‘รองนายกฯ ยศชนัน’ แจงปมเสวนา ม.อ. ปัตตานี ย้ำเสรีภาพความคิดจำกัดไม่ได้และไม่ปิดกั้นเนื้อหา
(18 ส.ค. 69) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงกรณีการจัดเสวนาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งมีการเชิญบุคลากรและ สส. จากพรรคประชาชนมาร่วมบรรยาย โดยยืนยันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าเสรีภาพทางความคิดเป็นสิ่งที่จำ กัดไม่ได้ มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่เปิดกว้าง และกระทรวง อว. ไม่มีนโยบายปิดกั้นเนื้อหาหรือตั้งคณะกรรมการสอบสวน การเข้าไปติดตามเป็นเพียงการตรวจสอบกระบวนการนับชั่วโมงกิจกรรมให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
#ข่าวtiktok #ข่าวปัตตานี #ข่าวการเมือง #มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
การเปิดเสรีภาพทางความคิดในสถาบันการศึกษานั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญและซับซ้อนในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีนั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามรักษาความสมดุลระหว่างสิทธิในการแสดงความคิดเห็น กับการบริหารจัดการกิจกรรมในมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของสถาบัน จากประสบการณ์ส่วนตัว การมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นภายในมหาวิทยาลัยทำให้นักศึกษาและบุคลากรได้เปิดมุมมองใหม่ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้เสรี ทั้งยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านวิชาการอย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ การเปิดพื้นที่ให้มีการเสวนาโดยไม่จำกัดความคิดนี้จึงเป็นการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งความรู้ที่ทันสมัยและไม่ถูกปิดกั้น อย่างไรก็ตาม การติดตามการนับชั่วโมงกิจกรรมของนักศึกษาและอาจารย์เป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสอดคล้องกับระเบียบของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ควรถูกตีความเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นแต่ประการใด เมื่อมีความเข้าใจที่ตรงกัน ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการจัดเสวนาก็สามารถลดลง นำไปสู่บรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นเสรีและเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายอย่างแท้จริง การพูดคุยและแลกเปลี่ยนปัญหาสังคม การเมือง และวิชาการในพื้นที่มหาวิทยาลัยที่มีความปลอดภัยนี้ มีส่วนช่วยให้นักศึกษาเติบโตเป็นพลเมืองที่มีความคิดวิเคราะห์และวิจารณญาณที่ดี พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมในอนาคต ดังนั้น การเข้าใจบทบาทของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในการตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวว่ามุ่งเน้นแค่การปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ใช่การคัดกรองหรือปิดกั้นเนื้อหา จึงเป็นข้อมูลที่ช่วยให้สังคมเห็นภาพที่ครบถ้วนมากขึ้นและวางใจได้ในความเป็นอิสระของพื้นที่เรียนรู้












































