ม้างกาย

ม้างกาย: ประสบการณ์ครั้งหนึ่งที่เปิดประตูสู่การศึกษารูป–นาม

ประมาณปี พ.ศ. 2540 ช่วงหนึ่งของชีวิตผมได้มีโอกาสบวชและใช้ชีวิตอยู่ในวัดป่า การภาวนาในเวลานั้นเป็นไปตามแนวทางของครูบาอาจารย์สายวัดป่า หนึ่งในวิธีที่พระอาจารย์พาพระลูกวัดฝึกกัน เรียกว่า “ม้างกาย”

คำว่า “ม้าง” เป็นภาษาอีสาน หมายถึงการรื้อออก ถอนออก หรือแกะสิ่งที่ประกอบกันอยู่ออกทีละส่วน

การม้างกายจึงเป็นการภาวนาด้วยการพิจารณาและนึกภาพกายที่เราเคยเห็นว่าเป็น “คนหนึ่งคน” หรือเป็น “ตัวเรา” ให้ค่อย ๆ ถูกแยกออกทีละชั้น

พระอาจารย์พาให้เริ่มจากการนึกเห็นว่า ผิวหนังถูกลอกออกจากร่างกาย จากนั้นค่อย ๆ พิจารณาลึกลงไปถึงเนื้อ มัน เอ็น พังผืด เยื่อหุ้มกระดูก แล้วจึงถอดกระดูกออกทีละชิ้น

กระดูกแขน กระดูกขา ซี่โครง กระดูกสันหลัง กะโหลกศีรษะ...

ค่อย ๆ ถอดออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกระดูกชิ้นสุดท้ายถูกนำออกและทิ้งไป

เหลืออะไร?

คำถามนี้ในวันนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในรูปของการนั่งคิดหาเหตุผล แต่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงในการภาวนา

เมื่อกายซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของคำว่า “เรา” ถูกม้างออกไปจนหมด สิ่งหนึ่งที่ผมได้สัมผัสอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อนก็คือ

ยังมีความรู้สึกว่า “รู้” อยู่

วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มเห็นลาง ๆ ว่า สิ่งที่กำลังรู้อยู่นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งเดียวกับภาพของกายหรือรูปที่เราคุ้นเคย

แน่นอนว่าในเวลานั้นความเข้าใจของผมยังไม่ลึกนัก

ผมยังไม่ได้เห็นส่วนของ “นาม” ชัดเจน ยังไม่ทันสังเกตอย่างละเอียดว่า ความคิด ความจำ ความรู้สึก การตีความ และการปรุงแต่งต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นและดับไปเช่นเดียวกัน

สิ่งที่สัมผัสได้ในตอนนั้นจึงเป็นเพียงความเข้าใจอย่างเลือนรางเกี่ยวกับสิ่งที่ในภาษาปฏิบัติเรียกว่า “ผู้รู้”

แต่ประสบการณ์เล็ก ๆ ครั้งนั้นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากสำหรับผม

เมื่อ “กาย” ที่เคยเป็นเรา ถูกแยกออก

ชีวิตประจำวันของเราน่าสนใจตรงที่ เราแทบไม่เคยเห็นร่างกายเป็นส่วนประกอบ

เวลาเรามองตัวเองในกระจก เราไม่ได้เห็นผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไขมัน เอ็น และกระดูก

เราเห็นทันทีว่า

“นี่คือฉัน”

เมื่อมองคนอื่น เราก็ไม่ได้เห็นองค์ประกอบเหล่านั้น เราเห็น “แม่” “พ่อ” “ลูก” “คนรัก” “เพื่อน” หรือ “คนที่เราไม่ชอบ”

จิตนำส่วนประกอบจำนวนมากมารวมกัน แล้วสร้างขึ้นเป็น “คนหนึ่งคน” อย่างรวดเร็วจนเราไม่ทันเห็นกระบวนการที่เกิดขึ้น

การม้างกายจึงเหมือนการทำสิ่งที่ตรงกันข้าม

จากที่จิตเคย ประกอบ สิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนกลายเป็น “เรา”

การภาวนากลับพาให้ค่อย ๆ รื้อ สิ่งที่ประกอบกันนั้นออก

กายไม่ได้หายไปจริง ๆ

แต่ภาพในใจที่เคยแน่นหนาว่า

“กายนี้คือตัวฉัน”

เริ่มถูกตั้งคำถาม

สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกม้าง แต่คือสิ่งที่เราเริ่มเห็น

หากมองย้อนกลับไป ผมคิดว่าสาระสำคัญของประสบการณ์ครั้งนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าเราสามารถจินตนาการการลอกหนังหรือถอดกระดูกได้ชัดเพียงใด

สิ่งสำคัญกว่า คือการได้พบว่า ประสบการณ์ที่เราเรียกว่า “ตัวเรา” อาจไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เคยเข้าใจ

ก่อนหน้านั้น คำว่า “ฉัน” กับ “ร่างกายนี้” แทบจะเป็นเรื่องเดียวกัน

แต่เมื่อรูปถูกแยกออกจนหมด ในประสบการณ์ของการภาวนากลับยังมีความรู้เกิดขึ้น

ตรงนั้นเองทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า

ถ้ากายไม่ใช่ทั้งหมดของเราแล้ว

สิ่งที่รู้อยู่นี้คืออะไร?

ต่อมา คำถามนี้นำผมไปสู่การเรียนรู้เรื่อง รูปและนาม กายและใจ มากขึ้น

จากการเห็นกาย จึงเริ่มสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจ

ความคิดเกิดขึ้นอย่างไร

ความรู้สึกเกิดขึ้นอย่างไร

ความจำเข้ามาทำงานเมื่อใด

การตีความและการปรุงแต่งเกิดขึ้นตอนไหน

และที่สำคัญ เราเข้าไปยึดสิ่งเหล่านั้นเป็น “ฉัน” ตั้งแต่เมื่อไร

จากการม้างกาย สู่การมองเห็นสิ่งที่จิตประกอบขึ้น

เมื่อมองจากวันนี้ ประสบการณ์ม้างกายในครั้งนั้นทำให้ผมสนใจคำถามหนึ่งเรื่อยมาว่า

สิ่งที่เรากำลังประสบอยู่ตรงหน้า กับสิ่งที่จิตของเราสร้างขึ้นเกี่ยวกับมัน เป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่

ร่างกายเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย

แต่ในชีวิตจริง เราอาจทำสิ่งเดียวกันกับเรื่องอื่นอยู่ตลอดเวลา

คนพูดประโยคหนึ่งกับเรา

แต่ใจอาจประกอบต่อว่า

“เขาดูถูกฉัน”

ใครบางคนไม่ตอบข้อความ

ใจอาจสร้างต่อว่า

“เขาไม่เห็นความสำคัญของเรา”

เหตุการณ์หนึ่งไม่เป็นอย่างที่หวัง

ใจอาจประกอบต่อว่า

“ชีวิตฉันล้มเหลว”

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงอาจมีเพียงส่วนหนึ่ง แต่จิตสามารถนำความจำ ความกลัว ความคาดหวัง และเรื่องราวในอดีตเข้ามาประกอบจนกลายเป็น “ความจริง” อีกชุดหนึ่ง

ในแง่นี้ การม้างกายจึงให้บทเรียนที่กว้างกว่าการพิจารณาร่างกาย

มันสอนให้ผมเริ่มสงสัยว่า

สิ่งที่เรายึดว่าเป็นจริงนั้น มีส่วนไหนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และมีส่วนไหนเป็นสิ่งที่ใจของเราประกอบเติมขึ้นมา

วันนั้นยังไม่ใช่คำตอบ

ผมไม่ได้มองประสบการณ์ครั้งนั้นว่าเป็นการพบคำตอบสุดท้าย

ตรงกันข้าม มันเป็นเพียงการเปิดประตู

วันนั้นผมเริ่มเห็น “ผู้รู้” ลาง ๆ แต่ยังไม่เห็นความคิด ความนึก ความจำ และการปรุงแต่งต่าง ๆ ชัดเจน

ยังมีอะไรอีกมากที่ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของกายและใจ

แต่บางครั้ง การเดินทางที่ยาวนานก็เริ่มต้นจากประสบการณ์เล็ก ๆ เพียงครั้งเดียว

สำหรับผม ประสบการณ์ “ม้างกาย” เมื่อครั้งบวชอยู่ในวัดป่าราวปี 2540 คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นนั้น

จากการรื้อกายออกทีละส่วน

นำไปสู่การตั้งคำถามต่อสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเรา”

จากการเห็นรูป

ค่อย ๆ นำไปสู่การศึกษานาม

จากการพยายามเข้าใจสิ่งที่ถูกรู้

นำไปสู่ความสนใจใน “ผู้รู้”

และจากวันนั้นเป็นต้นมา ผมจึงสนใจการศึกษากายใจ รูปนาม และกระบวนการที่จิตสร้าง “โลกของเรา” ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

นำมาเล่าสู่กันฟัง ไม่ได้เพื่อให้เชื่อตามหรือจำเป็นต้องไปทำตาม แต่เผื่อประสบการณ์ครั้งหนึ่งของผมจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจการภาวนา และอาจชวนให้เราลองกลับมาสังเกตว่า

ในสิ่งที่เรากำลังเรียกว่า “ฉัน” อยู่ทุกวันนี้

อะไรคือกาย

อะไรคือใจ

อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

และอะไรคือสิ่งที่ใจของเรากำลังประกอบขึ้น

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการปฏิบัติภาวนาแบบม้างกายเป็นประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและยากจะอธิบายด้วยคำพูดทั่วไป เพราะเป็นการนำจิตใจไปสู่การรับรู้ถึงสภาพความเป็นจริงที่อยู่เหนือภาพลักษณ์ทางกายภาพที่เราคุ้นชินกันโดยทั่วไป จากการรื้อถอนชั้นต่าง ๆ ของกายออกทีละชั้น ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เนื้อ เอ็น พังผืด ไปจนถึงกระดูก สิ่งที่ค้นพบกลับไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นความรู้สึกของ "ผู้รู้" ที่ยังคงมีอยู่ การรับรู้นี้เปิดมุมมองใหม่ว่า "ตัวเรา" ที่เคยเข้าใจว่าเป็นเพียงกายในรูปแบบเดียว อาจไม่ใช่สิ่งที่แท้จริงทั้งหมด ประสบการณ์นี้สอนให้ผู้ปฏิบัติเห็นความซับซ้อนของ "รูป" และ "นาม" ซึ่งในทางธรรมะหมายถึงสสารและจิตใจ ความคิด ความรู้สึก ความจำ และการตีความต่าง ๆ ที่ใจสร้างขึ้นมาประกอบกันจนกลายเป็น "ตัวตน" การม้างกายจึงไม่เพียงแต่เป็นการพิจารณาร่างกายภายนอก แต่ยังเป็นการตั้งคำถามกับภาพที่จิตใจสร้างขึ้นภายในด้วย สำหรับผู้ที่สนใจการปฏิบัติภาวนา การเรียนรู้และประสบการณ์แบบนี้อาจช่วยให้เกิดสติและปัญญาในการเข้าใจตัวเองและโลกอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์หรือความคิดที่แปรผันไปตามกาลเวลาและสถานการณ์ นอกจากนี้ การตรวจสอบสิ่งที่จิตใจแต่งเติมเพิ่มเติมเข้ามาในประสบการณ์ชีวิตประจำวัน เช่น การตัดสินใจ คนอื่นพูดกับเราว่าอย่างไร หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ช่วยให้เราเข้าใจว่าความเป็นจริงที่แท้จริงกับสิ่งที่ใจสร้างขึ้นนั้นแตกต่างกันอย่างไร การรับรู้ความแตกต่างนี้คือก้าวสำคัญที่ช่วยลดความทุกข์และความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนที่ผิดพลาด ดังนั้น การม้างกายไม่ใช่เพียงแค่เทคนิคทางภาวนา แต่เป็นประตูเปิดสู่การศึกษารูปนามอย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การเข้าใจตัวตนและความเป็นจริงอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งทางจิตใจและการดำเนินชีวิตทั่วไป

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ลัคพัฒนรี
ลัคพัฒนรี

🙏🙏🙏🪷🪷🪷สาธุค่ะ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพประกอบแสดงความลึกของฌาน โดยมีตัวการ์ตูนยืนเรียงตามลำดับขั้นการทำสมาธิ ตั้งแต่ขณิกะ อุปจาระ ฌาน ๑ ถึง ๔ และอรูปฌาน ๔ ได้แก่ อากาสานัญจา วิญญาณัญจา อากิญจัญญา และเนวสัญญานา ซึ่งแสดงถึงระดับความสงบที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ
✅📌ความสึกของฌาน
สำหรับคนที่ไม่มีนิมิตแสงๆสีๆวูปวาบให้เห็นก็ไม่ต้องกังวล กลับดีเสียอีกจะไม่ต้องพะวงกับกลที่มันแสดง มีเวลาเอาสติไปรู้องค์ภาวนากันยาวๆไปแต่ยังมีปัจจัยที่ไม่ลงเป็นขนิกสมาธิได้ เช่น 😊จิตใจวอกแวก:ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้นาน 😊ความคิดฟุ้งซ่าน:มีความคิดมากมายวนเวียนอยู
ndy

ndy

ถูกใจ 5 ครั้ง

ภาพแสดงหุ่น 5 แบบ ได้แก่ หุ่นนาฬิกาทราย หุ่นสี่เหลี่ยม หุ่นลูกแพร หุ่นสามเหลี่ยมคว่ำ และหุ่นแอปเปิ้ล พร้อมคำแนะนำการแต่งตัวเพื่อเสริมรูปร่างให้ดูดีขึ้น.
ภาพอธิบายหุ่นนาฬิกาทรายที่มีไหล่และสะโพกเท่ากัน เอวคอด แนะนำเสื้อผ้าเน้นเอวเข้ารูป ไม่แนะนำเสื้อหลวมบดบังเอว.
ภาพอธิบายหุ่นสี่เหลี่ยมที่มีไหล่ เอว สะโพกใกล้เคียงกัน แนะนำเสื้อผ้าเพิ่มมิติ ท่อนล่างพอง ไม่แนะนำเสื้อทรงตรงหรือรัดรูป.
หุ่นเราเป็นแบบไหนนะ? พร้อมคำแนะนำการแต่งตัว
#หุ่นแบบนี้แต่งตัวยังไงดี #หุ่นนาฬิกาทราย #หุ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า #หุ่นลูกแพร์ #หุ่นสามเหลี่ยม
jynenstyle ཐིཋྀ

jynenstyle ཐིཋྀ

ถูกใจ 10K ครั้ง

#โอวาทธรรมคำสอน #เสียงธรรม #หลวงปู่หลุย_จนฺทสาโร
วัดถ้ำผาบิ้ง
-arsn-

-arsn-

ถูกใจ 5 ครั้ง

ภาพสรุปการแต่งตัวสำหรับหุ่นนาฬิกาทราย แนะนำเสื้อผ้าที่เน้นช่วงเอว เช่น เสื้อคอวี คอปาด กางเกงเข้ารูป กระโปรงทรงเอ และเดรสเข้ารูป หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าทรงหลวมบดบังเอว
ภาพสรุปการแต่งตัวสำหรับหุ่นสี่เหลี่ยม แนะนำเสื้อผ้าที่เพิ่มมิติ เช่น มีระบาย ท่อนล่างพอง เดรสเก็บทรง หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าทรง�ตรง Oversized กางเกงสกินนี่ หรือท่อนล่างรัดรูป
ภาพสรุปการแต่งตัวสำหรับหุ่นลูกแพร์ แนะนำเสื้อผ้าที่เพิ่มความเด่นช่วงบน ท่อนล่างสบายๆ เช่น กระโปรงทรงเอ ทรงตรง หลีกเลี่ยงท่อนล่างที่รัดรูปเน้นสะโพกมากเกินไป
โพยสรุปการแต่งตัวสาวหุ่นทั้ง 5 แบบ มาแล้วค้าบบ 😍✨
จากโพสก่อนหน้าที่แยกกันหลายโพส อาจจะทำให้ดูยากไปนิดนึง เพราะหุ่นเราสามารถเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลาเหมือน MBTI เราเลยสรุปรวมเป็นโพยมาให้ในโพสเดียวเลย 🫶✨ หวังว่าเพื่อนๆจะเอนจอยกับการแต่งตัวกันมากขึ้นนะคะ 🥰 #หุ่นแบบนี้แต่งตัวยังไงดี #แต่งตัวตามรูปร่าง #หุ่นแบบไหน #หุ่นนาฬิกาทราย #หุ่นสี่เห
jynenstyle ཐིཋྀ

jynenstyle ཐིཋྀ

ถูกใจ 6203 ครั้ง

ร่างกายมหัศจรรย์ที่สุดแล้ว
เค้าทำงานตลอด 24 ช.ม. และตลอดชีวิตเรา กลับมาดูแลร่างกายเราให้กีกันนะ ทานอาหารดีมีประโยชน์ สะอาด ออกกำลังกายวันละนิดให้หัวใจสูบฉีดเลือดทั่วร่างกาย ปอด สมอง และอวัยวะส่วนต่างๆ และบอกรักร่างกายทุกวันด้วยนะครับ
Mโซมาสเตอร์พีช ราชาแห่งจ�ักรวาล

Mโซมาสเตอร์พีช ราชาแห่งจักรวาล

ถูกใจ 0 ครั้ง

✅ 4 ท่า ฝึกบุคลิกภาพ 🥰
❗️อยากบุคลิกภาพดี ทำ 4 ท่านี้ทุกวัน รับรองว่าคุณจะดูดีขึ้นแน่นอนค่ะ🥰 #บุคลิกภาพดีสร้างได้ #บุคลิกภาพ #สอนบุคลิกภาพ #m2model #4ท่าฝึกบุคลิกภาพ
M2 model

M2 model

ถูกใจ 12K ครั้ง

ปั้นหุ่น EP.1 : เปลี่ยนหุ่นผอมกุ้งแห้งเป็นหุ่นนายแบบกล้ามสวย 💪✨
โดยเฟิร์สจะขอแบ่งออกเป็น 2 พาร์ทนะ พาร์ทนี้จะเป็นการพูดถึงวิธีการ “Bulking” เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งคลิปอาจจะยาวหน่อยแต่บอกเลยเป็นประโยชน์แน่ๆ สำหรับใครที่กำลังปั้นหุ่นหรืออยากมีกล้ามแน่นอน ใครไม่เคลียร์หรือสงสัยตรงไหนสอบถามมาได้เลยน้า . อย่างไรก็ฝากเพื่อนๆ กด Like, Share และ Repost เพื่อเป็น
FirstChit

FirstChit

ถูกใจ 1465 ครั้ง

ภาพแพะทะเลสีทอง สัญลักษณ์ดวงตาปีศาจสีน้ำเงิน ดอกไม้สีฟ้า เหรียญทอง และถุงเงินสีน้ำเงิน ท่ามกลางคลื่นทะเลและท้องฟ้าสดใส
ภาพแพะทะเลสีทอง สัญลักษณ์ราศีมังกร ดวงตาปีศาจสีน้ำเงิน ดอกไม้สีฟ้าอมชมพู เหรียญทอง และถุงเงินสีน้ำเงินบนพื้นหลังสีฟ้า
ภาพแพะทะเลสีทอง ดวงตาปีศาจสีน้ำเงินรูปตา ดอกไม้สีฟ้าอมชมพู เหรียญทอง และถุงเงินสีน้ำเงิน พร้อมคลื่นทะเลและท้องฟ้า
♑ Capricorn – ราศีมังกร (แพะทะเล)
♑ Capricorn – ราศีมังกร (แพะทะเล) #cheetahratti #evileyesoff🧿🖤 #nazar #สายมู #วอลเปเปอร์
Ritticheetah

Ritticheetah

ถูกใจ 21 ครั้ง

#capcut #เพลงเพราะๆ #ทำร้าย #มอกระจาย90
ตัวร้ายในชีวิต👧

ตัวร้ายในชีวิต👧

ถูกใจ 2 ครั้ง

ภาพหญิงสาวกำลังถ่ายเซลฟี่ในห้องแต่งตัว โดยมีนางแบบ Victoria's Secret สองคนแต่งกายแฟนซีอยู่ด้านข้าง พร้อมข้อความหัวข้อ 'Victoria's Secret STRETCHING' และ 'stretching แบบนางฟ้า VS🤍🧚‍♀️'
ภาพแสดงตารางการยืดเหยียดตอนเช้า เน้นส่วนล่างของร่างกาย เช่น Childpose, Cat-cow, Cobra, Knee to chest และ Neck stretch โดยมีนางแบบ Victoria's Secret สองคนเป็นภาพประกอบ
ภาพแสดงตารางการยืดเหยียดก่อนนอน เน้นส่วนบนของร่างกาย โดยเฉพาะไหล่ เช่น Cross shoulder stretch, Shoulder rotation, Single hand squeeze, Head tilt, Bicep stretch และ Back stretch พร้อมภาพนางแบบ Victoria's Secret สองคน
ตาราง stretching แบบนางฟ้า VS🤍🧚‍♀️
ไหนมีใครตาม Victoria’s Secret แบบปุ้นบ้างงง🩰🪽 หุ่นแต่ละชีที่เดินบนรันเวย์คือแบบสับมากกก!!!🔥 รู้เลยว่าต้องออกกำลังกายอย่างหนักแน่นอน แต่การออกกำลังกายอย่างเดียวนั้นไม่พอ เราต้องมีการ stretching ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้กล้ามเนื้อและ posture เราดูสวยขึ้นนั่นเอง🧘🏻‍♀️🤍 💘Routine stretching ตามนางแบบ V
kaowqoon

kaowqoon

ถูกใจ 28 ครั้ง

ภาพเปรียบเทียบผิวหน้าผาก: ด้านบนคือ 'DAY 1' แสดงรูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียน ส่วนด้านล่างคือ 'DAY 45' แสดงผิวที่เรียบเนียนขึ้นมากและรูขุมขนกระชับลงอย่างเห็นได้ชัด
🌸 รูขุมขนกระชับใน 45 วัน ด้วยน้ำเกลือ + มาส์ก! ของถูกแต่ดีจริง
ใครที่รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าไม่ติด ผิวดูหยาบจนต้องพึ่งฟิลเตอร์ — ฟังทางนี้! ตอนแรกตัวเองก็ไม่เชื่อค่ะ ว่าน้ำเกลือธรรมดา ๆ จะช่วยได้จริง จนลองทำต่อเนื่อง 1 เดือนกว่า… ตอนนี้รูขุมขนแทบมองไม่เห็น 🫢 ผิวนุ่มเนียนแต่งหน้าง่ายขึ้นมาก! 🧴 ของที่ต้องมี • น้ำเกลือสะอาด (แบบใช้ล้างแผลทั่วไป หาซื้อได้ร้านยา
แม่ปุ๋ย ลูกสองรีวิวบิวตี้

แม่ปุ๋ย ลูกสองรีวิวบิวตี้

ถูกใจ 4290 ครั้ง

AHA MASK มาส์กผิวกรดผลไม้💦
เสพติดเซรั่มกรดแดง AHA แต่มันไม่สะใจ ! อยากได้แบบเข้มข้นจัดๆ เลยมาเป็นมาส์กกรดแดง AHA ไม่เหมาะกับผิวบอกบาง เพราะสารสกัดเร่งขาวอะแม่ 💦 AHA ธรรมชาติจากกรดผลไม้ แครนเบอรี่ , ทับทิม , กระเจี๊ยบแดง , บีตรูต มาแบบข้นๆเลยย ! ไม่พอเน้นวิตามินฉ่ำๆ Niacinamide + Vitamin B3 + Vitamin C + Vitamin E ไม
อิสอาย ♡

อิสอาย ♡

ถูกใจ 117 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม