自動翻訳されています。元の投稿を表示する

スティックバックからポートを成形し、この方法で利益を得る

1.まず構造を見る(市場構造)

写真を見ると、以前の主要な構造が下降していることがわかりますが、現在の価格はHigher Low(HL)を行い、古い下降トレンドライン→シグナルをブレーキし始め、短期構造を上昇レッグ(Bullish shift)に変更しています。

2.完璧なトレンドラインを描く

ローメインからドラッグ(価格が反発した場所)→HLを通じて、このラインは主要な斜め防御ラインになり、価格が「このラインをテストする」のを待ってから、斜め防御ラインに沿って買いのリズムを見つけます。

3.バイ(ICTエントリー)に入るのを待つべきゾーン

•フェアバリューギャップ(FVG)またはオーダーブロック(OB)の概念から見る

構造をブレーキングした後、価格はしばしば下がります。「FVGギャップを閉じる」または「元のOBをタップする」と続けて上昇します。

代わりに、価格が元のOB/FVGポイントである332 0-3 3 30エリア(写真のBuy 0.1ライン付近)に戻るのを待ってください。

•もし価格が戻り、キャンドルスティックが「拒否」→「今すぐ購入」と表示されて反転し始めた場合

4.入出口ポイント(Entry/TP/SL)

エントリー:価格がTrendline+OB/FVGをテストするために戻ると、確認スティック(Bullish EngulfingまたはRjection Wick)が発生します。

SL:元の安値よりわずかに低い、つまり331 5(300ポイント)

TP: 2つのポイントに分かれています。

TP 1: 3349(流動性ゾーンまたは前回の高値)

TP 2: 3360(画像の上部抵抗線-スイープ流動性ポイント)

私もそのニュースを見逃したので、価格はさらに急騰して強い抵抗線である約3367に達する可能性があります。

#メガネとの取引 #Forexの新人 #トレーダー #ナレッジ #投資ファイナンス

2025/10/26 に編集しました

... もっと見るเมื่อพูดถึงการปั้นพอร์ตจากติดลบกลับมาทำกำไร สิ่งสำคัญที่นักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพควรให้ความสนใจ คือการเข้าใจโครงสร้างของตลาด (Market Structure) และการตั้งจังหวะการซื้อขายที่เหมาะสม การมองภาพรวมโครงสร้างตลาดช่วยให้เราเข้าใจว่าราคากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น (Bullish) หรือขาลง (Bearish) อย่างไร ซึ่งในกรณีนี้ราคามีการทำ Higher Low (HL) และเบรกเส้นแนวโน้มลงเก่า จึงสื่อถึงสัญญาณการเปลี่ยนแปลงขาขึ้นในระยะสั้น การใช้เส้นแนวโน้ม (Trendline) ที่ลากจาก Low หลักผ่านจุด HL ล่าสุดนั้น ช่วยสร้างแนวรับที่แข็งแรง โดยเส้นนี้จะเป็นตัวบอกจุดที่ราคาจะกลับมาทดสอบและหาจังหวะเข้าซื้อ การรอ “กลับมาทดสอบเส้นนี้” จึงเป็นเทคนิคหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าเร็วเกินไป ในส่วนของ Zone เข้า Buy หรือ ICT Entry การใช้แนวคิด Fair Value Gap (FVG) และ Order Block (OB) นั้นช่วยให้เรารู้จุดที่ราคามักจะกลับมาปิดช่องว่างหรือแตะแนวรับเดิมก่อนที่จะพุ่งขึ้นต่อ บริเวณราคา 3320–3330 เป็นจุดสำคัญที่ควรรอพิจารณา หากราคากลับมาและเกิดแท่งเทียนแสดงสัญญาณ Rejection หรือ Bullish Engulfing ก็ถือเป็นสัญญาณซื้อที่น่าเชื่อถือ การตั้งจุดเข้าออก (Entry / TP / SL) อย่างชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยการตั้งจุด Stop Loss ไว้ต่ำกว่า Low เดิมเล็กน้อย เช่น 3315 จะช่วยจำกัดการขาดทุน ส่วนจุด Take Profit แบ่งออกเป็นสองช่วง คือ TP1 ที่บริเวณ 3349 ซึ่งเป็น Liquidity Zone หรือ High เดิม และ TP2 ที่ประมาณ 3360 ซึ่งเป็นเส้นแนวต้านบนสุด การแบ่ง Take Profit แบบนี้ช่วยบริหารความเสี่ยงและล็อกกำไรได้เป็นยอด นอกจากเทคนิคการวิเคราะห์กราฟแล้ว การติดตามเหตุการณ์ข่าวสารต่าง ๆ ก็มีส่วนสำคัญ เพราะเหตุการณ์สำคัญสามารถทำให้ราคาพุ่งขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วเหมือนที่เห็นราคาวิ่งขึ้นไปถึง 3367 จากข่าวที่แรงขึ้น สรุปคือ การปั้นพอร์ตกลับจากติดลบไม่ใช่เรื่องยากหากเรามีระบบการวิเคราะห์กราฟและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนล่วงหน้าและมีวินัย โดยเฉพาะการรอจังหวะเข้า-ออกที่เหมาะสม รวมถึงการใช้เครื่องมือทางเทคนิคเช่น Trendline, OB และ FVG ที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มโอกาสสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย