เบื่อเป็นผู้ช่วย อยากเป็นเภสัชต้องทำยังไง
เบื่อเป็นผู้ช่วย อยากเป็นเภสัชต้องทำยังไง
ถ้าตอนนี้เป็น “ผู้ช่วยเภสัช” อยู่ (หรือทำงานร้านยา/รพ.มาสักพัก) แล้วเริ่มสนุกกับการจ่ายยา จำชื่อยาได้มากขึ้น จนคิดว่า “อยากเป็นเภสัชกรจริงๆ” ขอตอบแบบตรงๆ ว่าไปต่อได้ แต่ต้องวางแผนให้ถูกทาง เพราะงานผู้ช่วยกับงานเภสัชกรต่างกันที่ “ใบประกอบวิชาชีพ” และการเรียนระดับปริญญาตรี 1) ผู้ช่วยเภสัช ≠ เภสัชกร (สิ่งที่ต้องมีเพิ่ม) - เภสัชกรต้องจบคณะเภสัชศาสตร์ (ส่วนมาก 6 ปี) และสอบผ่านเพื่อ “ขอใบประกอบ” - ประสบการณ์เฝ้าร้านยา/ทำในรพ.ช่วยให้เข้าใจหน้างานจริง แต่ “ทดแทนวุฒิ” ไม่ได้ 2) อยากเรียนเภสัช ต้องเริ่มจากเช็กคุณสมบัติการรับเข้า คำถามยอดฮิตคือ “ไม่ได้เรียนสายวิทย์ เรียนเภสัชได้ไหม” คำตอบคือแล้วแต่เกณฑ์ของปีนั้นและของแต่ละมหาวิทยาลัย บางที่เน้นสายวิทย์ บางรอบ/บางระบบรับเข้ามีเงื่อนไขต่างกัน แนะนำให้ทำลิสต์มหาลัยที่สนใจ แล้วเข้าไปดูหน้าเกณฑ์รับสมัครโดยตรง (ปีต่อปีเปลี่ยนได้) 3) เส้นทางเข้าคณะเภสัชศาสตร์ที่เจอบ่อย - ระบบสอบกลาง/คัดเลือกตามเกณฑ์ (เช็กว่าใช้คะแนนอะไรบ้างในปีนั้น) - รอบพอร์ต/โควตา/รับตรงของมหาวิทยาลัย (บางที่ดูผลงาน กิจกรรม จิตอาสา หรือความสนใจด้านสุขภาพ) ถ้าคุณทำงานอยู่แล้ว ให้ใช้ “ประสบการณ์จริง” เป็นจุดแข็งในการเขียนเหตุผลสมัคร/สัมภาษณ์ เช่น เคยช่วยจัดยา เคยรับคำถามคนไข้ เห็นความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้ยา ฯลฯ 4) เตรียมตัวแบบคนทำงานประจำ (ทำได้จริง) - วางตารางอ่านสม่ำเสมอ: วันละ 1–2 ชม. เน้นวิชาพื้นฐานที่ต้องใช้เยอะ (ชีวะ เคมี) และค่อยเพิ่มความเข้มก่อนสอบ - เก็บเอกสารให้พร้อม: วุฒิการศึกษา ทรานสคริปต์ ใบรับรองการทำงาน/กิจกรรม (ถ้ารอบที่ใช้) - หาเป้าหมาย “มหาลัยไหน” ก่อน แล้วค่อยไล่ “ต้องใช้คะแนนอะไร” จะไม่หลงทาง 5) ทำไมถึงอยากเป็นเภสัช? (เอาไว้ตอบตัวเองและใช้สมัคร) ลองเขียนเป็น 3 ข้อสั้นๆ จากประสบการณ์จริง เช่น - เริ่มสนุกกับการจ่ายยาและอยากทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาชีพ - อยากมีความรู้ลึกขึ้นเรื่องอันตรกิริยาระหว่างยา การแพ้ยา ขนาดยา - อยากรับผิดชอบงานได้เต็มบทบาทและมีใบประกอบ สรุป: ถ้าเบื่อเป็นผู้ช่วยเภสัชแล้วอยากเป็นเภสัชกร “ยังทัน” แน่นอน แต่ต้องเปลี่ยนจากโหมดทำงานหน้างานอย่างเดียว มาเป็นโหมดวางแผนสอบ/สมัครให้ตรงเกณฑ์มหาวิทยาลัยในปีนั้น และเตรียมตัวไปจนถึงขั้นขอใบประกอบให้ได้











🥰👍