รีวิวหนังสือ สำหรับคนเหงา คนหลงทาง และคนแหลกสลาย

#รีวิวหนังสือ เล่มที่ 1 ของ ส.ค. / 22 ของปี 2568

ไม่รู้ว่าจะเรียกหรือให้ “ผมเรียกเขาว่าเน็กไท” อยู่ในหนังสือหมวดไหนดี แต่เราขอเรียกนวนิยายกึ่งกวีอินดี้ เพราะเป็นเรื่องสั้นๆ ที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก ความขุ่นเทา ความเปลี่ยวเหงา ถ้าใครไม่รู้ก็จะคิดว่าเล่มนี้เขียนโดยนักเขียนญี่ปุ่น เพราะมันได้ฟีลนั้นจริงๆ แต่ fact คือผู้เขียนเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-ออสเตรีย

เป็นเรื่องเล่าของคนไม่สมบูรณ์แบบสองคนที่มาพบกันอย่างบังเอิญ คนหนึ่งเป็นชายวัยยี่สิบเศษที่มีอาการ ”ฮิกิโกะโมริ“ ขังตัวเองในห้องมานานนับปี ส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคน เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ควรนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ แต่ทั้งคู่กลับมาพบกันที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง จนกลายมาเป็นมิตรภาพที่เยียวยาบาดแผลให้กันและกัน

อย่างที่บอกไป มันดิ่งมาก หดหู่ ไม่มีภาพฝนซาฟ้าใสเลย มีแต่บรรยากาศเมฆครึ้มเจียนฝนตกตลอดเล่ม เหมือนเรากำลังอ่านคำสารภาพบาปของคนสองคน ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและยึดติดกับมันจนตัวเองแหลกสลาย ซึ่งความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างต้องเคยเจอ ทำให้เราสามารถรู้สึกร่วมได้ง่าย แม้ไม่เคยประสบในสถานการณ์เดียวกันก็ตาม

และถึงจะเป็นเรื่องของคนสองคน ก็ยังมีซีนของตัวละครรอบๆ พวกเขา ให้เราพอจะเข้าใจและรับรู้ถึงความทุกข์ใจของทุกตัวละครที่มีร่วมกัน เหมือนแอกที่ทุกคนต้องแบกไว้ ของใครของมัน

มีประเด็นทางสังคมอย่างการกลั่นแกล้งในโรงเรียน แรงกดดันของคนวัยทำงาน และการที่สังคมไม่มีที่ยืนให้สำหรับคนที่แตกต่าง

เป็นหนังสือที่ต้องใช้สมาธิในการอ่านสูง เพราะไม่มีเครื่องหมายคำพูด และต้องเข้าใจเอาว่าว่าอันนี้ใครพูด คนแปลไทยก็เก่งมาก ภาษาสวยมาก

อ่านจบ เหมือนได้เพื่อนปลอบใจเราว่า ชีวิตก็เป็นแบบนี้ แต่เราไม่ควรโยนทิ้งทั้งชีวิต เพียงเพราะมันบุบสลาย และการมีชีวิตอยู่ต่อไป คือการอยู่ร่วมกับบาดแผลในชีวิตให้ได้ (นึกถึง Night Sky With Exit Wounds ของ Ocen Wong) เนื้อหาหนักจริง แต่ก็ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตยังคงมีคุณค่ามากพอที่จะตื่นมามาดูพระอาทิตย์ขึ้นในทุกๆ วัน

ผมเรียกเขาว่าเน็กไท (I Call Him Necktie)

เขียน: Milena Michiko Flašar

แปล: สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

สนพ. Merry-Go-Round Publishing

ราคา: 220 บาท / 180 หน้า

#เขาเรียกผมว่าเน็กไท #หนังสือดีบอกต่อ #หนังสือแปล #อ่านตามlemon8

My Bookmark(s)

เป็นอีกครั้งที่ผมอยากเอาผ้ามาห่มให้เขา เป็นความปรารถนาตามธรรมชาติที่จะปกป้องเขา อย่างน้อยก็จากอันตราย

ผมยืนอยู่ตรงทางเข้าบ้าน สู่กลิ่นหอมแล้วพูดว่า สิ่งที่ดีที่สุดของการทำงานคือการได้กลับมาบ้าน

นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เราพบกัน ทำให้เราได้รู้ไปพร้อมๆกันว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

ถ้าคุณกระโดดให้รถไฟทับพรุ่งนี้เช้า เรื่องที่ผมเล่าให้คุณฟังวันนี้จะมีประโยชน์อะไร

ความเงียบของป่านั้นแท้จริงแล้วเต็มไปด้วยสรรพเสียง

สิ่งที่ผมสูญเสียไปไม่ใช่แค่ความสามารถในการเดินเป็นเส้นตรง แต่เป็นกำลังวังชาที่เคยมองข้ามไป ผมตามตัวเองไม่ทัน

สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ การโกหกมันกลับมาทำร้ายเราทันทีที่เริ่มโกหก

จะดีแค่ไหนถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าเราทำงาน ไม่ใช่เพื่อผลของมัน แต่เพื่อเป็นการให้ โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม

เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจ แต่เพื่อที่จะมองเห็นแก่นสารของชีวิตให้ชัดขึ้น

ผมได้ยินบ่อยๆว่าเช้าแรกที่อยู่ด้วยกันมีความหมายมาก มันคือคำมั่นสัญญา มันบอกว่าใครจะตื่นก่อน ใครจะเป็นคนชงกาแฟ ใครทำอาหารเช้า เคียวโกะจะยังนอนอยู่ก็ได้ หันหลังให้แล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า...ไปซื้ออะไรกินระหว่างทางเถอะนะ การตัดสินใจนั้นทำให้ผมหยุดหายใจ...ผมจะไม่รักเธอน้อยลงเลยแม้เธอจะรักผมน้อยลงก็ตาม

เราล้วนมีพันธนาการ เราทุกคน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราปราศจากความรับผิดชอบ แม้จะไร้ซึ่งอิสรภาพ เราก็ยังต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา และต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและผลของมันด้วย

คนที่ได้ยินแค่การหัวเราะในเสียงหัวเราะคือคนหูหนวก

ถ้ามีอะไรเพียงอย่างเดียวที่ฉันจะสอน ฉันจะบอกเธอว่าอย่าอาย อย่าอายที่จะเป็นคนที่มีความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งและด้วยหัวใจที่อ่อนโยน จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยหัวใจที่อ่อนโยนมากขึ้นไปอีก รู้สึกมันเพื่อตัวเธอเอง รู้สึกมันเพื่อคนอื่น แล้วจากนั้น จงปล่อยมันไป

จิตใจแข็งกระด้างกีดกันไม่ให้ผมรู้สึกถึงความนิ่มของแก้มเขาอย่างลึกซึ้งและจริงใจ ระหว่างเราสองคน เป็นผมเองนี่แหละที่หัวใจบกพร่อง

มีคนบอกว่าคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว แล้วทำไมเราถึงตายครั้งแล้วครั้งเล่า

และบางที ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เราจะได้พบและนั่งลงในพื้นที่เดียวกันที่ใหญ่พอสำหรับเราทั้งสองคน และตอนนั้นเราจะเข้าใจ เราไม่เคยไปอยู่ที่อื่นเลย

เอาข้าวอีกไหม (สั้น แต่กินใจสุด ไปหาอ่านว่าทำไม)

2025/8/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเห็นหลายคนเสิร์ชคำว่า “สุดท้ายเธอไปกับเขา” แล้วคาดหวังว่าจะได้คำตอบชัดๆ ว่าตกลง “เธอ” เลือกใคร หรือจบแบบหักมุมไหม เราเลยอยากเล่ามุมที่ช่วยให้เข้าใจ “ฟีลของเรื่อง” (โดยไม่พาไปสปอยล์หนัก) และเผื่อใครกำลังตัดสินใจจะหยิบอ่าน “ผมเรียกเขาว่าเน็กไท (I Call Him Necktie)” เล่มนี้ สำหรับเรา คำว่า “สุดท้ายเธอไปกับเขา” เป็นประโยคที่แทงใจเพราะมันพาไปไกลกว่าพล็อตรักสามเส้า มันคือความรู้สึกของการ “ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” และความจริงที่ว่า ต่อให้เราพยายามแค่ไหน บางคนก็เลือกเส้นทางอื่นอยู่ดี ซึ่งในเล่มนี้ บรรยากาศหม่นๆ แบบเมฆครึ้มเจียนฝนตกทำให้ธีมนี้ชัดมาก: คนเรามักติดอยู่กับความผิดพลาด ความรู้สึกผิด หรือความอับอาย จนเหมือนชีวิตหยุดนิ่ง แล้ววันหนึ่งมันก็เกิด “การจากไป” ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง—คนรักไปกับคนอื่น เพื่อนหายไป หรือแม้แต่ตัวเราเองที่ค่อยๆ ถอยออกจากโลก สิ่งที่เราชอบคือหนังสือไม่ได้พยายามสรุปชีวิตด้วยประโยคสวยๆ ว่าเดี๋ยวทุกอย่างจะดี แต่เลือกเล่าแบบซื่อๆ ว่า บางแผลมันไม่หายสนิทหรอก เราแค่ต้องหาทางอยู่ร่วมกับมันให้ได้ มิตรภาพของคนไม่สมบูรณ์แบบสองคนที่มาพบกัน (คนหนึ่งเหมือนขังตัวเองไว้ อีกคนเหมือนหลงอยู่ในบทบาทหัวหน้าครอบครัว) ทำให้เรารู้สึกว่า ต่อให้ “สุดท้ายเธอไปกับเขา” จริง คนที่ถูกทิ้งก็ยังมีสิทธิ์ค่อยๆ กอบกู้ตัวเองกลับมา ไม่ใช่ด้วยการลืมทุกอย่าง แต่ด้วยการยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าคุณมาที่คำค้นนี้เพราะอยากได้กำลังใจหลังอกหัก/โดนทิ้ง เราแนะนำให้ลองอ่านเล่มนี้แบบตั้งใจหน่อย เพราะสไตล์เขียนค่อนข้างท้าทาย (ไม่มีเครื่องหมายคำพูด ต้องค่อยๆ จับว่าใครพูด) แต่ข้อดีคือมันพาเรา “จม” เข้าไปอยู่กับความคิดตัวละครได้ลึกมาก และภาษาแปลไทยสวยจริง อ่านแล้วเหมือนมีคนมานั่งข้างๆ เงียบๆ มากกว่าจะมาปลอบแบบเสียงดัง ทริคส่วนตัวเวลาอ่านเล่มที่หนักแบบนี้ของเรา: 1) แบ่งอ่านเป็นตอนสั้นๆ วันละนิด แล้วจดประโยคที่โดนใจไว้ 1 ประโยค 2) อ่านแล้วให้เวลาตัวเองเงียบๆ สัก 5 นาที เหมือนปิดเล่มแล้วหายใจ 3) ถ้าประโยค “สุดท้ายเธอไปกับเขา” ทำให้เจ็บมาก ให้ลองถามตัวเองว่า “แล้วสุดท้ายฉันจะไปกับใคร” ซึ่งคำตอบที่เราอยากให้มีคือ “ไปกับตัวเอง” คือไม่ทิ้งตัวเองไว้ข้างหลัง ถ้าคุณชอบงานโทนเดียวกับนิยายกึ่งกวีอินดี้ ฟีลญี่ปุ่นๆ หรือชอบเล่มที่พูดถึงความเหงา ความหลงทาง การกลั่นแกล้งในโรงเรียน และแรงกดดันของคนวัยทำงานแบบไม่ปรุงแต่ง “ผมเรียกเขาว่าเน็กไท” เป็นเล่มที่อ่านจบแล้วเหมือนได้เพื่อนเงียบๆ สักคนมาบอกว่า ชีวิตมันบุบสลายได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องโยนทิ้งทั้งชีวิต

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ mondae
mondae

ชอบเล่มนี้เหมือนกันค่ะ ดีตั้งแต่คำนำเลย 🥹👍

ดูเพิ่มเติม(1)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

10 ข้อจาก Reasons to Stay Alive ที่อยากให้ทุกคนรู้
"ถ้าคนที่คุณรักกำลังเผชิญซึมเศร้าหรือวิตกกังวล คุณจะอยู่เคียงข้างเขายังไง? 10 ข้อจาก Reasons to Stay Alive ที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน 📖 พิกัดหนังสือ Link in bio #maliblueskreation #รีวิวหนังสือ #แด่ผู้แหลกสลาย #โรคซึมเศร้า
MalibluesKreation

MalibluesKreation

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพมือถือหนังสือ 'Dear Traveler, ขอให้เธอยินดีกับการหลงทางครั้งใหม่' โดยวิน นิมมานวรวุฒิ ปกมีภาพวาดคนถือกระเป๋าเดินทาง เครื่องบิน และนกพิราบ มีข้อความ 'หนังสือเล่มใหม่ จากนักเขียนคนโปรด' วางอยู่บนชั้นหนังสือ
ภาพข้อความจากหนังสือ 'Dear Traveler' เกี่ยวกับการรักตัวเองและการดูแลกายใจระหว่างรอคอยความรักในอนาคต โดยมีพื้นหลังเบลอและโลโก้ Lemon8
ภาพข้อความจากหนังสือ 'Dear Traveler' เกี่ยวกับปลายทางการเดินทางที่เป็นปริศนา และการรักษาหัวใจและร่างกายให้ดีที่สุด พร้อมพื้นหลังเบลอและโลโก้ Lemon8
Dear Traveler หนังสือเล่มใหม่จากนักเขียนคนโปรด💖
“เมื่อไรที่คิดว่าความสุขคือความมั่นคง ชีวิตจะเขย่าให้เราหลงทางและเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง“ - วิน นิมมานวรวุฒิ 💌 หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนจดหมายที่เต็มไปด้วยประโยคบอกรักและให้กำลังใจ ส่งตรงถึงเพื่อน ๆ นักเดินทางทุกท่านที่กำลังพลัดหลง หรือกำลังเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นการหลงทางครั้งใหม่ • ทุกบทความเปี่
ฟ้ามาป้ายยา📚🎬

ฟ้ามาป้ายยา📚🎬

ถูกใจ 15 ครั้ง

#รีวิวหนังสือ หนังสือเล่มนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังรู้สึกหลงทาง
#รีวิวหนังสือ หนังสือเล่มนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังรู้สึกหลงทาง ไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง หรือกำลังมองหาเส้นทางเดินในชีวิตการทำงาน มาเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่มีทิศทางกัน :) #พัฒนาตัวเอง #หนังสือน่าอ่าน #รักตัวเอง
Maruku.blog

Maruku.blog

ถูกใจ 77 ครั้ง

7สิ่งที่ได้จากหนังสือ The Why Cafe’
เป็นหนังสือที่ฮิลใจได้ดีสำหรับใครหลายๆคน ที่กำลังหลงทางอยู่กับตัวเอง ค้นหาความหมายของการใช่ชีวิตในแต่ละด้าน วันนี้เรามี7ข้อคิดดีๆมาฝากกัน 1️⃣ ตั้งคำถามกับชีวิตตัวเอง หนังสือชวนให้เราตั้งคำถาม เรามีเป้าหมายอะไรในชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ใช้ชีวิตไปวันๆ เพราะมีคำตอบจะทำให้ทุกการตัดสินใจง่ายขึ้น 2️⃣ หาค
Thanaphat

Thanaphat

ถูกใจ 38 ครั้ง

📚 มัดรวม 6 เล่ม หนังสือฮีลใจ ตัวเอง
🎀หนังสือเหล่านี้สอนให้เราก้าวช้าๆ อย่างอ่อนโยนกับใจตัวเอง แม้ในวันที่รู้สึกหลงลืมหรือโดดเดี่ยว หัวใจงดงามเสมอ แม้ถูกลืม พลังจากความเข้าใจนี้จึงทำให้เรามีความหวังและเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ 💫✨ 📖: แด่หัวใจงดงามที่ถูกหลงลืม by นักสะสมผีเสื้อ 🦋 เล่มนี้เหมือนเพื่อนที่เข้าใจหัวใจเราในวันที่เหนื่อ
SEVENTEEN🌱

SEVENTEEN🌱

ถูกใจ 7 ครั้ง

4Key take aways ที่เราเอาไปใช้จริงจากหนังสือเล่มนี้
🍋 ชาว Lemon8 คนไหนที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเองวุ่นวาย ซับซ้อน หรือชอบคิดเยอะ (Overthinking) บ้างไหมครับ? ยกมือขึ้น! 🙋‍♂️🙋‍♀️ วันนี้ขอมาป้ายยาหนังสือ "Think Simple" ผลงานของคุณโสภณ ศุภมั่งมี ที่จะมา "Unlearn" ความยาก แล้วพาเรากลับไปสู่ "จุดที่ง่ายที่สุด" ของชีวิต 📖 หนังสือเล่มนี
Mask.everyday

Mask.everyday

ถูกใจ 22 ครั้ง

6 ประโยคแทงใจจากหนังสือเล่มโปรด 💜
📖 Book 1 Title : แด่ผู้แหลกสลาย (Reasons to Stay Alive) Author : Matt Haig Translator : ศิริกมล ตาน้อย Page Count : 320 My Rating : 🌕🌕🌕🌕🌗 ————————————————————— 📖 Book 2 Title : สโตอิกรายวัน (The Daily Stoic) Author : Ryan Holiday, Stephen Hanselman Translator : พลอยแสง เอกญาติ Page Count
sasilovesreading🍃

sasilovesreading🍃

ถูกใจ 215 ครั้ง

ภาพปกหนังสือ "พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต" (The Monk Who Sold His Ferrari) โดย Robin S. Sharma ซึ่งเป็นหนังสือคลาสสิกที่มียอดขายกว่า 15 ล้านเล่ม พร้อมคำโปรยว่า "เรื่องราวให้แง่คิดที่สนุกจนวางไม่ลง" และ 7 หลักการสู่ความสุขและความสมดุล
ภาพหน้ากระดาษจากหนังสือ "พระ เฟอร์รารี่ และความหมายของชีวิต" ที่มีข้อความไฮไลต์และโน้ตย่อเกี่ยวกับหลักคิดการใช้ชีวิต เช่น การควบคุมจิตใจ การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ การสนุกกับกระบวนการ และการไม่เป็นนักโทษของอดีต
ภาพหนังสือที่เปิดอยู่พร้อมโพสต์อิทหลากสีคั่นหน้า แสดงถึงการจดบันทึกเนื้อหาและประโยคที่ชอบ เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกเหนื่อยล้า หลงทางในชีวิต หรือต้องการแรงบันดาลใจและค้นหาความหมายของชีวิต
📌รีวิวหนังสือ “พระ Ferrari และความหมายของชีวิต”✨
รีวิวหนังสือ “พระ Ferrari และความหมายของชีวิต” 💛เล่มนี้เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของทนายความที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแต่รู้สึกหมดไฟในชีวิต จึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไปแสวงหาความหมายที่แท้จริงในอินเดีย แล้วกลับมาแบ่งปันหลักคิดชีวิตใหม่ให้กับเพื่อนร่วมงาน 💚เนื้อหาในเล่มพูดถึงเทคนิคการใช้ชีวิตแบบมีสติ✨เช
มะลิมะล้อกมะแล้ก

มะลิมะล้อกมะแล้ก

ถูกใจ 8 ครั้ง

มือคนกำลังถือหนังสือชื่อ "Reasons to Stay Alive" หรือ "แด่ผู้แหลกสลาย" โดย Matt Haig โดยมีชื่อหนังสือเป็นภาษาอังกฤษโค้งอยู่ด้านบน และมีหนังสือเล่มอื่น ๆ วางซ้อนกันอยู่ด้านหลัง
หน้ากระดาษสีขาวที่มีข้อความภาษาไทยอ้างอิงจาก Albert Camus ในหนังสือ A Happy Death ระบุว่า "สุดท้ายแล้ว มนุษย์เราก็ต้องการความกล้าหาญที่จะใช้ชีว�ิต มากกว่าที่จะจบชีวิต"
หน้ากระดาษจากหนังสือ "แด่ผู้แหลกสลาย" แสดงรายการข้อคิด 7 ข้อเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและมุมมองของผู้ป่วย เช่น ความรู้สึกเหมือนอยู่บนดาวเคราะห์อีกดวง และจิตใจที่เหมือนอยู่ในพายุเฮอร์ริเคน
หนังสือของคนเคยแหลกสลาย...แด่ผู้แหลกสลาย
Reasons to Stay Alive ที่เขียนโดยนักเขียนที่เราชอบมาก Matt Haig หนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่แค่ How to แต่มันคือบันทึกของคนที่เคย “อยู่ใกล้ความตาย” และเลือกกลับมา “มีชีวิตอีกครั้ง” แมตต์ประสบกับปัญหาโรคซึมเศร้าและอาการวิตกกังวลอย่างหนัก แมตต์บันทึกทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะอยู่ห่างความตายเพียงย่างก้าว ควา
nhuromm

nhuromm

ถูกใจ 4 ครั้ง

ภาพปกหนังสือวรรณกรรม 5 เล่ม ได้แก่ GOTH, The Midnight Library, DEMIAN, ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ และ I Call Him Necktie วางซ้อนกัน พร้อมข้อความว่า '5 หนังสือวรรณกรรม ที่ชอบ ตลอดกาล และ ตลอดไป'
ภาพปกหนังสือ GOTH คดีตัดข้อมือ พร้อมคำอธิบายเนื้อเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนม.ปลายสองคนที่แกะรอยฆาตกร และความรู้สึกของผู้เขียนว่าหนัง��สือเล่มนี้แสดงถึงความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์
ภาพปกหนังสือ The Midnight Library พร้อมคำอธิบายเนื้อเรื่องของ Nora Seed ที่ได้ลองใช้ชีวิตหลายรูปแบบ และความรู้สึกของผู้เขียนว่าหนังสือเล่มนี้ทำให้ตระหนักว่าชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง
5 หนังสือวรรณกรรมที่ชอบตลอดกาลและตลอดไป
สวัสดีค่าาา ทุกคน วันนี้หยิบหนังสือวรรณกรรม 5 เล่ม ซึ่งเป็นเล่มโปรดของเรามากๆ เป็นเล่มที่เราชอบตลอดกาลและตลอดไป วันนี้จะมาเล่าว่าทำไมเราถึงชอบหนังสือเล่มนี้ (อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดเนื้อหาหนังสือมากนะคะ ขอมาเล่า"ความรู้สึก"ที่เรามีตัวหนังสือเล่มนั้น มาแชร์ว่าทำไมเราถึงชอบเล่มนี้ 😊🫶
แมวป่วนชวนอ่าน

แมวป่วนชวนอ่าน

ถูกใจ 32 ครั้ง

Heading Station
"Healing Station" (สถานีพักใจและเยียวยา) 📖พื้นที่ปลอดภัยสำหรับวันที่ใจล้า รวมหนังสือที่ช่วยโอบกอดความรู้สึกและอนุญาตให้คุณได้พัก เพื่อสะสมพลังกลับมาเดินต่ออีกครั้ง #ป้ายยากับlemon8 #รีวิวหนังสือ #หนังสือน่าอ่าน #ติดเทรนด์
ปาริฉัตร.ชวนอ่าน

ปาริฉัตร.ชวนอ่าน

ถูกใจ 0 ครั้ง

หนังสือช่วยชีวิต ⭐️
Reasons to Stay Alive (แด่ผู้แหลกสลาย) โดย Matt Haig เป็นหนังสือฮีลใจที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ววว เป็นหนึ่งในหนังสือที่ช่วยชีวิตเราเลย เศร้านะแต่อบอุ่นหัวใจมากๆๆ ​เรื่องย่อ: หนังสือบันทึกความทรงจำและประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่เคยดิ่งลึกจนเกือบจบชีวิตตัวเองจากโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลในวัย 24 ปี ถ
Krystal (Kaew)

Krystal (Kaew)

ถูกใจ 1 ครั้ง

ภาพมือถือหนังสือฮีลใจ 6 เล่ม โดยมีชื่อเรื่อง “6 หนังสือฮีลใจ ที่ชอบที่สุดในปี 2025” อยู่ด้านบน พร้อมสัญลักษณ์หัวใจและดวงตา
ภาพมือถือหนังสือชื่อ “วันไหนที่ใจแข็งแรง ดอกไม้จะผลิบาน The Enchanted Garden” ปกเป็นรูปผู้หญิงอ่านหนังสือในทุ่งดอกไม้ หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์
ภาพมือถือหนังสือชื่อ “ทุกความทรงจำคือของขวัญจากวันวาน” ปกเป็นรูปกล่องของขวัญที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านไดอารี่ น่ารักและฮีลใจมาก
Top6หนังสือฮีลใจที่ชอบที่สุดในปี2025💘🌟
ป้ายยาหนังสือฮีลใจที่คัดมาเเล้วว่าชอบที่สุดในปีนี้👀💭 #รีแคป2025 #หนังสือฮีลใจในวันที่ท้อ #รีวิวหนังสือฮีลใจ #หนังสือเยียวยาหัวใจ #ป้ายยากับlemon8
วันเวฬา

วันเวฬา

ถูกใจ 1542 ครั้ง

ภาพหน้าปกหนังสือชื่อ “จงถ่ายเอกสาร หน้าสารบัญ แล้วคุณจะเรียนเก่งขึ้น” โดย อิโต มะโกะโตะ จากสำนักพิมพ์ WE LEARN มีข้อความว่า “รีวิวหนังสือ สำหรับคนที่เรียนอยู่” และสติกเกอร์ “หนังสือขายดี อันดับหนึ่ง จากญี่ปุ่น”
ภาพหนังสือที่เปิดอยู่ แสดงสารบัญบทที่ 2 “เทคนิคที่ทำให้เรียนดี” พร้อมหัวข้อต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพของการบรรยายให้ตัวเองฟัง, ความสำคัญของการเน้นข้อความ และเมื่อรู้สึกว่าพอแล้ว ให้สู้ต่ออีก 5 นาที
ภาพหนังสือที่เปิดอยู่ แสดงสารบัญบทที่ 3 “วิธีรับมือกับตอนที่ใกล้หมดกำลังใจ” และบทที่ 4 “การเรียนคือการจัดเกลา” พร้อมหัวข้อต่างๆ เช่น วิธีเอาชนะนิสัยมองโลกในแง่ร้าย และสร้างสมดุลให้กับการนอนหลับ การกินอาหาร และความเครียด
รีวิวหนังสือจิตวิทยา เหมาะสำหรับคนที่กำลังเรียนอยู่
📚รีวิวหนังสือแนวพัฒนาตัวเองเล่มโปรดของเรา “จงถ่ายเอกสารหน้าสารบัญ แล้วคุณจะเรียนเก่งขึ้น” • อย่างแรกต้องบอกก่อนว่าชื่อหนังสือกับเนื้อหาแทบไม่ได้เกี่ยวข้องกันขนาดนั้น หนังสือเล่มนี้พูดถึงเทคนิคในการอ่านหนังสือ+การเรียนซะมากกว่า ส่วนเรื่องหน้าสารบัญก็เป็นเพียงเทคนิคนึงของวิธีการเรียนของผู้เขียนเฉย
OongTheDuck

OongTheDuck

ถูกใจ 154 ครั้ง

🌻 เติบโตในแบบของเรา ไม่ใช่ในแบบที่คนอื่นคาดหวัง
🌻 รีวิวหนังสือ : จงเติบโตเป็นคนที่ตนเองชอบ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้เราเก่งกว่าใคร แต่สอนให้เรากลับมามองตัวเองด้วยความเข้าใจมากขึ้น หลายครั้งที่ความทุกข์ของเราเกิดจากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น หรือพยายามใช้ชีวิตตามมาตรฐานที่สังคมกำหนดไว้ หนังสือเล่มนี้ค่อย ๆ ชวนให้เราถามตัวเองว่า “จ
มีนัทอ่านหนังสือ

มีนัทอ่านหนังสือ

ถูกใจ 64 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม