ส้มตำ และ ยำ ต่างกันยังไง มีนักเรียนหลายท่านถามทิพย์มา คำตอบอยู่ในคลิปนี้เลยค่ะ
.
เวลามีคนถามฉันว่า “ตํากับยํา ต่างกันยังไง” ฉันจะอธิบายสั้นๆ แบบนี้เลยค่ะ: ส้มตำคือการใช้ครก “ตำ” ให้เครื่องปรุงเข้าไป “เปิดเนื้อวัตถุดิบ” ทำให้วัตถุดิบช้ำเล็กน้อยและดูดซึมน้ำปรุงได้ดี ส่วนยำคือการ “คลุก” ในอ่าง/ชาม เน้นให้เครื่องปรุงเคลือบวัตถุดิบแบบทั่วถึง แต่ไม่ทำให้วัตถุดิบช้ำมาก รสชาติจะออก “สด” และกลิ่นสมุนไพรเด่นกว่า ความต่างที่สังเกตได้ง่าย - วิธีทำ: ส้มตำ = ตำ / ยำ = คลุก - เนื้อสัมผัส: ส้มตำจะนัวและเข้าเนื้อกว่า เพราะการตำช่วยดึงรสชาติออกมาและทำให้เครื่องซึมเข้าไป ยำจะกรอบเด้งและเป็นชิ้นเป็นคำ - วัตถุดิบยอดฮิต: ส้มตำมักใช้มะละกอดิบ แตง ถั่วฝักยาว ปู/กุ้งแห้ง ส่วนเมนูยำจะใช้ซีฟู้ด วุ้นเส้น หมูยอ ไส้กรอก ไข่ต้ม ผักสดต่างๆ ถ้าอยากเริ่มทำ “เมนูยำ” แบบง่ายๆ ที่บ้าน ฉันแนะนำให้จำสูตรน้ำยำพื้นฐานก่อนค่ะ แล้วค่อยปรับตามสไตล์ - รสเปรี้ยว: น้ำมะนาว (ค่อยๆ ใส่ ชิมไปเรื่อยๆ) - รสเค็ม: น้ำปลา - รสหวาน: น้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทราย (ช่วยตัดให้กลม) - เผ็ดหอม: พริก + หอมแดง เคล็ดลับของฉันคือ “แยกน้ำยำ” ผสมให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยเทคลุกกับวัตถุดิบ จะคุมรสได้ง่ายกว่า ไอเดียเมนูยำที่คนค้นหาบ่อยและทำไม่ยาก 1) ยำหมูยอ: หั่นหมูยอเป็นชิ้นพอดีคำ ใส่หอมแดง ขึ้นฉ่าย แล้วคลุกน้ำยำ รสจะเปรี้ยวเค็มหวานลงตัว 2) ยำวุ้นเส้น: ลวกวุ้นเส้นให้พอดี (อย่านานเกินไป) ใส่หมูสับ/กุ้งตามชอบ เพิ่มมะเขือเทศ หอมแดง 3) ยำทะเลรวม: ซีฟู้ดลวกสะเด็ดน้ำก่อนคลุก จะไม่คายน้ำออกมาเยอะ น้ำยำไม่จืด ทริคแก้ปัญหายำแฉะ/รสเพี้ยน - วัตถุดิบต้องสะเด็ดน้ำ โดยเฉพาะของลวก - คลุกตอนจะกิน ไม่ทิ้งไว้นาน - ชิมรสให้มี “นำเปรี้ยว” เล็กน้อย เพราะพอคลุกกับผักแล้วรสจะอ่อนลง สรุปง่ายๆ: ถ้าชอบความนัวเข้าเนื้อให้เลือก “ตำ” แต่ถ้าชอบความสดกรอบและรสชัดแบบเคลือบวัตถุดิบให้เลือก “ยำ” ค่ะ


























