ทำความรู้จัก "ไข้ดิน"อาการ และวิธีป้องกัน
โรคไข้ดินคืออะไร?
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซึ่งมักอาศัยอยู่ในดิน น้ำ นาข้าว ทุ่งนา และแหล่งเพาะปลูกต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย
เชื้อนี้สามารถอยู่ได้ในดินที่มีคุณสมบัติเป็นกรด และเจริญได้ดีในที่ชื้น เช่นในภาคตะวันออกของไทย และมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ไว้แพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน
👉เส้นทางการติดเชื้อเข้าสู ่ร่างกาย
เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางสามวิธีหลัก:
1. ผ่านทางผิวหนัง เช่น มีบาดแผลแล้วสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อเจือปน
2. ผ่านการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ
3. การสูดฝุ่น/ละอองดินที่มีเชื้ออยู่เข้าไป
⛔อาการของโรค
อาการมีความหลากหลาย และอาจเลียนแบบโรคติดเชื้ออื่น ๆ เช่น:
โดยทั่วไปจะเริ่มมีอาการ หลังได้รับเชื้อ ภายใน 1–21 วัน แต่บางรายอาจช้าไปถึงปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อและภูมิต้านทานของแต่ละคน
⛔อาการทั่วไป
⚠️ไข้สูงเฉียบพลัน
⚠️ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ข้อต่อ กระดูก
⚠️อาการทางปอด เช่น ไอ มีเสมหะ หายใจลำบาก
⚠️ผิวหนัง: เกิดฝีหนอง หรือแ ผลเรื้อรัง
⛔ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
ระบบเลือด: การติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) ส่งผลให้ความดันต่ำ ช็อก อาจเสียชีวิตภายใน 2–3 วัน
อวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต สมอง กระดูกอาจได้รับผลกระทบ
ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไตเรื้อรัง ภูมิต้านทานต่ำ มีความเสี่ยงสูงขึ้น
✅วิธีป้องกันโรคไข้ดิน
มีวิธีป้องกันที่องค์กรการแพทย์แนะนำ ดังนี้:
➡️หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือย่ำโคลนนานๆ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวม รองเท้าบูท หรือถุงพลาสติกหุ้มรองเท้า เพื่อป้องกันเชื้อ
➡️หากมีบาดแผล ควรปิดด้วย พลาสเตอร์กันน้ำ และ ล้างแผลด้วยน้ำสบู่ทันทีหลังสัมผัสดินหรือโคลน
➡️อาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที หลังจากลุยน้ำหรือสัมผัสสิ่งแวดล้ อมที่อาจมีเชื้อ
➡️ดื่ม น้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงน้ำจากแหล่งธรรมชาติ
➡️ดูแล สุขภาพโดยรวมให้แข็งแรง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์หรือซากสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งเชื้อ
หากมี ไข้สูงติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือมีอาการป่วยหลังสัมผัสดิน/น้ำ ควร รีบพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติความเสี่ยง








































