ก่อนโทษตัวเอง ทำไมไม่ลองโทษคนอื่นดูก่อนล่ะครับ🚨
Microsoft ออกมาชี้แจงประเด็นปัญหา Windows 11/10 ที่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยมักโยงความผิดไปที่ Windows Update หลังเกิดอาการเครื่องมีปัญหาหรือใช้งานผิดปกติ โดย Raymond Chen วิศวกรอาวุโสผู้มีส่วนร่วมพัฒนา Windows ได้อธิบายว่า หลายกรณีต้นเหตุที่แท้จริงไม่ได้มาจากตัวอัปเดตของระบบ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาก่อนหน้านั้น และเพิ่งแสดงผลหลังการรีสตาร์ตเครื่อง
.
Microsoft ชี้ว่า สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำใ ห้ Windows เกิดปัญหา มักเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่ผู้ใช้นำมาติดตั้ง อย่างกรณีล่าสุด เช่น Samsung Magician สำหรับจัดการ SSD ที่พบว่าใช้งานไม่ได้ และอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงบน Windows 11 บางเครื่อง
.
โดยในองค์กรขนาดใหญ่ ทีม IT มักรายงานปัญหาหลังช่วง Patch Tuesday โดยเข้าใจว่าอัปเดตของ Windows เป็นตัวการ เนื่องจากปัญหามักเกิดขึ้นหลังการติดตั้งและรีสตาร์ตเครื่อง แต่ทางทีมซัพพอร์ตของ Microsoft พบว่า “การรีสตาร์ต” ต่างหากที่เป็นตัวกระตุ้นให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ก่อนหน้าแสดงออกมา ไม่ใช่ตัวแพตช์เอง
.
สาเหตุเบื้องหลังมักย้อนกลับไปถึงการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า เช่น การติดตั้งไดรเวอร์ใหม่ การลงซอฟต์แวร์เพิ่มเติม หรือการปรับแต่งระบบผ่าน Group Policy หรือ Registry ซึ่งบางครั้งอาจมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจไม่แสดงผลทันที แต่จะเริ่มส่งผลเมื่อระบบมีการรีโหลดค่าต่าง ๆ หลังรีบูต จึงทำให้เข้าใจผิดว่า Windows Update เป็นต้นเหตุของปัญหา
.
แม้ Microsoft จะย้ำว่าปัญหาจำนวนมากไม่ได้เกิดจาก Windows โดยตรง แต่ก็ยอมรับว่า Windows Update เองก็มีประวัติสร้างปัญหาให้ผู้ใช้เช่นกัน โดยล่าสุดบริษัทเพิ่งต้องถอนอัปเดตบางรายการที่มีบั๊กเกี่ยวกับการดาวน์โหลด และออกแพตช์แก้ไขใหม่ภายใต้หมายเลข KB5086672
.
ทั้งนี้ มุมมองของ Microsoft สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาหลังการอัปเดตอาจไม่ได้เกิดจากตัวระบบปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมจากซอฟต์แวร์ ไดรเวอร์ และการตั้งค่าที่ผู้ใช้หรือองค์กรได้ปรับแต่งไว้ก่อนหน้า ซึ่งถูกกระตุ้นให้แสดงอาการเมื่อระบบมีการรีสตาร์ตนั่นเอง
.
ที่มา : neowin





























