากกว่าแค่การ "ไม่แคร์" แต่คือปรัชญา การใช้ชีวิตที่เน้นการ "ยอมรับและปล่อยวาง" ในสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เป็นการฝึกจิตให้รับมือ กับความคาดหวัง การตัดสิน และการกระทำของคนอื่นอย่างมีสติ ทฤษฎีนี้สอนให
NORTH_STAR

NORTH_STAR

ถูกใจ 6 ครั้ง

LET THEM ทฤษฎีปล่อยเขา: เมื่อการปล่อย คือการรักตัวเอง
พิกัด 👉🏻 ทฤษฎีปล่อยเขา เล่มนี้คือดี! 🥹 ลองอ่านแล้วเพลินมาก ชอบมาก ต้องลอง หนังสือที่ชวนเรายอมรับความจริงว่า “เราไม่สามารถควบคุมคนอื่นได้ เพราะสิ่งที่เราควบคุมได้มีแค่ตัวเรา” การปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ อยากจะเป็น เนื้อหาอ่านง่ายค่ะ ได้ข้อคิดเยอะเลย🤌🏻 #คลิปนี้ต้องฟีด #ร
parapin ♡

parapin ♡

ถูกใจ 15 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม