รองนายกฯ "ยศชนัน" พบปะนักเรียนไทยเมืองไอนด์โฮเฟิน ชูความร่วมมือ Science Diplomacy ทลายกรอบข้อจำกัดเทคโนโลยี
(15 มิ.ย. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มนักเรียนและนักวิชาชีพชาวไทย ณ เมืองไอนด์โฮเฟิน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ในระหว่างการเดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมเพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำถึงกลยุทธ์การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เพื่อทลายกรอบข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ พร้อมผลักดันให้คนไทยใช้ศักยภาพทั่วโลกเป็น Ecosystem ในการเรียนรู้และทดสอบนวัตกรรม เพื่อเป้าหมายในการยกระดับประเทศให้มีเทคโนโลยีเป็นของตนเองอย่างยั่งยืน
#ข่าวtiktok #ข่าวการศึกษา #คนไทยในเนเธอร์แลนด์🇹🇭🇳🇱 #การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
การที่รองนายกรัฐมนตรียศชนันได้เดินทางเยือนเมืองไอนด์โฮเฟิน ประเทศเนเธอร์แลนด์และพบปะพูดคุยกับกลุ่มนักเรียนและนักวิชาชีพไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการทูตเชิงวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ที่สามารถสร้างโอกาสใหม่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีระหว่างประเทศไทยกับประเทศชั้นนำในยุโรป ในฐานะคนที่สนใจและติดตามเรื่องการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การได้เห็นความพยายามของประเทศไทยในการทลายกรอบข้อจำกัดทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยไทยสามารถร่วมมือและเรียนรู้กับนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกได้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้ Ecosystem ที่กระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อการเรียนรู้และทดลองนวัตกรรม จะทำให้เทคโนโลยีของไทยไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่สามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน จากประสบการณ์ตรง การที่ได้มาร่วมงานวิชาการหรือเวิร์กช็อปด้านนวัตกรรมร่วมกับต่างประเทศ จะช่วยให้เราเห็นแนวทางและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่บ้านเราอาจยังไม่ได้มี และยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนไทยที่อยู่ต่างประเทศได้เชื่อมโยงกับประเทศต้นกำเนิดเทคโนโลยีได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งตรงกับแนวทางของ Science Diplomacy ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเน้นย้ำ ท้ายที่สุด หากคนไทยทุกคนสามารถเรียนรู้และนำเทคโนโลยีที่ได้จากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ เราก็จะสามารถยกระดับประเทศให้มีเทคโนโลยีของตัวเองในระดับที่แข่งขันกับนานาประเทศได้อย่างแท้จริง การลงทุนในด้าน Science Diplomacy จึงไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความร่วมมือ แต่มันคือการเปิดประตูสู่อนาคตที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ


































































