สูตรกุ้งแช่น้ำตา #กุ้งแช่น้ําปลา #CapCut
สำหรับใครที่เสิร์ช “กุ้งแช่น้ำตา หมอแจ๊ค” แล้วอยากทำตามแบบได้รสใกล้เคียง ฉันสรุปทริคที่ทำแล้วเวิร์กไว้ให้แบบใช้งานได้จริง (ทำกินเองที่บ้าน ไม่ต้องกลัวคาว) 1) เลือกกุ้งให้ถูก กุ้งจะเด้งและไม่คาว - แนะนำกุ้งขาวหรือกุ้งแชบ๊วยสด ตัวใส เนื้อแน่น กลิ่นไม่แรง - ล้างกุ้งแล้ว “ดึงเส้นดำ” ออกให้หมด จากนั้นซับให้แห้งก่อนคลุกน้ำยำ จะช่วยให้น้ำยำไม่เจือจาง 2) เคล็ดลับลดคาวแบบที่รสไม่เสีย - ฉันชอบคลุกกุ้งกับน้ำมะนาวนิดเดียว + น้ำเย็นจัด แล้วพัก 2-3 นาที จากนั้นล้างเร็วๆ อีกครั้ง (ไม่ต้องนาน เดี๋ยวเนื้อกุ้งสุกและแข็ง) - ถ้ามีรากผักชี โขลกรวมกับกระเทียมและพริก จะช่วยดับคาวและหอมขึ้นมาก 3) น้ำยำ “กุ้งแช่น้ำตา” ให้ออกแนวกลมกล่อมแซ่บ วัตถุดิบที่เข้ากับแนวสูตรนี้: พริกขี้หนู+พริกจินดา, กระเทียม, รากผักชี, น้ำปลา, มะนาว, น้ำตาลปั๊บ (บางคนเติมผงชูรสเล็กน้อยตามชอบ) - ทริคของฉันคือ “ละลายน้ำตาลปั๊บ” ให้เนียนก่อนค่อยใส่มะนาว จะได้น้ำยำไม่เป็นเม็ดๆ - ชิมให้ได้ 3 รส: เค็มนำเล็กน้อย เปรี้ยวตาม หวานตัดปลาย แล้วค่อยเพิ่มพริกให้เผ็ดพอดี 4) ขั้นตอนแช่เย็น 1-2 ชั่วโมง ทำไมสำคัญ - พอคลุกน้ำยำเสร็จ ฉันจะใส่กล่องปิดฝาแล้วแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง (ถ้าได้ 2 ชั่วโมงยิ่งดี) - ข้อดีคือกุ้งจะเด้งขึ้น น้ำยำซึมเข้าเนื้อ และความเผ็ดจะนัวขึ้นแบบไม่แหลม 5) จัดเสิร์ฟให้อร่อยขึ้น - โรยผักชีและใบโหระพาตอนก่อนกิน กลิ่นจะสดกว่าการคลุกทิ้งไว้นาน - กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือเส้นขนมจีนก็เข้ากันมาก (แถมช่วยตัดความแซ่บ) 6) ข้อควรระวังเรื่องความสด - เมนูนี้เน้นความสดของกุ้ง ถ้าไม่มั่นใจในความสด แนะนำลวกกุ้งเร็วๆ แค่พอสุกนอก แล้วค่อยทำขั้นตอนแช่น้ำยำแทน จะปลอดภัยและยังอร่อย ลองทำตามนี้แล้วค่อยปรับสัดส่วนมะนาว-น้ำปลา-น้ำตาลปั๊บให้ถูกปากตัวเองได้เลยค่ะ ทำครั้งแรกอาจต้องชิมหลายรอบ แต่พอจับรสได้แล้วคือทำซ้ำง่ายมาก

